เนรเทศฝรั่งเศสพ้นไทย ตะเพิดคนที่2 เป็นภัยต่อความสงบ มท.ลุยสอบยิวแปดริ้ว

นายกฯ เนรเทศชาวฝรั่งเศส พบเป็นต่างชาติ รายที่ 2 พ้นประเทศไทย หลังจากศาลฯมีคำพิพากษาคดีข่มขู่ทำร้ายร่างกาย ชี้พฤติการณ์เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย ลั่นมีกฎหมายก็ต้องใช้ ด้าน“พลพีร์”เผยสุสานชาวยิว ที่ฉะเชิงเทรา ไร้ใบอนุญาต เร่งตรวจสอบทั่วประเทศ ในทุกข้อกังวล
เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 2354/2569 เรื่อง เนรเทศ นายเควิน ดิมิโน (MR. KEVIN DIMINO) สัญชาติฝรั่งเศส ออกนอกราชอาณาจักร ด้วยปรากฏว่า นายเควิน ดิมิโน มีพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายร่างกาย ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น สร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติและศาสนา รวมถึงในหมู่นักท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ทั้งยังมีพฤติกรรมคึกคะนองอันอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ประกอบกับศาลจังหวัดเกาะสมุย มีคำพิพากษาว่า นายเควิน ดิมิโน มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), (8) และมาตรา 158/1 วรรคสอง พิพากษาปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 5,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30พร้อมริบของกลาง
ทั้งนี้ พฤติกรรมดังกล่าว ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และความผาสุกของประชาชน จึงมีความจำเป็นต้องเนรเทศออกนอกราชอาณาจักร โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.การเนรเทศ พ.ศ. 2499 ประกอบข้อ 4 แห่งระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ.2569 รมว.มหาดไทย จึงมีคำสั่งเนรเทศ นายเควิน ดิมิโน สัญชาติฝรั่งเศส ออกนอกราชอาณาจักร
อนึ่ง หากนายเควิน ดิมิโน ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อนายกฯ เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งเนรเทศ หรือขอมิให้ส่งตัวออกนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.การเนรเทศ พ.ศ. 2499 ภายใน 7 วัน นับแต่วันซึ่งทราบคำสั่งนี้
นายกฯ กล่าวว่า การเนรเทศชาวฝรั่งเศส เป็นชาวต่างชาติรายที่ 2 ที่ถูกให้ออกนอกประเทศ จากระเบียบใหม่ของกระทรวงมหาดไทย พร้อมระบุว่า “กฎหมายมีแล้วก็ต้องใช้”
มีรายงานข่าวว่า คำสั่งเนรเทศชาวต่างชาติรายนี้ เป็นคำสั่งที่ 2 ต่อจากคำสั่งเนรเทศนายยาคอฟ โอยะยอน (MR.YAACOV OHAYON) ชาวอิสราเอล ออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งนายยาคอฟ มีพฤติกรรมส่งข้อความข่มขู่ผู้เสียหาย ว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความตกใจกลัว เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ประกอบกับศาลจังหวัดเกาะสมุย มีคำพิพากษาว่านายยาคอฟ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 ฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความตกใจกลัว โดยการขู่เข็ญ พิพากษาจำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 15 วัน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี
ผู้สื่อข่าวถามว่าชาวต่างชาติที่ถูกเนรเทศ มีการยื่นอุทธรณ์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่เห็นหนังสืออุทธรณ์ เมื่อถามต่อว่าจะมีรายอื่นๆ ที่อยู่ในรายชื่อถูกเนรเทศอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ใครทำความประพฤติไม่ดี ก็ถือว่าประเทศไทย ไม่ประสงค์ให้คนเหล่านี้อยู่ในประเทศ
ต่อข้อถามว่าได้รับรายงานเรื่องสุสานชาวยิว ใน จ.ฉะเชิงเทรา แล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ยืนยันว่าไม่มีและไม่ต่อใบอนุญาต เมื่อถามว่าสามารถสร้างสุสานชาวต่างชาติบนแผ่นดินไทยได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มั่นใจในรายละเอียด ส่วนปัญหาชาวต่างชาติในประเทศไทย เริ่มกลับมาเยอะขึ้นใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เยอะ แก้ไขหมดแล้ว
ขณะที่นายพลพีร์ กล่าวถึงกรณีพบสุสานชาวต่างชาติ ใน จ.ฉะเชิงเทรา ว่าจากการตรวจสอบพบว่าได้ขออนุญาตตั้งแต่ปี 2564 และได้อนุญาตในปีเดียวกัน แต่เมื่อปี 2566ใบอนุญาตได้หมดอายุ เขาก็มีเจตนารมณ์จะมายื่นขอต่อใบอนุญาต จากนั้นนายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงไปสำรวจ พบว่าเป็นการก่อสร้างที่ผิดมาตรฐาน หรือข้อบังคับที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น เรื่องของระยะห่างจากถนน และแม่น้ำ เขาก็ทำไม่ถึงเพราะฉะนั้นจึงไม่มีการต่อใบอนุญาตให้ แม้เขายื่นอุทธรณ์ถึง รมว.มหาดไทย ยุคนั้น ก็ไม่ได้รับคำอุทธรณ์ ก่อนที่จะยื่นศาลปกครอง ซึ่งอยู่ระหว่างรับพิจารณาอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ณ นาทีนี้ถือว่าไม่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นสุสาน หรืออะไรก็แล้วแต่
ต่อข้อถามว่าปัญหาที่เกิดจากชาวอิสราเอล ได้ลุกลามบานปลายไปทั่วประเทศ นายพลพีร์ กล่าวว่า เรื่องคนสัญชาติอิสราเอล เป็นประเด็นในประเทศไทยมาโดยตลอด ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งเฉย อย่างที่ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน ที่เราไปจับ อาจบังเอิญหรือไม่ ตนไม่ทราบ ที่เป็นของชาวอิสราเอล แต่เรียน รมว.ยุติธรรม แล้ว หลังจากนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังพิจารณาว่าจะนำเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษหรือไม่ เพราะมีมูลค่าความเสียหายเกินกว่า 300 ล้านบาท
เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้คิดว่าปัญหาของชาวต่างชาติในประเทศไทยเยอะหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายก็เยอะ มีทั้งบริษัทนิติบุคคล ที่ถือครองที่ดินผิดกฎหมาย กว่า 1,500 บริษัท และยังมีบริษัทต่างชาติ ที่เราสงสัยอีกประมาณ 14,000 บริษัท ถือครองที่ดินประมาณ 5,800 กว่าแปลง มูลค่าประมาณ 6 หมื่นกว่าล้านบาท ได้เน้นย้ำไปที่กรมที่ดิน และกระทรวงพาณิชย์ ว่าต้องทำงานร่วมกันในส่วนที่บริษัทที่กระทำผิดกฎหมายกว่า 1,500 แห่งนั้น จะให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ทำเรื่องบังคับจำหน่ายออกทันที ส่วนบริษัทที่ต้องสงสัยนั้นขอเวลาตรวจสอบประมาณ 15 วัน ถ้าพบว่าผิดจะต้องดำเนินคดีเช่นเดียวกัน

