ปธ.วิปฝ่ายค้าน ฮึ่ม! ล็อกเป้าซักฟอก อนุทิน-ไชยชนก เผยเริ่มคุยพรรคร่วมแล้ว แย้ม โรม เป็นหัวหอก

2 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์กรณีการนัดรับประทานอาหารร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้านวานนี้ (1 ก.ย.) ว่า เมื่อวานนี้มีการประชุมกันแล้ว โดยสมัยนี้มีพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เพิ่มขึ้นคือ พรรคไทรวมพลัง โดยเรามีความเห็นตรงกัน ว่าเราจะเดินหน้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 คือการอภิปรายทั่วไปที่มีการลงมติ ในเชิงกรอบเวลา เราจะดำเนินการโดยเร็ว และได้มีการพูดคุยว่าจะครอบคลุมถึงใครบ้าง ซึ่งเป็นการบ้านที่แต่ละพรรค ไปรวบรวมมา แต่ 2 รายชื่อที่มีอยู่แน่นอน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย , นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งมีการตกลงกันเรียบร้อยแล้ว และหลังจากนี้ จะมีการตั้งคณะทำงาน โดยหัวเรือหลักคือ นายรังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่จะพูดคุยกับพรรคร่วมทุกพรรค รวบรวมรายชื่อและจัดทำญัตติ เพื่อเตรียมยื่นญัตติโดยเร็ว และคาดว่าจะใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์
เมื่อถามว่า จะมีหลักฐานเด็ดในการอภิปรายเพื่อให้สะเทือนรัฐบาลได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากคุยก่อนเกิด แต่คิดว่าเราทำงานเต็มที่ ให้ผลงานเป็นตัวบ่งบอกที่ดี และขอฝากว่า เห็นนายกรัฐมนตรีบอกว่าพร้อมที่จะตอบทุกคำถาม หวังว่านายกฯ และพรรคภูมิใจไทย จะไม่พยายามหาช่องทางให้ประธานสภาวินิจฉัยไม่ให้พูดเรื่องฮั้ว สว.และเรื่องโกงสอบท้องถิ่นได้ ไม่ใช้เทคนิคแบบนั้น
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่าพรรคประชาชนทำให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ก็สามารถทำให้เอาลงได้จะทำได้เมื่อไหร่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราทำเต็มที่ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน เราประกาศชัดเจนว่า ยิ่งเราเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่ในประเทศต่อไป ก็จะยิ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติกับประชาชน ฉะนั้น ย้ำว่าเราทำเต็มที่ในการตรวจสอบรัฐบาล และหวังถึงการเลือกตั้งครั้งถัดไป ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า หากเราทำหน้าที่ของเราได้ดีประชาชนเห็นพ้องกับเรา ว่าการมีพรรคอื่นมาเป็นแกนนำรัฐบาล น่าจะทำให้ประเทศดีขึ้นได้ ก็จะเป็นวิธีที่ทำให้สามารถล้มรัฐบาลได้ด้วยเสียงของพี่น้องประชาชน ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจเราคงไปคาดเดามติของ สส.ไม่ได้ แต่เราเข้าใจเสียงในสภาดีว่า ในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลยังมีเสียงข้างมาก แต่เป้าหมายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนคิดว่าไม่ใช่แค่การมานับคะแนนของการลงมติ แต่คือการนำเสนอความจริงให้สังคมได้เห็นถึงปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งหากประชาชนเห็นตามหลักฐานที่เรามี เมื่อไหร่ก็ตามที่อำนาจกลับไปอยู่ในมือของประชาชน เขาก็ก็จะจะเปิดโอกาสให้มีพรรคอื่นมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาล
เมื่อถามว่า ไม่สายเกินไปหรือที่จะให้ประชาชนเลือกตั้งครั้งหน้า นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราทำเต็มที่อยู่แล้ว แต่ต้องบอกว่าปลายทาง เราต้องมองเป็นขั้น เรายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ต้องวัดกันที่คะแนนลงมติ ซึ่งเมื่อเรายื่นญัตติเราก็อยากให้ สส.ส่วนใหญ่ ลงมติไม่ไว้วางใจ แต่ย้ำว่าตนคงไปคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ ว่าจะมี สส.รัฐบาลกี่คนที่จะมาลงมติไม่ไว้วางใจ หากเราชนะมติได้ ก็จะทำให้รัฐบาลพ้นจากตำแหน่งเร็วขึ้น แต่หากการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่นำไปสู่การลงมติที่เสียงข้างมาก ลงมติไม่ไว้วางใจ แล้วเราทำหน้าที่ของเราได้ดี เมื่ออำนาจกลับไปอยู่ในมือพี่น้องประชาชน ก็จะทำให้โอกาสในการเปลี่ยนรัฐบาลมีมากขึ้นด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

