1,767ผู้สมัครสว.จ่อคุก กกต.ลงดาบ ฟันปมขาดคุณสมบัติ หนูคาใจชลน่านขยี้ฮั้ว

กกต.ประเดิมคมดาบฟันคดีอาญาผู้สมัคร สว.ขาดคุณสมบัติ 1,767 ราย ส่งศาลชี้ขาดโทษสูงสุดถึงคุก 10 ปี-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ขณะที่ “อนุทิน” คาใจจี้ถาม “หมอชลน่าน” เพื่อไทยมีชื่อขึ้นเวทีฝ่ายค้านถล่มปมฮั้วสว. ด้าน “พิสิษฐ์” ซัด “ไอติม-ไอลอว์” ปล่อยสำนวนคดีหลุดสู่สาธารณะหวังผลทางการเมืองใช้สื่อออนไลน์เป็นศาลเตี้ย-ล่าแม่มด ชี้เข้าข่ายละเมิดกม.ข้อมูลส่วนบุคคล-พ.ร.บ.คอมฯ ส่วน “พริษฐ์” ตามขย่มซ้ำปูดชื่อ’นภินทร’เอี่ยวกลางสภา
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เผยแพร่ข้อมูลว่ากกต.มีมติให้ดำเนินคดีอาญา ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ไม่มีสิทธิสมัคร 1,767 ราย ตามมาตรา 74 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอประชาสัมพันธ์ว่าจากการตรวจสอบข้อมูล และเอกสารประกอบการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา พบผู้สมัครบางรายขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและได้สมัครรับเลือก จึงได้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
กกต.ฟันคดีอาญาผู้สมัครสว.1,767ราย
โดยในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 46/2569 เมื่อวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 จำนวน 1,605 คนและในการประชุมครั้งที่ 51/2569 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 มีมุติให้ดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมอีก 162 คน รวมทั้งสิ้น 1,767 คน
โทษคุก10ปี-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง20ปี
ทั้งนี้ มาตรา 74 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 กำหนดว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกไม่ว่าเพราะเหตุใด ได้สมัครรับเลือกต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 -200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มีกำหนด 20 ปี ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวให้แก่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาด้วย
ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้ดำเนินคดีอาญา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยส่งเรื่องให้สำนักกฎหมายและคดีดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนส่งให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป
กกต.แจงข่าวปัดลงมติคดีฮั้ว28ส.ค.
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งออกข่าวประชาสัมพันธ์ในหัวข้อ “28 สิงหาคม 2569 กกต.อยู่ระหว่างประชุมพิจารณาสำนวน สว.และลงมติสำนวน สว. ต่อไป” ระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวเผยแพร่ทางสื่อมวลชนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประชุม เพื่อลงมติกรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นั้นสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง กกต.อยู่ระหว่างพิจารณาสำนวน สว.และลงมติสำนวนดังกล่าวต่อไป
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการพิจารณาสำนวน สว.ดังกล่าว ดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใสและยึดหลักกฎหมาย เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของกระบวนการการเลือกตั้ง และคุ้มครองเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างสูงสุด
หนูโยนถาม‘ชลน่าน’มีชื่อขึ้นเวทีฝ่ายค้าน
วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตผู้นำฝ่ายค้าน มีชื่อขึ้นเวทีฝ่ายค้านหัวข้อ“การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น”
วันที่ 29 ส.ค.นี้ซึ่งพบว่ามีชื่อนายยิ่งชีพ
อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) คาดว่าจะมีเรื่องคดีฮั้วสว.ว่าไม่ทราบเลย เรื่องฮั้วสว.จะมาถามตนทำไม ตนไม่เกี่ยว ตนเป็นรัฐบาล ส่วนที่มีชื่อตนอยู่ในสำนวนกกต.เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องการให้ตนชี้แจงหรือไปแถลงอะไรก็ทำตามกฎหมาย แต่ตอนนี้ยังไม่มีซึ่งมีชื่อตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วและออกจากพรรคร่วมรัฐบาลไป 3 เดือน เพราะฉะนั้นก็แสดงว่าตนไม่ได้ไปใช้อำนาจบาตรใหญ่อะไร ที่จะไปเอาชื่อตัวเองออกมาและยืนยันว่าตนไม่เกี่ยวข้อง ใครถามมา ก็พร้อมที่จะตอบและชี้แจงข้อสงสัยในทุกเรื่อง
เมื่อถามย้ำว่ามีชื่อนพ.ชลน่าน ขึ้นเวทีด้วย ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า
“ผมไม่ทราบ พรรคใครพรรคมัน การเป็นพรรคร่วมคือเรามาบริหาราชการแผ่นดินร่วมกัน นพ.ชลน่านไม่ได้เป็นคณะรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลของผมและผมก็ไม่ค่อยได้เจอนพ.ชลน่าน ซึ่งคงต้องไปถามนพ.ชลน่านเอง”
ย้ำลุยสอบเอกสารหลุดต้องทำตามก.ม.
เมื่อถามถึงกรณีพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ออกมาระบุว่าสำนวนคดีฮั้วสว.หลุดช่วงรมว.ยุติธรรมคนก่อนทำการตรวจสอบ นายกฯกล่าวว่า เขาให้สอบสวนอยู่ไม่ใช่หรอ ถามว่าหลุดหรือไม่ มันหลุดแน่ๆ ไม่เช่นนั้นจะไปถึงมือประชาชนทั่วไปได้อย่างไรซึ่งประชาชนก็เช่นเดียวกัน เอกสารทางราชการเอามาเผยแพร่ทางสาธารณชนไม่ได้ จะมาอ้างเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะชนก็แล้วแต่ ใครมีญาติเป็นข้าราชการ แล้วไปขอออกมาได้ ก็เอามาเผยแพร่ มันไม่ใช่ กฎหมายมีอยู่ ทุกคนต้องทำตามกฎหมาย
ไม่กังวลเสียงพรรคร่วมฯแน่นปึ้ก
เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องฮั้ว สว. จะวัดใจพรรคเพื่อไทยในการโหวตให้พรรคภูมิใจไทยในระยะต่อไปหรือไม่และจะเป็นการต่อรองในอนาคตหรือไม่
นายกฯกล่าวว่า เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีกฎกติกามารยาทอยู่แล้ว ในช่วงที่ตนเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของเขาก็ปฏิบัติตามกฎกติกามารยาท สถานะก็เหมือนกัน อย่าไปนับแค่ตัวเลข มันไม่ใช่ ซึ่งไม่ใช่ว่า ถ้าเห็นไม่ตรงกัน เราจะไม่โหวต พอไม่โหวตแล้ว ตัวเลขจะไม่ถึงครึ่ง มันไม่ง่ายอย่างนั้น มีหลายเรื่องประกอบกันไม่ต้องไปกังวล ได้ประสานพูดคุยหารือพูดคุยกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่มีปัญหา ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ก็ชัดเจน อยู่แล้วคะแนนที่โหวต พ.ร.ก.กู้เงินฯ แสดงถึงความมีเสถียรภาพของรัฐบาลมากๆ ก็จะมีความมั่นใจและน่าเชื่อถือ เงินทุนต่างประเทศก็ไหลมา ซึ่งต้องย้ำว่าต้องทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ
‘บิ๊กเกรียง’น้อมรับทุกมติกกต.คดีฮั้วสว.
ที่รัฐสภา พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เตรียมลงมติชี้ขาดในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ว่าเรื่องนี้ตนได้นำเรียนมาโดยตลอดว่าทุกคนต้องยอมรับในกติกาและยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่ากกต.จะพิจารณา ไต่สวน และมีคำตัดสินออกมาในวันใดก็ตาม ทุกฝ่ายก็ต้องน้อมรับตามกระบวนการ
เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านมีการตั้งข้อสังเกตและติดตามคดีดังกล่าวอย่างต่อเนื่องนั้น พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะถือเป็นบทบาทและหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบ แต่ขอเน้นย้ำว่าการทำหน้าที่นั้นจะต้องอยู่ภายใต้กรอบของตัวบทกฎหมาย โดยไม่ก้าวล้ำหรือละเมิดสิทธิซึ่งกันและกัน
สว.พิสิษฐ์ซัด‘ไอติม-ไอลอว์’เปิดข้อมูลฮั้ว
ขณะที่นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงกรณีรายงานการสอบสวนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา(สว.)หลุดเผยแพร่ต่อสาธารณะว่าหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆที่มุ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูลโดยระบุว่าเพื่อประโยชน์ต่อสังคมที่เกี่ยวกับคดีของสว. วันนี้ต้องตั้งคำถามกลับไปยังนายพริษฐ์และนายยิ่งชีพเรื่องความถูกต้องของข้อมูล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลที่ถูกเปิดเผยต่อสังคมท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นข้อเท็จจริงไม่ใช่การจับแพะชนแกะตามที่ท่านนำมากล่าวอ้าง
ชี้เข้าข่ายละเมิดPDPA-พ.ร.บ.คอมพ์
“ทั้งนี้หลายส่วนเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การเผยแพร่ต่อสาธารณะเข้าข่ายการละเมิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA หรือไม่ และหากนำข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไม่เป็นความจริง การเผยแพร่ข้อมูลอาจมีสุ่มเสี่ยงที่จะมีความผิดฐานนำข้อมูลประเทศเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รวมถึงความผิดหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา จึงขอถามนายพริษฐ์ และนายยิ่งชีพ ว่าข้อมูลที่นำมาเปิดเผยมีความน่าเชื่อถือ ถูกต้อง และอ้างอิงที่มาได้หรือไม่”สว.พิสิษฐ์ ย้ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

