คอลัมน์ : อ่านระหว่างบรรทัด

สลากแพงเกิน 80 บาท ยังเกลื่อนเมือง อย่าปล่อยให้ ‘กองสลากเงา’ ใหญ่กว่า ‘สนง.สลากฯ’
เมื่อวาน (29 ส.ค. 2569) ผมเดินเลือกดูแผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือลอตเตอรี่ ปรากฏว่า ไม่มี
สลากกินแบ่งรัฐบาลขายในราคา 80 บาทเลย แม้แต่ใบเดียว !!!
ทั้งขายเป็นชุด และที่ขายใบเดี่ยวๆ ล้วนแต่ราคาเกิน 80 บาทต่อใบทั้งนั้น
ส่วนในแอปเป๋าตัง ยังมีสลากราคา 80 บาทจริง แต่เลขที่ผมตั้งใจจะเสี่ยงโชค ก็ไม่เหลือเลยแม้แต่ใบเดียว (รวมถึงเลขสลับไป-มา ก็หมดเกลี้ยง)
สรุปว่า สลากกินแบ่งรัฐบาล ราคา 80 บาท มีอยู่จริงเฉพาะในแอปเป๋าตัง
แต่เมื่อซื้อสลากตามปั๊มน้ำมัน ตลาด ตามแผงขาย ตามตรอก ซอกซอย ฯลฯ เกือบทั้งหมด จะราคาเกิน 80 บาททั้งนั้น เงินส่วนเกินที่ว่านั้น มากกว่าพันล้านบาทต่องวด ไหลเข้ากระเป๋า “เสือนอนกิน” บางกลุ่ม ที่มีอิทธิพลอำนาจเหนือโควตาการจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาล
ความบิดเบี้ยวนี้ เกิดผลประโยชน์ส่วนเกินแก่ผู้มีอิทธิพล มากกว่าพันล้านบาทต่องวด คิดเป็นหลายหมื่นล้านบาทต่อปี
อาจสูงพอๆ กับยอดเงินนำส่งรายได้แผ่นดินของ สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล
พูดง่ายๆ ว่า การปล่อยปละละเลยข้างต้น สร้างผลประโยชน์ในเงามืด ทำให้ผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มจัดสรรผลประโยชน์กันเอง เสมือน “กองสลากเงา” โดยมูลค่าผลประโยชน์ พอๆ กับที่ สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาลจัดการนำส่งเงินเข้าแผ่นดินอย่างถูกกฎหมาย
ผู้มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมาย เมื่อรู้แล้ว ไม่สะสางจัดการ ละเว้น เพื่อประโยชน์ของผู้ใด ก็อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเสียเอง
1. สลากกินแบ่งรัฐบาลทุกใบ ที่ขายตามแผง ตามแอป ตามที่ต่างๆ ทั้งหมด ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลทุกใบ
กฎหมายกำหนดให้ขายในราคา 80 บาท เพราะจะเกี่ยวกับเงินที่แบ่งเป็นรายได้เข้าแผ่นดิน เงินรางวัล ฯลฯ มีสัดส่วนแน่นอนตายตัวตามกฎหมาย
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล อุตส่าห์ขายสลากให้กับผู้ค้า มีส่วนลดเพื่อเป็นค่าดำเนินการ เพื่อให้สลากถึงมือประชาชน 80 ตามราคาที่กฎหมายกำหนด
โดยจัดสรรสลาก 106 ล้านใบต่องวด แบ่งเป็น 3 ช่องทาง ได้แก่
(1) ระบบสลากแบบดิจิทัล ขายผ่านแอปเป๋าตัง 30 ล้านฉบับ
ขายให้ประชาชนโดยตรง ในราคา 80 บาท ทุกใบ นี่คือตัวอย่างช่องทางการจัดสรรที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ทำได้จริงๆ ไม่มีตัวกลาง-นายหน้า
(2) ระบบตัวแทน 31 ล้านฉบับ สำหรับตัวแทนส่วนกลาง/ภูมิภาค ตัวแทนองค์กร/สมาคม/มูลนิธิคนพิการ/ผู้ด้อยโอกาส
กลุ่มนี้ จะได้รับจัดสรรจาก สนง.สลากฯ ในราคาถูกพิเศษ ต่ำกว่าทุกกลุ่ม คือ 68.80 บาทต่อใบ
เท่ากับว่า มีกำไรส่วนลดถึง 14% คิดเป็น 11.20 บาท
โดยจะต้องแบ่ง 1.60 บาทต่อใบ เป็นค่าบริหารจัดการของสมาคม
ส่วนสมาชิก (เช่น คนพิการ คนตาบอด ฯลฯ) จะได้ส่วนต่าง 9.60 บาทต่อใบ
ปัจจุบัน มีสมาคมต่างๆ ที่ได้รับจัดสรร มีทั้งหมด รวมประมาณ 800 กว่าชื่อ
(3) ระบบซื้อ-จองล่วงหน้า 45 ล้านฉบับ สำหรับให้รายย่อยลงทะเบียนจองซื้อกันทุกงวด


ส่วนนี้ จะได้รับจัดสรรจาก สนง.สลากฯ ในราคา 70.40 บาทต่อใบ
เท่ากับว่า มีกำไรส่วนลด 9.60 บาทต่อใบ
ส่วนนี้ มีจำนวนคนได้รับจัดสรรแต่ละงวดประมาณ 1.2 แสนรายชื่อ
ในเมื่อสลากผ่านแอปเป๋าตัง คือ 80 บาท แน่นอน ถึงมือผู้ซื้อโดยตรง ไม่มีเปลี่ยนมืออีก ดังนั้น สลากที่จัดสรรผ่านช่องทาง (2) และ/หรือ (3) ย่อมเป็นส่วนที่ไปโผล่ขายเกิน 80 บาท เตามสถานที่ต่างๆ
ส่วนนี้เอง ที่ขายเกินราคา ผิดกฎหมาย เอาเปรียบผู้บริโภค สร้างผลประโยชน์ในเงามืด โดยผลประโยชน์ส่วนเกินมหาศาล มากกว่าพันล้านบาทต่องวด หรือปีละหลายหมื่นล้านบาท
2. ต้นเหตุหลักที่ทำให้สลากมีราคาแพงเกินจริง
การจัดสรรสลากของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในแบบที่มีโควตาที่ไม่โปร่งใส มีนอมินี มีการสวมสิทธิ ผ่านตัวแทนและนายหน้าหลายทอด มีการเอาสลากไปรวมชุด จัดสรรใหม่ จัดการโดย “กองสลากเงา”ทำให้เกิดการบิดเบือน-บิดเบี้ยว เปิดช่องให้กลุ่มอิทธิพลผลประโยชน์มืดเข้ามากอบโกย
โดยเฉพาะ โควตาส่วนใหญ่ถูกจัดสรรให้สมาคม มูลนิธิ หรือตัวแทน แต่ผู้ได้รับสิทธิบางส่วนไม่ได้นำไปขายเอง กลับนำไปขายต่อให้กับยี่ปั๊วหรือพ่อค้าคนกลางหลายทอด
เมื่อมีการเปลี่ยนมือผ่านนายหน้าหลายทอด ราคาต้นทุนจึงถูกบวกสะสมจนทำให้ราคาขายปลีกสูงเกินกว่า 80 บาทที่กฎหมายกำหนด
นี่จึงเป็นต้นเหตุหลักที่ทำให้สลากมีราคาแพงเกินจริง
3. ปัจจุบัน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีเครื่องมือที่จะแก้ปัญหาเสร็จสรรพ
มีแอปเป๋าตังที่ขาย 80 บาทได้อย่างโปร่งใส มีฐานคนใช้งานหลายสิบล้านคน สามารถขายสลากผ่านแอป
เป๋าตังได้อีกมหาศาล ช่วยตัดปัญหานายหน้าและควบคุมราคาได้จริง
สนง.สลากฯ สามารถตรวจสอบนอมินีที่มารับสลากได้ เหมือนที่ภาครัฐตรวจเจอในการตรวจสอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีกรณีถูกนำชื่อมารับสลากไปขาย มีเงินหมุนเวียน โดยเจ้าตัวไม่ทราบเรื่อง ช่องโหว่นี้ทำให้สลากไปอยู่ในมือของ “กองสลากเงา”หรือกลุ่มอิทธิพลอำนาจ นำไปจัดสรร แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบมหาศาล
การจัดระเบียบและตรวจสอบผู้ได้รับสิทธิโควตาคนพิการและผู้ด้อยโอกาสอย่างโปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้ขบวนการผลประโยชน์สวมสิทธิ์
ยิ่งกว่านั้น ปัจจุบัน มีฐานข้อมูลคนพิการ หรือแม้แต่เลขบัญชีการจ่ายเบี้ยคนพิการจากภาครัฐในแต่ละเดือน ที่สามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลเพื่อการแบ่งเงินจ่ายตรงช่วยเหลือคนพิการแต่ละรายโดยตรง โดยไม่ต้องกันโควตาสลากให้ผ่านสมาคมคนพิการแล้ว ก็ยังได้ ฯลฯ
ที่สามารถทำได้เลย คือ เพิ่มการขายสลากผ่านแอปเป๋าตัง แล้วไปตรวจสอบสะสาง ลดการจัดสรรผ่านโควตาอื่นๆ แต่กลับไม่จัดการ ไม่ดำเนินการอย่างเอาจริงเอาจัง
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว หรือไม่?
ใครละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่?
4. ก่อนหน้านี้ นายสุนทร บุญยิ่ง ตัวแทนกลุ่มธรรมาภิบาล ยื่นหนังสือร้องขอให้ตรวจสอบการบริหารจัดการโควตาสลากและปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา ส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้ว
นอกจากนี้ ยังยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กรณีการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไม่เป็นธรรม และความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา
ระบุว่า “...ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ พันโทหนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาอย่างยาวนาน มีหน้าที่โดยตรงในการควบคุม กำกับ ดูแล และจัดระเบียบการขายสลากให้เป็นไปตามราคาที่กฎหมายกำหนด
และรู้และทราบดีว่ามีกลุ่มขบวนการผลประโยชน์ทำให้สลากมีราคาขายที่สูงเกินจริง แต่กลับปล่อยปละละเลย เพิกเฉย ไม่แก้ไขปัญหา เกิดผลประโยชน์ส่วนเกินจากการขายสลากเกินราคา อาจถึงงวดละ 2,100 ล้านบาท เดือนละ 4,200 ล้านบาท หรือปีละประมาณ 50,000 ล้านบาท
ทำให้รัฐต้องขาดรายได้ และประชาชนต้องซื้อสลากที่แพงเกินจริง ถือว่าเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และหากพบว่าเป็นกรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ขอให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
1.ให้แก้ไขปัญหาการขายสลากที่แพงเกินจริงอย่างแท้จริง
2.ให้มีข้อสั่งการถึงสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อให้มีการจัดสรรโควตาจำหน่ายสลากให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการทางการเห็นและกลุ่มอดีตนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยในสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้องเป็นธรรมและเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ให้ขบวนการกลุ่มผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องหรือกระทำการลิดรอนสิทธิการได้รับสลากอีกต่อไป...”
5. สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ อุตส่าห์มีนโยบายให้สะสาง “5 เสือกองสลาก” กระทั่งมีสลากกินแบ่งรัฐบาล ราคา 80 บาทจริงๆ ผ่านแอปเป๋าตังแล้ว
แต่ปัจจุบัน มีเครื่องมือ ช่องทาง เพื่อจะแก้ปัญหาครบเครื่องกว่าในอดีต กลับดำเนินการเพิ่มสลากขึ้นมาเป็น 106 ล้านใบเพื่อใคร และจัดสรรแบบโควตารู้ทั้งรู้ว่ามีช่องโหว่เกิดการใช้ชื่อคนจนมาเป็นนอมินีรับสลากจนเป็นข่าวอื้อฉาว ปล่อยให้มีกลุ่มอิทธิพลแสวงหาผลประโยชน์เยี่ยง “กองสลากเงา”
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำอะไรอยู่ครับ?
สันติสุข มะโรงศรี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

