บุคคลแนวหน้า : 22 สิงหาคม 2569 (คชสีห์)

nn แนวหน้า หนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง
...nn ในขณะที่คอการเมืองไทย กำลังให้ความสนใจพุ่งเป้าไปที่คดีฮั้ว สว. และการเตรียมเปิดซักฟอกรัฐบาลของฝ่ายค้านนั้น แต่คดีที่สังคมไทยควรจะให้ความสนใจเป็นพิเศษดันกลับถูกมองข้ามไป นั่นคือ คดีสวมสิทธิทำบัตรสีชมพู (เลข 7) ให้กับคนต่างด้าว
...nn ทั้งๆ ที่คดีนี้ทำกันเป็นขบวนการ และกัดกินเซาะกร่อนสังคมไทยอย่างรุนแรง เพราะทำให้คนไทยต้องเสียสิทธิ ตลอดจนต้องแบกรับภาระทั้งค่าเรียน ค่ารักษาพยาบาลให้กับคนต่างด้าวบางกลุ่ม ซึ่งตามหลักแล้วไม่ควรจะได้รับสิทธิเสมอเหมือนคนไทย
...nn คดีนี้เริ่มจากทลายขบวนการสวมสิทธิทำบัตรสีชมพู (เลข 7) ให้ต่างด้าวรายใหญ่ โดยพฤติการณ์คือการลักลอบนำชื่อเด็กต่างด้าวสัญชาติเมียนมาเข้าทะเบียนบ้านคนไทยอันเป็นเท็จ เพื่อให้ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานและการรักษาพยาบาล รวมถึงปูทางสู่การขอสัญชาติไทยในอนาคต
...nn โดยวิธีการของขบวนการนี้คือ กลุ่มนายหน้าจะรวบรวมรายชื่อเด็กต่างด้าว (อายุ 5-15 ปี) ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านพักอาศัยหรือห้องพักขนาดเล็กในสัดส่วนที่แน่นหนาผิดปกติ (ยัดชื่อเข้าบ้านทิพย์) เช่น จากการสุ่มตรวจในแฟลตดินแดง พบห้องพักที่มีรายชื่อคนต่างด้าวอาศัยอยู่หนาแน่นถึง 35-64 คนต่อห้องการจ่ายค่าหัว
...nn ทั้งนี้ นายหน้าจะเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการจากกลุ่มต่างด้าวรายละหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ในขณะที่แบ่งจ่ายให้เจ้าบ้านที่ยอมให้สวมสิทธิเพียงรายละ 1,000-3,000 บาท
...nn ที่สำคัญขบวนการนี้มีเป้าหมายเน้นไปที่เด็กอายุน้อยเนื่องจากบัตรสีชมพูประเภทนี้จะได้รับสิทธิเรียนฟรี สิทธิการรักษาพยาบาล (บัตรทอง) และหากเรียนจบปริญญาตรีในไทย ก็จะสามารถนำไปใช้ยื่นขอสัญชาติไทยได้อย่างถูกกฎหมายตามเงื่อนไขของกรมการปกครอง
...nn ผลการจับกุมเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการออกหมายจับและจับกุมผู้เกี่ยวข้องแล้วรวม 7 ราย ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าบ้าน และกลุ่มนายหน้า กทม. โดย “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”ผู้ว่าฯ กทม. และปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามคำสั่งให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำที่เอี่ยวขบวนการออกจากราชการไว้ก่อนทันที ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนและผู้ประสานงาน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงและดำเนินคดีอาญาเด็ดขาด
...nn ที่น่าตกใจก็คือ หลังจากมีการขยายผลโดยเฉพาะอย่างยิ่งแค่เขตดินแดง ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2560 พบรายชื่อทำบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทยที่เข้าข่ายต้องสงสัยสูงถึง 3,228 ราย ขณะที่ในพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ นั้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าขบวนการนี้ทำกันเป็นเครือข่ายและเชื่อมโยงในหลายพื้นที่ เช่น เคยพบกรณีลักษณะเดียวกันที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และพื้นที่เขตห้วยขวาง!!
...nn น้ำท่วมจังหวัดน่านครั้งนี้ถือว่าหนักมาก มีประชาชนเสียชีวิตเบื้องต้นไปแล้วถึง 3 ศพ ในขณะที่ภาครัฐก็ทุ่มสรรพกำลังลงไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่ รวมไปกองทัพ และตชด. ก็ทำงานกันอย่างเต็มกำลัง
...nn มีรายงานว่าหลังจาก “นายกฯอนุทิน” เสร็จสิ้นภารกิจจากการเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ และจะกลับถึงประเทศไทยในช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคมนั้น ในรุ่งเช้าวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม “นายกฯอนุทิน” ก็จะเดินทางไปจังหวัดน่านทันที เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการช่วยเหลือประชาชนด้วยตนเอง รวมทั้งรับฟังปัญหาและความต้องการในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือหลังน้ำลด
...nnการประชุมคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร เพื่อแปรญัตติเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณ
มีประเด็นที่เรียกเสียงฮือฮา หลังจาก “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” กมธ. ได้อภิปรายถึงกองทุนเพื่อผู้เคยเป็น
สมาชิกรัฐสภา ซึ่งถูกปรับลดและตัดออกโดย “วันนอร์” อภิปรายว่า ที่ผ่านมาตนได้รับโทรศัพท์จากอดีต สส. ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว เพื่อขอเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล ประมาณ 5,000 บาท เพราะจะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วแต่ไม่มีเงินจ่าย ทั้งนี้ ตนบอกว่าจะโอนผ่านบัญชี แต่อดีต สส.บอกว่าโอนเข้าบัญชีส่วนตัวไม่ได้ เพราะเจ้าหนี้ริบไปทั้งหมด หรือมีบางกรณีที่พบว่าอดีต สส.ถูกไล่ออกจากห้องเช่า เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า แม้จะมีลูกอยู่ แต่ด้วยคำว่าศักดิ์ศรีจึงไม่พึ่งพาลูก
...nn อดีต สส.ไม่ได้รวยทุกคน ที่ผมเห็นข้อมูล อดีต สส. มาขอเงิน 1,800 คน ที่ไม่มาขอ 458 คน
แต่ละปีต้องใช้งบ 600-700 ล้านบาท ที่ผ่านมาขอไป 200 ล้านบาท ไม่พอ หลังจากเดือนมิถุนายน 2569 ไม่ให้แล้ว ต้องรอตกเบิก รองบใหม่ ทั้งนี้ปีที่แล้วขาดเงิน 300 ล้านบาท ยังดีที่ประธานสภาฯ ขอ ครม. ของบกลางในวันสุดท้ายก่อนปิดปีงบประมาณ ส่วนปีนี้ยังขาดอีก ถ้าไม่ให้ถือว่าไม่เป็นธรรม”
...nn “คชสีห์” คนนอก ปล่อยให้ผู้ทรงเกียรติว่ากันไปว่าจะจัดการอย่างไรกับเงินก้อนนี้ เพราะสส.บางคนก็พูดเอาหล่อ เรียกแสงเอากระแส แต่ขอตบท้ายด้วยความเห็นของ“ชาดา ไทยเศรษฐ์” สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทยอภิปรายตบท้ายเอาไว้ว่า “สภาพของ สส.แต่ละคนไม่เหมือนกัน ซึ่งผมเจ็บปวดที่เห็น สส.ในอดีต ไม่มีที่ สส.จะรวย เพราะทำมากินอะไรไม่ได้ ห้ามมีหุ้น ซึ่งผมเคยพูดเล่นๆ ว่า เขาสอนให้คอร์รัปชันอย่างเดียว เพราะทำตามกฎหมายไม่ได้มีคนบอกว่าถ้าแบบนั้นไม่ต้องมาเป็น สส.ผมมองว่าพูดง่ายไป หาก สส.มีเงิน จะถูกมองว่ามาหากิน ดังนั้น แนวคิดของสังคมควรให้โอกาสคนที่ยากไร้ เพราะครั้งหนึ่งเป็นคนที่เคยทำงาน ขอให้เห็นใจ เพื่อน สส.ที่ยากจนไม่รํ่ารวย”!!...nn
คชสีห์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

