คอลัมน์ : คิด เขียน คุย

‘เนเน่ รอยัล’สาวน้อยร็อกสตาร์
ต้องขอแสดงความยินดีกับ“เนเน่ รอยัล”หนูน้อยดินระเบิด หรือ “แพรว-รัตติกานต์ อำลอย” อายุ 16 ปี จากจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเมื่อเช้าวันที่ 26 สิงหาคมวานนี้เวลาบ้านเรา สามารถคว้า“Golden Buzzer” จากการแข่งขันบนเวทีระดับตำนาน“AGT ซีซัน 21” หรือ “American’s Got Talemt 2026” จากเพลง “Black Hole Sun” ของวง “Soundgarden”ด้วยความสามารถพิเศษแบบครบเครื่องเฉพาะตัว ทั้งพลังเสียงในการขับร้องและฝีมือการเล่นกีตาร์
นับว่าเธอเป็นความภูมิใจในฐานะสาวน้อยร็อกเกอร์ชาวไทย ที่สร้างปรากฏการณ์บนเวทีต่อหน้าคณะกรรมการและผู้ชมในฮอลล์ รวมทั้งสะกดสายตาคนดูทั่วโลกที่ชมการถ่ายทอดสดครั้งนี้ และจากการที่คณะกรรมการในรอบ“Live Show” โดยกรรมการตัวแม่อย่าง“Mel B” หรือ “Melanie Brown”นักร้องสาวชื่อดังและเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในฐานะหนึ่งในสมาชิกวง “Spice Girls”ได้กด“ปุ่มทองคำ” (Golden Buzzer)ให้แก่เธอ จึงส่งผลให้“เนเน่”ทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแบบ“ตีตั๋วด่วนพิเศษ”
สำหรับ “Golden Buzzer” หรือที่เรียกว่า “ปุ่มทองคำ”นี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของ “America’s Got Talent” โดยคณะกรรมการหรือผู้ดำเนินรายการสามารถใช้เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้แก่ผู้เข้าแข่งขันที่สร้างความประทับใจอย่างโดดเด่นได้ และถ้าหากผู้แข่งขันได้“Golden Buzzer”ในช่วง Auditions ก็จะทำให้ผ่านเข้าสู่รอบ“Live Shows”ได้โดยตรง เท่ากับเป็นการข้ามกระบวนการคัดเลือกตามปกติของซีซันนั้นๆ และการที่“เนเน่”ได้ในรอบนี้ ก็เท่ากับคณะกรรมการส่งตรงจากรอบ“Quarterfinals”เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยไม่ต้องรอผลโหวตคะแนนจากผู้ชมเพื่อผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเหมือนผู้เข้าแข่งขันรายอื่น
ก่อนหน้านี้ในรอบที่ผ่านๆ มา “เนเน่”ได้สร้างปรากฏการณ์ให้ถูกพูดถึงมาโดยตลอด ทั้งนี้ รอบออดิชัน “เนเน่”เล่นกีตาร์ในเพลง“Zombie” ของวง “The Cranberries”จนคว้าคำตัดสิน“4 Yes”จากคณะกรรมการ และในรอบ“Judges’ Callbacks”เธอก็ยังตอกย้ำความสามารถด้วยการโชว์เพลง“Hysteria” ของวง“Muse” จนได้รับการคัดเลือกผ่านเข้ารอบให้เป็น 1 ใน 44 ทีมสุดท้าย
จากความสำเร็จบนเวทีกับ“Golden Buzzer” ที่“เนเน่”ได้รับจาก“เมลานี บราวน์” (Melanie Brown) นักร้อง นักแสดง นักแต่งเพลง และพิธีกรชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงระดับโลก วัย 51 ปี ในครั้งนี้ เจ้าตัวได้กล่าวความในใจว่าทำไมถึงกด“ปุ่มทองคำ” หรือ“Golden Buzzer” ให้กับ“เนเน่”ว่า
“ฉันได้เจอเธอหลังเวทีก่อนหน้าในคืนนี้ เธอเป็นหญิงสาวที่ดูเงียบ ขี้เกรงใจ และอ่อนหวาน แต่พอเธอก้าวขึ้นเวที มันกลายเป็นอีกฟิลลิ่งไปเลย ฉันโตมาในยุค 90s และชอบเพลงป๊อป เพลงแนวนี้อาจจะไม่ใช่แนวของฉัน แต่เสียงร้องและการเล่นกีตาร์ของเธอเป๊ะมาก ทั้งลุค พลังงาน และออร่า แล้วแบบนี้ฉันจะไม่ทำสิ่งนี้ได้ยังไงกัน”
อีกคนหนึ่งที่พูดถึง“เนเน่” คือ“สุรวิชช์ วีรวรรณ”บรรณาธิการค่ายผู้จัดการ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Surawich Verawan” เมื่อเช้าวันที่ 26 สิงหาคมวานนี้หลังการแข่งขันบนเวทีเสร็จสิ้นว่า ผลดีที่“เนเน่”เลือกเพลง“Black Hole Sun” จนได้ “Golden Buzzer” คือคำตอบที่สะท้อนให้เห็นถึงความฉลาดมากในเชิงการแข่งขัน และน่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่การแสดงของ“เนเน่”แตกต่างจากนักร้องคนอื่น จน “Mel B”ตัดสินใจกด“Live Golden Buzzer”ให้
“บก.สุรวิชช์ วีรวรรณ” ว่า “ถ้าเนเน่เลือกเพลงป๊อปหรือ power ballad ที่ใช้โชว์เสียงสูงโดยตรง เธอจะต้องเข้าไปแข่งขันในสนามเดียวกับนักร้องจำนวนมาก แต่ Black Hole Sun เป็นเพลง grunge/alternative rock ปี 1994 ของ Soundgarden ซึ่งผูกติดกับเสียงและบุคลิกของ Chris Cornell อย่างมาก การที่เด็กสาวไทยวัยรุ่นหยิบเพลงนี้ขึ้นมาเล่นกีตาร์และร้องเอง ทำให้เกิด contrast ทันที และ contrast นี้ตรงกับสิ่งที่ Mel B พูดหลังการแสดงพอดี เธอมองว่าเนเน่นอกเวทีเป็นเด็กสาวที่อ่อนน้อมน่ารัก แต่เมื่อขึ้นเวทีกลับกลายเป็นอีกบุคลิกหนึ่ง ขณะที่ Howie Mandel ถึงกับบอก NBC ในทำนองว่าให้เงินรางวัลหนึ่งล้านดอลลาร์กับเธอไปเลย ส่วน Sofia Vergara บอกว่าเธอคิดว่าเนเน่สามารถชนะรายการได้”
อีกหนึ่งเหตุผลที่“สุรวิชช์ วีรวรรณ”มอง “เพลงนี้ไม่ได้ยากเพราะต้องร้องเสียงสูงอย่างเดียว แต่มันยากตรง ‘อารมณ์และไดนามิก’ เพราะโครงสร้างของเพลง Black Hole Sun มีความประหลาดมาก เพลงเริ่มด้วย harmony ที่คลุมเครือและใช้คอร์ดนอกคีย์จำนวนมาก ก่อนสร้างพื้นที่ให้เสียงร้องกับกีตาร์แยกกันชัด แล้วค่อยขยายไปสู่ chorus ที่ใหญ่ขึ้น นักวิเคราะห์ดนตรีของ Stereogum อธิบายว่า harmony ของเพลงมีทั้ง modal interchange และการเคลื่อนของคอร์ดแบบ chromatic ซึ่งทำให้เพลงให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเคลื่อนไปในทิศทางที่คาดเดาไม่ได้ เพราะฉะนั้น มันเหมาะกับคนที่ร้องไปด้วยเล่นกีตาร์ไปด้วย มากกว่าการเป็นเพลงสำหรับยืนโชว์พลังเสียงเฉยๆ”
ประการที่สำคัญ “บก.สุรวิชช์ วีรวรรณ” ชี้ว่า “สำคัญที่สุด เธอเลือกเพลงที่ ‘กรรมการจำได้ แต่ไม่ใช่เพลงประกวดสำเร็จรูป’ Black Hole Sun เป็นเพลงใหญ่ของยุค 90 และเป็นเพลงที่คนอเมริกันจำนวนมากรู้จักทันที แต่ไม่ได้เป็นเพลงประเภทที่ผู้เข้าแข่งขัน talent show หยิบมาร้องเพื่อโชว์เสียงกันจนชินหู จึงเกิดผลสองอย่างพร้อมกัน คนดูมี recognition — ‘ฉันรู้จักเพลงนี้’ แต่พอเห็นเนเน่ร้อง ก็มี surprise — ‘เด็กคนนี้เอาเพลงนี้มาร้อง?’ สำหรับรายการอย่าง AGT มีค่ามากเพราะการแข่งขันไม่ได้ตัดสินเพียงว่าใครร้องดีที่สุด แต่ต้องทำให้คนดู จำคุณได้หลังจากดูผู้เข้าแข่งขัน 11 คนในคืนเดียว”
บทสรุปของ“สุรวิชช์ วีรวรรณ” คือ “Golden Buzzer จึงไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเธอร้องโน้ตยากที่สุดในการแข่งขันรอบนี้ แต่เพราะ เพลง + เสียงร้อง + กีตาร์ + บุคลิก + ภาพบนเวที รวมกันเป็น artist identity ที่ชัดมาก และตรงนี้ต่างหากที่ผมคิดว่าน่าจับตาสำหรับรอบ Final หลังจาก Black Hole Sun แล้ว เพลงถัดไปเลือกยากขึ้นมาก เพราะถ้ากลับไปเลือกเพลงป๊อปธรรมดา อัตลักษณ์ที่สร้างขึ้นมาในครั้งนี้อาจหายไป แต่ถ้าเลือกเพลง rock iconic อีกเพลงอย่างถูกต้อง เธอมีโอกาสสร้าง narrative แบบ ‘Thai teenage rock star’ให้คนอเมริกันจำได้จนถึงรอบตัดสินครับ”
บรรทัดนี้ ผมว่าเอง ต้องรอลุ้นว่ารอบชิงชนะเลิศที่จะมีการแข่งขันในเช้าวันพุธที่ 23 กันยายนเดือนหน้าตามเวลาประเทศไทยนั้น “เนเน่”จะก้าวไปถึงดวงดาวเป็น“ลูกสาวแห่งชาติ”อีกคนหนึ่งเช่นเดียวกับ“ลิซ่า”ได้หรือไม่ ซึ่งคนไทยต้องร่วมกันส่งแรงใจเชียร์
อย่างน้อยเวลานี้เธอก็เป็นสาวน้อยจากประเทศไทยที่คนทั้งโลกรู้จักไปแล้ว !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


