งบ70ซ้ำซ้อนพรก.กู้เงิน ฝ่ายค้านสับ โครงการเอื้อผู้รับเหมา ‘วรงค์’ชี้หักหัวคิว30% แบงก์พันหาย1.4แสนล. คาดพันเงินเทา-ซื้อเสียง มาร์คซัดส่อทำผิดรธน.

นายกฯร่วมถก พ.ร.บ.งบฯไม่ห่วงมี “เอกนิติ” ประจำการตอบข้อสงสัย ด้าน “เอกนิติ” ชี้ภาวะศก.ไม่แน่นอนสูง หนุนทบทวน-ลดหน่วยงานซ้ำซ้อน รีดไขมันทิ้งปรับลด 1.1 หมื่นล้านบาท กมธ.ให้ความสำคัญสนับสนุนศก.เติบโต รองรับผลกระทบจากภายใน-ภายนอก ขณะที่’ปชน.’รุมถล่มยับ ซัดจัดงบลงทุนไม่ถึง20%จงใจเล่นคำ‘บิดเบือน-เลี่ยงกม.’แฉนักการเมือง-ขรก.ปั้นโครงการสนองผู้รับเหมาเพื่อแบ่งฮั้ว’ศิริกัญญา’ ตัดงบกลาง 5 หมื่นล้าน แฉโยกย้ายเงินไร้ตรวจสอบ ซ้ำซ้อนพรก.กู้เงิน ด้าน’หมอวรงค์’จี้ตัดงบฯลง10%ลั่นประเทศนี้ยังโกง กินหัวคิวโครงการ30% แบงค์พันหาย.4แสนล้าน คาดพัน’เงินเทา-ซื้อเสียง’
เมื่อเวลา 10.30น. วันที่ 7 ก.ย. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระ 2-3 ว่า ตนมาร่วมฟังการอภิปรายงบประมาณปี 70 ให้มากที่สุดในช่วงที่ยังไม่เดินทาง เนื่องจากคืนวันเดียวกันนี้ตนจะเดินทางไปประเทศนอร์เวย์ เนื่องจากได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯให้ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แทนพระองค์ในการพระราชพิธีพระบรมศพของกษัตริย์แห่งนอร์เวย์ ช่วงก่อนออกเดินทางจะได้มาใช้สิทธิ์ลงมติเป็นรายมาตรา
หนูไม่ห่วงถกงบ-‘เอกนิติ’คอยแจง
เมื่อถามว่าสภาฯจะอภิปรายหลายวันแต่ตัวนายกฯไม่อยู่เป็นห่วงอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนจะติดตามประสานงานกันอยู่ตลอด และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ก็อยู่ที่นี่เพื่อคอยชี้แจงต่อประเด็นข้อสงสัยต่างๆให้สมาชิก นี้คือการพิจารณาวาระ 2 วาระ3 เมื่อกระบวนการในขั้นตอนนี้เสร็จสิ้นจะต้องมีการเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
เปลี่ยนโฆษกรบ.ตีปี๊บผลงานรมต.
นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการเปลี่ยนตัวโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและเปิดตัวรายการคุยกับ”ครม.อนุทิน” ส่วนนี้การสื่อสารของรัฐบาลมีปัญหาอะไรหรือคาดหวังอะไร หรือไม่ว่ารัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่ประมาณครึ่งปีแล้ว ทางกรมประชาสัมพันธ์ โดย นางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้มาหารือว่าสมัยก่อนก็มีการสื่อสารไปยังประชาชนผ่านรายการอย่างเช่น รายการนายกฯพบประชาชน เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้รัฐมนตรีทุกคนก็ทำงาน ฉะนั้นในแต่ละสัปดาห์ก็จะจัดช่วงเวลาให้ เพื่อให้รัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่ทำงานในแต่ละเรื่องได้มาชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ ก็จะพยายามทำให้ได้มากที่สุด เมื่อถามว่านายกฯมีคิวออกอากาศวันไหน นายกฯตอบว่า ยังไม่ได้
ปรับการสื่อสาร-แต่ไม่ปรับครม.
เมื่อถามว่า โฆษกรัฐบาลคนใหม่ที่จะแต่งตั้ง จะเสริมการสื่อสารเรื่องการเมือง จากเดิมหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เน้นการสื่อสารให้กับประชาชน ให้ประชาชนได้รับทราบว่ารัฐบาลได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง เมื่อถามต่อว่าจะเน้นเรื่องตอบโต้ทางการเมืองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าอย่าไปใช้คำว่าตอบโต้ทางการเมืองเลย มีอะไรก็ชี้แจง ข้อสงสัยหรือข้อกังวลให้กับทุกฝ่าย ได้รับทราบ เมื่อถามว่า ตอนนี้ปรับแค่การสื่อสาร ยังไม่ปรับคณะรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายกฯยิ้มแล้วหัวเราะ แต่ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามอีกว่าตอนนี้รัฐบาลอยู่มา 6 เดือนแล้ว ถึงเวลาปรับครม.แล้วหรือยัง นายกฯหัวเราะและไม่ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าที่หัวเราะแบบนี้ยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับใช่หรือไม่ นายกฯ ได้เพียงแต่ยิ้มโดยไม่ได้ตอบคำถาม
‘เอกนิติ’ชี้ตั้งงบภาวะศก.ไม่แน่นอน
เวลา 09.00น.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะประธาน กมธ.แถลงรายงานของ กมธ.ว่า กมธ.มีข้อเสนอในภาพรวมที่สำคัญ เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจในปี 70 ที่ภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอนสูง ควรหาแนวทางบริหารความเสี่ยงในโครงการที่มีผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการบริหารจัดการหนี้สาธารณะให้ลดลงระยะยาว เพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลัง กรณีที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เพื่อไม่กระทบเสถียรภาพการเงินการคลังและวินัยการเงินการคลังของประเทศในอนาคต รวมถึงต้องทบทวน ปรับลดหน่วยงานที่หมดความจำเป็น มีภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ ปรับกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมกับแหล่งเงิน หรือเงินนอกงบประมาณ เพื่อให้การพิจารณางบประมาณมีประสิทธิภาพ
ปรับลด1.1หมื่นล้านตามสถานการณ์
นายเอกนิติกล่าวอีกว่า การพิจารณาของ กมธ.ได้ปรับลด 1.1 หมื่นล้านบาท โดยพิจารณาจากความสอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงเป้าหมายและผลการดำเนินการจริง ความคุ้มค่า ความพร้อม และศักยภาพใช้จ่ายงบประมาณ สำหรับการเพิ่มงบประมาณ ได้พิจารณาตามความเหมาะสมจำเป็นต่อหน่วยงาน ได้แก่ งบกลาง เพื่อเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงศึกษาธิการ ส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อจัดการศึกษาสำหรับเด็กเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อสนองงานตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่วนการประชาสัมพันธ์เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตย สำนักงานอัยการสูงสุด กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ และ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามวงเงินของงบประมาณที่ปรับลด
หนุนกระตุ้นศก.-ช่วยเหลือประชาชน
“การพิจารณารายละเอียด ปรับลด เพิ่มงบ กมธ.ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความพร้อมและศักยภาพของหน่วยงาน ซ้ำซ้อน เป้าหมายดำเนินงาน ผลดำเนินงาน ภารกิจเพื่อสนับสนุนกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ แก้ปัญหาความเป็นอยู่และประโยชน์โดยตรงกับประชาชนเป็นสำคัญ รวมถึงสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโต เข้มแข็ง รองรับผลกระทบจากปัจจัยภายในและภายนอก การทำต้องไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทำตามกรอบงบประมาณได้” นายเอกนิติ กล่าว
ปชน.ซัด จัดงบลงทุน ไม่ถึง20%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเข้าสู่การพิจารณาเป็นรายมาตราต่อไป โดยกมธ.เสียงข้างน้อย รวมถึง สส. ฝ่ายค้านที่สงวนคำแปรญัตติลุกอภิปรายเพื่อขอปรับลดงบประมาณในภาพรวมลง เพราะมีข้อกังวลต่อการจัดงบที่ส่อว่าจะเพื่อทำทุจริต
เวลา09.50น.นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ภาพรวมงบลงทุนที่มีปัญหา นอกจากการลดงบรายจ่ายลงทุนแล้วยังพบความบิดเบือน จงใจเลี่ยงข้อกฎหมายวินัยการเงินการคลังที่กำหนดให้ต้องมีงบประมาณรายจ่ายเพื่อลงทุนมีอย่างน้อย 20% แต่รัฐบาลใช้การเล่นคำเพื่อเลี่ยงกฎหมาย บางจุดใช้คำว่ารายจ่ายลงทุน รายจ่ายเพื่อการลงทุน ซึ่งไม่เท่ากับงบลงทุน หากนับเฉพาะส่วนที่นิยามชัดเจนว่าเป็นงบลงทุน มีเพียง 13% ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ขณะเดียวกันเมื่อเทียบงบลงทุนเมื่อปี2569 พบว่ามีสัดส่วนลดลง13%
ทางหลวงได้แสนล้าน-เอื้อผู้รับเหมา
“งบลงทุนปี2570 ต่ำมาและยังพบการเล่นคำนับบางรายการเพิ่ม เรียกว่าเป็นรายจ่ายลงทุน เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมาย คือ ผ่านตามกฎหมายสไตล์ศรีธนญชัย นอกจากนั้นแล้วยังพบว่างบลงทุนส่วนใหญ่ยังใช้กับโครงการถนน และโครงการน้ำจำนวนมาก ซึ่งผมมองว่างบปีนี้ถูกจัดสรรแบบไม่เห็นอนาคต นอกจากนั้นยังพบว่าผู้รับเหมาชนชั้นพิเศษได้โครงการมากขึ้นเพื่อเพียงพอต่อการแบ่งฮั้ว และพบว่า นักการเมืองและข้าราชการปั้นโครงการเพื่อจัดสรรให้กับผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ขณะที่ผู้รับเหมาชั้นธรรมดา หรือผู้ประกอบการตายเรียบ สำหรับหน่วยงานที่งบลงทุนจำนวนมากอยู่ใน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน และกรมโยธาธิการและผังเมืองและที่หนักที่สุดคือ กรมทางหลวง (ทล.) ที่ได้งบแสนล้านบาท ซึ่งจงใจจัดมาให้พอต่อการฮั้ว ปี2569 มี69 โครงการ ปี2570 มี 70โครงการ ทั้งที่ภาพรวมงบลงทุนลดลง13% อย่างไรก็ดีงบที่สร้างอนาคต เช่น งบกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสต์ วิจัยและนวัตกรรม ถูกปรับลดลง 32% เหลือ 1.3 หมื่นล้านบาท แม้กมธ.จะคืนให้ 4,000ล้านบาท แต่สวนทางกับการพัฒนา
หมอวรงค์จี้ตัด10%-ชี้ประเทศนี้ยังโกง
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ลุกกล่าวอภิปรายว่า ตนขอปรับลดงบประมาณ มาตรา 4 ลงรวม10% ในภาพรวม เพราะกังวลว่าการตั้งงบประมาณจะนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งก่อนนี้ ตนไม่เชื่อว่าประเทศนี้ไม่มีการโกง แต่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ถ้าโครงการไหนที่ถูกบรรจุในงบฯเล่มขาวคาดแดง แม้จะแจ้งว่าอยู่ในชั้นวาระแรก แต่ก็มีการจ่ายเงินกันไปแล้ว มีหลักคือ แม้ราคาต้นทุน 100 บาท แต่เมื่ออยู่ในเล่มงบประมาณขาวคาดแดง จะมีราคาสูงกว่าปกติ 300-400 บาท โดยเขาต้องจ่ายเงินให้ส่วนราชการ 30% และราชการจ่ายต่ออย่างไรเป็นอีกเรื่อง สำหรับต้นทุน 30% ต้องกันไว้เป็นจ่ายรายทางหลายอย่าง“ตั้งราคา 300-400 บาท ทั้งที่ต้นทุน 100 บาท จ่าย 30% ที่สำคัญคือ งบโครงการที่รัฐบาลจะทำเป็นอันตราย และมีสิ่งที่ไม่สบายใจ คือ เงินแบงค์พัน หายไปจากระบบ 1.4แสนล้านบาท พัวพันกับเงินเทา เงินพนัน เงินสินบนและเงินซื้อเสียงนักการเมือง กมธ.ได้หารือหรือปล่อยให้หมักหมม ซึ่งหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ที่สุดประเทศจะไปไม่รอด
‘ไหม’บี้ตัด5หมื่นล้าน-ซ้ำพรก.กู้เงิน
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.อภิปราย มาตรา 6 เกี่ยวกับงบกลางที่ตั้งไว้ 699,924ล้านบาท โดยเสนอให้ตัด 50,000ล้านบาท ในส่วนค่าใช้จ่ายแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมและรองรับผลกระทบจากวิกฤติราคาพลังงาน กับเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินจำเป็น โดยให้เหตุผลว่า ในส่วนค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขวิกฤติพลังงาน 12,000 ล้านบาท ในการจัดสรรงบประมาณที่ผ่านมามีการกำหนดรายการใหม่ในงบกลางเพิ่มขึ้นทุกปี แต่มีปัญหาเพราะเงินในงบกลางสามารถโยกย้ายระหว่างกันได้ โดยไม่ต้องขอผ่านสภาและตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นงบที่ซ้ำซ้อนกับ พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เรากังวลเหลือเกินกับ พรก.กู้เงิน 4แสนล้านบาท โดยเฉพาะ2แสนล้านหลัง ที่มีการเปลี่ยนผ่านพลังงานยังไม่แน่ใจว่าจะถูกนำไปใช้อย่างไร นี่ก็มาขออีกแล้ว 12,000ล้านบาท ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร ในชั้น กมธ.หน่วยงบประมาณมาชี้แจง ซึ่งไม่ชัดเจน แต่มีแนวทางจัดสรรออกคนละครึ่ง ระหว่างรัฐบาลกับหน่วยรับงบประมาณอื่นที่มีเงินสะสมของตัวเอง
‘กรณ์’บี้หั่น10%-แบ่งให้5เรื่องสำคัญ
เวลา10.40น.นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายในมาตรา 4 งบรายจ่ายปี70 จำนวน 3.788ล้านล้านบาท ว่า ได้เสนอให้ปรับลดงบประมาณโดยรวม10% เจตนาไม่ใช่เพื่อลดวงเงินโดยรวมของรัฐบาล แต่เพื่อเปิดช่องให้ ครม.นำเงินส่วนที่ปรับลดไปนั้นกลับไปจัดสรรใหม่ เพื่อให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของประเทศ ซึ่งโจทย์สำคัญที่เราหวังว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณในการแก้ไขมีด้วยกัน 5เรื่อง ได้แก่ 1.การศึกษา 2.สังคมสูงอายุ 3.หนี้ครัวเรือน 4.ประสิทธิภาพการผลิต 5.การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ไม่ได้โทษรัฐบาลทั้งหมด แต่วันนี้เรามีปัญหาเชิงโครงสร้างในเรื่องงบประมาณ ซึ่งมีปัญหาสองส่วน คือการจัดสรรงบ และรายได้ วันนี้ใครเป็นรัฐบาลก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าเงินไม่พอที่จะมาจัดสรรและแก้ไขปัญหาทั้งหมดที่สะสมมานาน
‘อภิสิทธิ์’ชี้งบลงทุนน้อยกว่ากำหนด
เวลา11.00น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนขอเสนอตัดงบในภาพรวม 1.5แสนล้านบาท เพราะมีเงินนอกงบประมาณจำนวนมากเพื่อแก้ปัญหาประเทศ รวมถึงเป็นปีที่รัฐบาล ตาม พรก.กู้เงิน ทำให้จะมีเงินเติมในระบบอีก 2แสนล้านบาท นอกจากนั้นแล้วเมื่อพิจารณาถึงสถานะของประเทศในประเด็นหนี้สาธารณะเกือบชนเพดานและยังมีหนี้ที่ค้างในรัฐวิสาหกิจ หรือ ธนาคารของรัฐอีก เป็นเรื่องอันตราย ตนผิดหวังที่ กมธ.ไม่พยายามรีดไขมัน เพื่อให้มีพื้นที่ทางการคลัง ช่องว่างรับมือสถานการณ์วิกฤติ เมื่อมีรายละเอียดงบประมาณปรากฏว่า งบประมาณปีนี้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญว่าด้วยการรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้มีเสถียรภาพ มั่นคงยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งกำหนดให้มีงบรายจ่ายงบลงทุนไม่น้อยกว่า 20% และไม่น้อยกว่าวงเงินที่ขาดดุลของบประมาณ
ไม่รักษาวินัยการคลังถือว่าผิดกม.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อมีกฎหมายใช้ต้องบังคับใช้จริงจัง ทั้งนี้หากรัฐบาลจัดไม่ได้ต้องแถลงต่อสภา แต่ทำไมถึงไม่ทำอย่างตรงไปตรงมา หรือบังคับใช้กฎหมายเที่ยงธรรม ตนยืนยันว่าควรตัดลดวงเงินงบประมาณ รายจ่ายที่ไม่จำเป็นสุ่มเสี่ยงทุจริตและจัดเพิ่มงบลงทุนและให้มีพื้นที่การคลังเพื่อแก้ปัญหา เรื่องดังกล่าวตนจะติดตาม เพราะงบแสนล้านที่นายกฯ หรือ ครม.อนุมัติ จะดูว่ามีเจตนาเพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง และใช้งบกลาง 60% เพื่อรายจ่ายลงทุน หากไม่ใช่ แปลว่าผิดกฎหมาย ตนมีหน้าที่ตรวจสอบต่อไป
ขณะที่ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ฐานะรองประธานกมธ. ชี้แจงโดยยืนยันว่า ทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ จากนั้นที่ประชุมลงมติในมาตรา4 เห็นด้วย 281เสียง ไม่เห็นด้วย 133เสียง งดออกเสียง 46เสียง ไม่ลงคะนน 1เสียง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

