รมต.เอี่ยวโกงสอบ นายกสะดุ้ง ท้าส่งข้อมูลให้ปปช. หลังนายกเฮงแฉแหลก

รมต.เอี่ยวโกงสอบ
นายกสะดุ้ง
ท้าส่งข้อมูลให้ปปช.
หลังนายกเฮงแฉแหลก
ย้ำใครทุจริตโดนหมด
ไม่มีการเมืองเข้าแทรก
“อนุทิน” ลั่นถ้ามีหลักฐานใครเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยื่นป.ป.ช.สอบได้เลย หลัง สะพัดนายกเฮง ผู้ถูกกล่าวหาซัดทอดรัฐมนตรีบางคนเข้าไปเกี่ยวข้อง เพื่อความสบายใจไม่มีอิทธิพล-คำสั่งใดๆ จากฝั่งการเมืองแน่นอน ยันใครโกงโดนหมด
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 5 กันยายน ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ตำบลท่านัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่นที่มีกระแสข่าวออกมาว่าอาจจะมีคนในรัฐบาลเกี่ยวข้อง โดยนายกฯ ได้ย้อนถามว่า “มันมีข่าวเหรอมันต้องมีหลักฐานหรือต้องมีสิ่งที่พิสูจน์ได้ ถ้าไปบอกว่ามีข่าวว่า หรือมีกระแสข่าวว่า คนโน้นว่าที คนนี้ว่าที มันตอบไม่ได้ ก็ไม่รู้จะตอบอะไรผมไม่ได้ข่าวนี้”
ใครมีเอี่ยวโดนหมด
เมื่อถามว่า มีรายงานข่าวว่าคนที่โดนจับก่อนหน้านี้มีการยื่นหลักฐานระบุว่า มีความเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบัน นายอนุทิน กล่าวว่า“ถ้าเกี่ยวก็โดนหมด ยื่นมาเยอะๆ ก็ดีตนขอประชาสัมพันธ์ตรงนี้เลยว่าคนที่ทำเรื่องนี้คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดังนั้น ไปยื่นที่ ป.ป.ช. เลย จะได้สบายใจว่าไม่มีอิทธิพลหรือคำสั่งใดๆ จากฝั่งการเมืองอย่างแน่นอนแม้กระทั่งฝั่งบริหารหรือรัฐบาล ตอนนี้ ป.ป.ช. ทำเรื่องอยู่แล้ว ถ้าใครเห็นว่ามีความไม่เป็นธรรม มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า มีการทุจริตไม่ว่าระดับไหนขอให้นำหลักฐานไปยื่นกับ ป.ป.ช.ได้เลย ไม่ว่าเป็นหลักฐานจริงหรือหลักฐานเท็จ ป.ป.ช. เขาก็มีวิธีการพิสูจน์ นี่คือวิธีการที่จะทำให้ความจริงทั้งหมดปรากฎ
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ในส่วนของรัฐบาลเราได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ทำให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีส่วนได้ส่วนเสียออกจากตำแหน่งที่จะบริหารจัดการอะไรได้ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแล้ว ต่างคนต่างทำงาน”
ขอหลักฐานที่ประจักษ์ชัด
เมื่อถามย้ำว่า หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี นายกฯ กล่าวว่า “ไหนหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ต้องเป็นหลักฐานที่ประจักษ์ชัด แต่ถ้าเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าก็ส่งไปที่ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย หรือศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล แต่ถ้าดีที่สุดขณะนี้ ป.ป.ช. รับเรื่องในการที่จะสอบสวนสืบสวนดำเนินคดีในเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น ก็เอาหลักฐานจากอันควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อ เอาไปส่งมอบให้ ป.ป.ช. จะได้เป็นหลักฐานที่เขานำไปดำเนินการต่อได้ ถ้าเป็นหลักฐานที่เชื่อได้ ก็นำมาเป็นส่วนดำเนินคดีได้”
นายกเฮงให้ข้อมูลตร.ปปป.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือนายกเฮง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง และอดีตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคเพื่อไทย ถูกตำรวจ บก.ปปป. จับกุมในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ในคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น และได้รับการประกันตัวและปล่อยตัวไป เมื่อวันที่ 26 ส.ค.
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 4 กันยายน มีรายงานว่าตำรวจ บก.ปปป. ได้นัดหมายนายประวิทย์ เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมหลังพบว่า นายประวิทย์ มีข้อมูลหลักฐานสำคัญทางคดีโดยผู้สื่อข่าวได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวใกล้ชิด กับนายประวิทย์ ให้ข้อมูลว่า เดิมวันนี้นายประวิทย์ จะเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ ปปป. แต่ตำรวจขอเปลี่ยนสถานที่นัดหมายเลยไม่ได้เดินทางเข้าไปที่ ปปป. ซึ่งเบื้องต้นวันนี้ นายประวิทย์ จะนำหลักฐานเส้นทางการเงิน กับบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดี ซึ่งถูกระบุว่า เป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 คน ไปให้กับตำรวจ บก.ปปป. และหลักฐานชิ้นนี้จะเชื่อมโยงไปถึง “นายวิน ธนพชรโภคิน และ จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต” 2 ผู้ต้องหาคดีทุจริตโกงสอบ ที่ตอนนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพและจะเป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงไปถึงตัวการใหญ่ ที่อยู่เบื้องหลังในขบวนการทุจริตการสอบชัดเจน
โยงรัฐมนตรีมีเอี่ยว
รวมถึงนายประวิทย์ ได้พาพยานคนสำคัญที่ใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 คน ที่จะเชื่อมไปถึงตัวการใหญ่ มาให้ปากคำด้วย ทั้งนี้ พยานคนดังกล่าวจะให้ข้อมูลได้ด้วยว่า หนึ่งในเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ มีความสนิทกับจ่าพิชิต เรียนหนังสือมาด้วยกัน จึงพามาไปให้ปากคำกับตำรวจ บก.ปปป. ด้วย
แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า ตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นนั้น ใหญ่กว่าอธิบดีที่ถูกดำเนินคดี เมื่อถามว่า เป็นนักการเมืองเป็นระดับรัฐมนตรีหรือไม่ แหล่งข่าวระบุ ว่า เป็นระดับรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบัน
อีกทั้งยังอ้างด้วยว่า นายประวิทย์ไม่ได้เกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นและไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์แน่นอน แต่นายประวิทย์ เข้าไปตามเงินที่ลูกน้องของตนเองถูกขบวนการนี้โกงเงินไป และเชื่อว่าการจับกุมนายประวิทย์ เป็นลักษณะของการตัดตอนและเป็นการถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง
ตร.อ้างแค่ฟังคนอื่นมา
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวน บก.ปปป. เปิดเผยเกี่ยวกับ กรณีที่มีกระแสข่าวลือว่า มีรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบันอยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น ว่า ก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเคยรับทราบข้อมูลดังกล่าวจากการสอบปากคำ นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง และ อดีตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคเพื่อไทย ที่ถูกตำรวจ บก.ปปป. จับกุมในคดีเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นไปก่อนหน้านี้
ซึ่งครั้งนั้นมีการกล่าวอ้างถึงเรื่องดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงยังไม่พบข้อมูลหรือหลักฐานเชื่อมโยงแต่อย่างใด เป็นการกล่าวอ้างแบบลอยๆ ในลักษณะฟังผู้อื่นบอกต่อมาอีกทอดหนึ่ง ข้อมูลดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักหรือขาดความน่าเชื่อถือ
ส่วนกรณีข่าวลือที่อ้างว่า นายประวิทย์ นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น และไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ แต่ถูกจับเพราะถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ยืนยันว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย โดยยึดข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่ปรากฏเป็นหลัก ไม่มีนัยยะทางการเมืองแอบแฝงแต่อย่างใด
เส้นเงินโยงพิชิต-ดร.วิน
ทั้งนี้สืบเนื่องจากช่วงเช้าวันเดียวกัน ตำรวจได้นัดหมายนายประวิทย์ เข้าให้การเพิ่มเติมหลังพบว่านายประวิทย์ มีข้อมูลหลักฐานสำคัญทางคดี โดยมีรายงานว่ามีหลักฐานเส้นทางการเงินกับบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 คน ซึ่งหลักฐานชิ้นนี้เชื่อมโยงไปถึงนายวิน ธนพชรโภคิน และ จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม หรือ จ่าพิชิต 2 ผู้ต้องหาคดีทุจริตโกงสอบที่ตอนนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพและจะเป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงไปถึงตัวการใหญ่ ที่อยู่เบื้องหลังในขบวนการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นชัดเจน และยังมีรายงานว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเป็นถึงระดับรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

