'ศรีสุวรรณ' ร้อง ป.ป.ช. สอบอดีตผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา ปมใบอนุญาต 'สุสานยิว'

วันนี้( 7 ก.ย. 2569 ) ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช. จ.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยกรณีอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2564 และผู้เกี่ยวข้อง กรณีออกใบอนุญาตจัดตั้งสุสานชาวยิวในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ทั้งที่สถานที่ตั้งอาจไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง พ.ศ. 2543 ออกตาม พ.ร.บ. สุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. 2528 พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าอาจเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือไม่
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการจัดตั้งสุสานชาวยิวแห่งใหม่ใน จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับการฝังศพตามหลักศาสนายิวในระยะยาว เนื่องจากสุสานเดิมในกรุงเทพฯ มีพื้นที่จำกัดและใกล้เต็ม โดยข้อมูลของ Jewish Community of Thailand ระบุว่า มีการระดมทุนและจัดซื้อที่ดินแปลงใหม่ใน จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยวงเงินหลายสิบล้านบาท แต่สถานที่ตั้งสุสานแห่งใหม่กลับถูกชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนและคัดค้านอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราคนปัจจุบันได้สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และพบสุสานในพื้นที่หมู่ 2 ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า ใช้ชื่อ JEWISH CEMETRY THAILAND โดยมีบริษัทและตัวแทนชาวไทยเป็นผู้ดำเนินการ ยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งสุสานและฌาปนสถานเมื่อปี 2564 ก่อนใบอนุญาตดังกล่าวจะหมดอายุในปี 2566 ขณะที่มีการนำศพชาวยิวมาฝังในพื้นที่แล้ว 4 ศพ
ประเด็นสำคัญที่ถูกตั้งข้อสังเกต คือ กรมการปกครองตรวจสอบแล้วระบุว่า สถานที่ตั้งสุสานไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2543 อย่างน้อย 2 ประการ คือ 1)ระยะห่างจากแหล่งน้ำสาธารณ ประโยชน์ โดยกำแพงสุสานอยู่ห่างจากคลองสาธารณประโยชน์เพียง 187 เมตร ขณะที่หลักเกณฑ์กำหนดไม่น้อยกว่า 400 เมตร และ 2) ระยะห่างจากทางสาธารณะ โดยตัวสุสานอยู่ห่างจากถนนสนามช้าง-หนองโสนประมาณ 3.60-9 เมตร ส่วนประตูสุสานห่างเพียง 6 เมตร ขณะที่หลักเกณฑ์กำหนดไม่น้อยกว่า 50 เมตร

นายศรีสุวรรณ เห็นว่าเมื่อหน่วยงานราชการยืนยันถึงปัญหาความไม่ถูกต้องของสถานที่ตั้งแล้ว จำเป็นต้องตรวจสอบย้อนกลับว่า เหตุใดอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราและผู้เกี่ยวข้องจึงสามารถออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอได้ ทั้งที่สถานที่ตั้งอาจขัดต่อหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย พร้อมขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ในขณะดำรงตำแหน่งว่าเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ แม้อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดผู้ใช้อำนาจอนุญาตจะเกษียณอายุราชการและไปดำรงตำแหน่งในภาคเอกชนแล้ว แต่ผู้ร้องระบุว่า การตรวจสอบการใช้อำนาจในช่วงปี 2564 ยังสามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเห็นว่าอายุความตามกฎหมาย ป.ป.ช. ยังไม่ครบ 10 ปี จึงขอให้ ป.ป.ช.รับเรื่องไว้ไต่สวนและวินิจฉัยตามอำนาจหน้าที่
ส่วนศพชาวยิว 4 ศพที่ฝังอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว นายศรีสุวรรณ ระบุว่า ได้มีการแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราคนปัจจุบันและนายอำเภอบางคล้าดำเนินการขุดและเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่แล้ว หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการตามที่แจ้งไว้ ก็จะนำเรื่องดังกล่าวมาร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาความรับผิดเพิ่มเติมต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

