บทบรรณาธิการ : 31 สิงหาคม 2569

สงครามศก.-จุดเสี่ยงการเมือง
สถานการณ์ด้านการเมืองของไทยวันนี้เมื่อเทียบกับเมื่อ 3-4 เดือนก่อน ให้บรรยากาศที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จากเสียงเชียร์บนความคาดหวังไว้สูงมาก ก็เริ่มทำใจ และลดระดับลงมา จากเสียงชื่นชมในช่วงแรกๆเริ่มเปลี่ยนมาเป็นการตั้งคำถามดังขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเรื่องความเป็นมืออาชีพ และผลงานที่ควรจะออกมาเป็นรูปธรรมมากกว่านี้
ที่น่าห่วงมากไปกว่านั้นคือ ระดับความน่าเชื่อถือในรัฐบาลลดต่ำลงไปอย่างน่าใจหาย ผลงานใดๆ กำลังถูกวิจารณ์ว่ายังไม่ปรากฏเป็นชิ้นเป็นอัน ขณะเดียวกัน ยังเกิดประเด็นเรื่องความโปร่งใสและเคลือบแคลงขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไอ้โม่งกักตุนน้ำมันที่ยังหาคำตอบไม่เจอ คดีเขากระโดง คดีฮั้ว สว. หรือโครงการ TH-AI Passport กลายเป็นจุดเปราะบางที่คอยทิ่มตำ
ยิ่งมาโดนกระหน่ำซ้ำด้วยประเด็นการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น มูลค่า 4,500 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเรื่อใหญ่ระดับชาติ แต่ระดับการแก้ไขปัญหายังถูกวิพากษ์วิจารณ์ และยังถูกจับตามองแบบไม่กะพริบว่า สุดท้ายแล้ว รัฐบาลจะสามารถลากคอตัวการใหญ่มาลงโทษได้จริงตามคำคุย หรือตัดจบอยู่แค่กลุ่มข้าราชการไม่กี่คน
แม้นายกรัฐมนตรีจะได้รับการยอมรับเรื่องความมุ่งมั่น แต่ภาพรวมของรัฐบาลสีน้ำเงิน กลับถูกมองว่าคุณภาพไม่ตรงปก มีเพียงมืออาชีพไม่กี่คนเท่านั้นที่สอบผ่าน แต่ก็ผ่านอย่างฉิวเฉียด ส่วนคนอื่นๆ คงไม่ต้องพูดถึงเพราะกลายสภาพเป็นรัฐมนตรีโลกลืมไปเกือบหมด โดยเฉพาะกลุ่มก๊วนลูกเทพที่เคยถูกยกให้เป็นจุดขาย แต่สุดท้ายกลายเป็นจุดอ่อน
ด้วยสถานการณ์โลกที่คาดเดาอะไรไม่ได้จากสงครามในตะวันออกกลาง บวกกับสถานการณ์ทางการเมืองไทยที่กำลังถูกเขย่าด้วยแรงเสียดทานรอบด้าน เกมการเมืองกำลังถูกดึงเข้าสู่จุดแตกหัก ทำให้บรรยากาศภายในบ้านของเราเองค่อนข้างตึงเครียดพอสมควร เห็นได้จากมีการปล่อยข่าวเขย่าเสถียรภาพรัฐบาลออกมาถี่และหนักขึ้นเรื่อยๆ
กระแสข่าวปล่อยเหล่านี้ แม้ถูกปฏิเสธจากแกนนำรัฐบาลว่าเป็นไปได้น้อยทั้งเรื่องความแตกร้าวของแม่ทัพสำคัญในพรรคภูมิใจไทย หรือแม้กระทั่งการดีลสลับขั้วสีแดง-สีเขียว-สีส้ม แต่ในทางการเมืองก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ทำไมมีข่าวในเชิงแบบนี้เป็นเพราะว่าเกิดปัญหาภายในรัฐบาล หรือจังหวะการเมืองที่กำลังไหลเข้าสู่โซนอันตราย
ประเมินจากสถานการณ์แล้ว จากนี้ไปเกมการเมืองจะร้อนระอุมากขึ้นเรื่อยๆ การตอบโต้ หรือการชิงไหวชิงพริบจะขับเคี่ยวอย่างเข้มข้น เพราะหมดช่วงเวลาเกรงอกเกรงใจกันแล้ว ฝ่ายค้านเองก็เตรียมที่จะยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในเร็ววันนี้ แม้เชื่อว่าจะไม่สามารถล้มกระดานรัฐบาลได้แต่ก็คงจะเกิดแรงกระเพื่อมจนต้องนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อลดแรงเสียดทาน
ที่น่าจับตาคือ สถานการณ์จากนี้ไปจนถึงปลายปี ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ยังอยู่ในช่วงการโหมกระหน่ำจากพายุใหญ่ของวิกฤตตะวันออกกลาง ซึ่งตอนนี้สถานการณ์บีบรัดเข้ามาอีกหลังสหรัฐเปลี่ยนจากสงครามทางทหารมาเป็นมหาสงครามเศรษฐกิจคว่ำบาตรอิหร่านในทุกรูปแบบและทุกชาติที่ให้การช่วยเหลือสนับสนุนเตหะราน ทั้งยังมีโอกาสปะทุรอบใหม่ได้ทุกเมื่อ
นี่คือความสุ่มเสี่ยงที่ปะทุขึ้นมาพร้อมๆ กับวิกฤตด้านพลังงาน เงินเฟ้อ หรือต้นทุนค่าครองชีพรอบด้านที่ยังเป็นปัจจัยคุกคามชีวิตประจำวันของคนไทยอยู่ในวันนี้ โดยยังไม่รู้ว่าสงครามเศรษฐกิจจะส่งผลหนักหน่วงอย่างไร นั่นคือคำถามที่น่าห่วงว่าเราเตรียมพร้อมรับมือกันแค่ไหนในขณะที่การเมืองกำลังเดินทางเข้าสู่จุดเสี่ยงที่ไม่รู้ว่าจะม้วนตัวถึงจุดวิกฤตศรัทธาเมื่อไหร่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

