ขับยิวอันธพาล ‘หนู’เซ็นสั่งเนรเทศ เหิมจัดข่มขู่คนไทย

ขับยิวอันธพาล
‘หนู’เซ็นสั่งเนรเทศ
เหิมจัดข่มขู่คนไทย
นายกฯอนุทิน ออกคำสั่งเนรเทศไล่ “ยาคอฟ” ชาวอิสราเอล ออกนอกประเทศ หลังศาลเกาะสมุย ตัดสินขู่เข็ญคนไทย ชี้ชัดพฤติการณ์ ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีและความผาสุกของประชาชน ขณะที่ชาวภูเก็ตนัดแสดงพลังหน้าสถานทูตอิสราเอล 7 ก.ย.นี้ เพื่อต้านทุนยิว-ทุนต่างชาติสีเทา
วันที่ 5 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เนรเทศ นายยาคอฟ โอฮะยอน (MR.YAACOV OHAYON) สัญชาติอิสราเอล ออกไปนอกราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาระบุว่า ด้วยปรากฏว่า นายยาคอฟ สัญชาติอิสราเอล มีพฤติกรรมส่งข้อความข่มขู่ผู้เสียหายว่า จะเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวและตกใจ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ประกอบกับศาลจังหวัดเกาะสมุย มีคำพิพากษาว่านายยาคอฟ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 ฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ พิพากษาจำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก15 วัน และปรับ 5,000 บาท และโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี
ซึ่งพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าวนั้น ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน จึงมีความจำเป็นเพื่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนที่อยู่ในข่ายถูกเนรเทศได้ ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเนรเทศ พ.ศ. 2499 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเนรเทศ พ.ศ.2499 ประกอบกับ
ข้อ ๔ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ.2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงมีคำสั่งเนรเทศนายยาคอฟ สัญชาติอิสราเอลออกไปนอกราชอาณาจักร
ทั้งนี้ หากนายยาคอฟ ไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง มีสิทธิอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้เพิกถอนคำสั่งเนรเทศ หรือขอให้มีคำสั่งส่งตัวออกไปนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติเนรเทศ พ.ศ. 2499 ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันทราบคำสั่งนี้
ด้านนายสายชล หนูเชต ตัวแทนกลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต เปิดเผยว่าทางกลุ่มเตรียมรวมตัวเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อร่วมเคลื่อนไหวกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ในการแสดงเจตนารมณ์ปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต จากกลุ่มทุนอิสราเอลและทุนต่างชาติสีเทา ที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในลักษณะ “กินรวบ”
โดยเฉพาะปัญหากลุ่มทุนที่แปลงสัญชาติมาจับจองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ จนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของคนท้องถิ่น ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางกลุ่มได้เคยเปิดเวทีสะท้อนปัญหาถึงรัฐบาลไปแล้ว แต่กลับไร้การเหลียวแลหรือส่งตัวแทนมารับฟังความ
เดือดร้อน
ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มฯ ยืนยันว่า การเข้าร่วมกิจกรรมในวันที่ 7 กันยายนนี้ เป็นการทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและลูกหลานชาวภูเก็ต ไม่มีเป้าหมายแอบแฝงทางการเมือง และจะยึดแนวทางสงบ สันติ โดยไม่มีการลงถนนหรือสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายอย่างแน่นอน
สำหรับ “กลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต” เป็นการรวมตัวกันของภาคประชาชนหลากหลายอาชีพในพื้นที่ ทั้งผู้ประกอบการโรงแรม รถรับจ้าง และภาคการท่องเที่ยว ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเข้ามาทำธุรกิจของทุนต่างชาติ โดยได้เริ่มเปิดเวทีเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา และได้รับความสนใจจากชาวภูเก็ตเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
ส่วนที่ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา กลุ่มชาวบ้าน เดินทางมาสังเกตการณ์ในพื้นที่ที่ถูกอ้างถึงว่าเป็นสุสานยิว หลัง อบต.เสม็ดใต้ ทำหนังสือขอเข้าตรวจสอบพื้นที่ของบริษัทเอกชน โดยทางบริษัทอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ อบต.เข้าตรวจสอบเท่านั้นพร้อมระบุว่าไม่อนุญาตให้นักข่าวหรือหน่วยงานเอกชนเข้าพื้นที่ หากไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการบุกรุก
โดยมีรายงานว่าภายในสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบเต็นท์สีน้ำเงิน 2 หลัง และภายในพบลักษณะคล้ายหลุมศพ สร้างความกังวลให้ชาวบ้านที่ระบุว่าได้รับผลกระทบจากกลิ่นและปัญหาในพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้มีการทำประชาพิจารณ์ เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมตัดสินใจว่า จะยินยอมให้พื้นที่ดังกล่าวใช้เป็นสุสานหรือไม่

