คอลัมน์ : คิด เขียน คุย

‘ยิว’อันตราย
เมื่อวันที่ 17 กันยายนวานนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศเสียงดังฟังชัดเกี่ยวกับปัญหา“ชาวต่างชาติ” ซึ่งมีพฤติกรรมและพฤติการณ์อันเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศและประชาชนว่า จะจัดการอย่างเด็ดขาด หากทำผิดก็ต้องเนรเทศออกจากประเทศไทยสถานเดียว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ที่กระทรวงมหาดไทย โดยได้แสดงความชื่นชมนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ“มท.2” พร้อมทั้งทีมงาน ที่เวลานี้เป็น“หัวหมู่ทะลวงฟัน”ปฏิบัติการปราบปรามกวาดล้าง“ทุนเทาต่างชาติ” โดยเฉพาะ“ชาวยิว”ด้วยความแข็งขัน จนได้รับเสียงตอบรับในเชิงบวกจากประชาชนอย่างกว้างขวาง
นอกจากนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังกล่าวถึงชาวต่างชาติทุกชาติที่มาอาศัยและหากินอยู่ในประเทศไทยว่า “หากมาอยู่ในประเทศนี้ แล้วทำมาหากินสุจริต ไม่เอารัดเอาเปรียบ ไม่ใช้กำลังของตัวเอง สติปัญญา เงินทุน และระบบต่างๆ มาเอาเปรียบคนไทย ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่ถ้าเข้ามาแล้ว มีพฤติกรรมก้าวร้าวข่มขู่ ข่มเหง แสดงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ก็ต้องดำเนินการเต็มที่ โดยเฉพาะในจังหวัดเป้าหมายทั้ง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ที่มีการดำเนินการลักษณะนี้ ขอให้ผู้ว่าฯทั้งหลายใช้กฎหมายให้เต็มที่”
และอีก 6 ย่อหน้าถัดจากนี้ จากคำประกาศของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งสมควรบันทึกและหมายเหตุไว้ :-
“การตั้งศาสนสถาน คิดว่าอยู่ดีๆ ไปตั้งเองไม่ได้ รูปแบบต่างๆ ต้องให้การเคารพต่อสังคม และวัฒนธรรมของประเทศไทยด้วย ล่าสุดทราบมาว่า มีการขอสร้างสุสานส่วนตัวอีก มันเกินไปแล้ว เหาะเกินกรุงลงกา ให้มาก็บุญแล้ว มาก็มาหากินสุจริต จะตายก็ไปตายที่บ้านโน้นไม่ต้องมาตายที่นี่ แล้วก็อย่ามาเอารัดเอาเปรียบ และเรื่องศาสนสถานที่ขออนุญาต ตั้งเป็นร้านอาหาร แต่มีศาสนสถานอยู่ก็ไม่ได้"
"ท่าน (หมายถึงผู้ว่าราชการจังหวัด) ไม่ต้องถามกลับมาว่า เนรเทศแล้วจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินออกไป ถามแบบนี้ มันเหมือนกับถามไม่ค่อยคิดไปหน่อย ถามแบบอยากจะปัดงานให้ออกจากตัว ซึ่งไม่ได้ คำว่าเนรเทศ คือถ้าท่านดำเนินการแล้ว คนๆ นั้นต้องออกจากประเทศ เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ผมดำเนินการให้อยู่แล้ว แต่อย่าเอาสิ่งเหล่านี้มาอ้าง บางทีก็เหมือนดูถูกภูมิปัญญากันไปหน่อย เนรเทศแล้วยังลงนามไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าใครจะออกค่าตั๋วเครื่องบิน ไม่มี จังหวัดก็ออกไปก่อน แล้วจะมาเบิกคืนในรูปแบบไหนก็ว่ากันไป ถ้าผมเป็นท่าน ผมควักตังค์ออกเลย คนเหล่านี้อยู่ในจังหวัดท่าน ก็ถือเป็นอัปมงคลอยู่ในบ้านเราอยู่แล้ว ท่านจะเก็บไว้ทำไม”
“เพราะฉะนั้น อย่าไปกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าพฤติกรรมเข้าเกณฑ์ ก็ดำเนินการทันที พวกนี้เอามาดำเนินคดีในประเทศ ต่อให้เขาผิด แล้วไม่เนรเทศออกไป มาดำเนินคดีในประเทศเรา ก็เสียข้าวสุกพวกเราอีก ต้องใช้ข้าว ใช้น้ำของเรา ใช้ห้องพักของเรา ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บเอาไว้ ถ้ามีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ มีทางเลือกเดียว เชิญออก แค่นั้นเอง ไม่ต้องห่วง เขาจะอุทธรณ์ก็ไม่มีปัญหา รัฐมนตรีมหาดไทย ลงนามเนรเทศเขา อุทธรณ์กับนายกรัฐมนตรี ก็เชิญ ท่านมีข้อได้เปรียบในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ขอให้ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด คำสั่งกระทรวงก็ออกมาตามคำแนะนำของพวกท่าน เมื่อออกมาให้แล้ว ก็ใช้อย่างเต็มที่ ขอให้ มท.2 ติดตาม และดำเนินการร่วมกับผู้ว่าฯ และการสนับสนุนของกรมการปกครอง ให้ทุกอย่าง ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว"
“เมื่อวานยังมีการพูดถึงประเด็นที่บอกว่า บางคนต้องรับโทษก่อน ซึ่งอย่างที่บอก หากรับโทษก็เสียทรัพย์สิน เนรเทศไป แล้วให้เขาไปตามยถากรรม กลับไปบ้านเขา น่าจะดีกว่า เพราะฉะนั้น ก็ต้องหาช่องทางกฎหมาย ที่เน้นในเรื่องของการให้คนเหล่านี้ออกไปจากประเทศ”
“เรายินดีที่จะต้อนรับ แต่ต้องเป็นลักษณะก่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย เข้าใจว่า การเข้ามาท่องเที่ยว ทำให้เกิดการใช้เงินและลงทุนในประเทศไทย แต่ไม่ได้หมายความว่า จะเอาเปรียบหรือใช้เงินลงทุนทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย ซึ่งมีต่างชาติเหล่านี้อยู่หลายประเทศ ไม่ใช่เพียงประเทศเดียว ทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง เอเชียกลาง ยุโรป แอฟริกา มีหมด ผู้ว่าฯ และนายอำเภอ ต้องกำชับ จะไปไล่จับปูใส่กระด้ง ก็ไม่ได้ วันหนึ่งต้องเอากฎหมายครอบ ว่า ทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ต้องมีจุดที่บอกว่าหลังจากนี้ทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ต้องจัดระเบียบให้ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ตนได้ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการเนรเทศทำให้มีกลไกในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และเป็นสิ่งที่ทำให้คนที่ตั้งใจจะทำอะไรพิเรนทร์ เริ่มรู้ว่าเอาจริงเรื่องนี้ พร้อมที่จะเนรเทศ”
“ประเทศไทยยังยินดีต้อนรับคนต่างชาติที่เข้ามาโดยสุจริต แต่ต้องเคารพกฎหมายขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของประเทศไทย และทำให้คนไทยอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา เช่นป้ายห้ามคนไทยเข้า ถ้าผู้ว่าฯเจอที่ไหน ต้องไปถอนด้วยตัวเอง คนไทยเข้าได้หมด ยกเว้นบ้านเรือน แต่ต่อให้เขาเป็นเจ้าของบ้าน แล้วบอกบ้านนี้ไม่ต้อนรับคนไทย ก็ให้ถอนออกมา ต้องทำให้ได้คนเหล่านี้ คือคนที่ไม่พึงประสงค์ ถ้ากล้าทำถึงขนาดนี้ เขาต้องมีพฤติกรรมที่ไม่บ้า ก็เมา แสดงว่าต้องมีสิ่งที่ท่านต้องไปสืบให้ได้ เขาทำผิดอะไร และใช้กฎหมายเชิญออกจากประเทศ ขอให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ติดตามการกระทำผิดของคนต่างด้าวอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องการใช้นอมินีถือครองที่ดิน”
สรุปภาพให้เห็นชัดๆ เกี่ยวกับปัญหาชาวต่างชาติ ทั้ง“นอมินี”และ“ทุนเทา” จากการเปิดเผยของนายพลพีร์ สุวรรณฉวี เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา พบว่าความเสียหายคิดเป็นเงินมีมูลค่าสูงถึง 8.5 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้นยังพบว่ามีชาวต่างชาติ 2.2 พันรายถือครองที่ดินอย่างผิดกฎหมาย และมีบริษัทต้องสงสัยเข้าข่าย“นอมินี”มากกว่า 1.4 หมื่นบริษัท
สำคัญที่สุด นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ยังได้กล่าวถึงการสร้างชาบัด (Chabad) อาคารสูง 8 ชั้นและมีชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นศูนย์กลางชุมชนชาวยิวและสถานที่ประกอบศาสนกิจของชาวยิวในประเทศไทย ใจกลางกรุงเทพมหานคร บริเวณ“ซอยสุขุมวิท 22” ว่ากระทรวงมหาดไทยกำลังประสานงานกับกรุงเทพมหานครเพื่อตรวจสอบใบอนุญาตและรายละเอียดอย่างเร่งด่วน เนื่องจาการสร้าง“ชาบัด”แห่งนี้มีมูลค่ามหาศาลแต่ไม่ทราบแหล่งที่มาที่ชัดเจน
บรรทัดนี้ก็ต้องขอยกสุภาษิตในยุคดิจิทัลฝากไปยัง“มท.2-รัฐมนตรีลูกเทพ”ว่า ถ้าเจอ“ยิว”เจอ“แขก” ต้องตีหัว“ยิว”ก่อนเป็นอันดับแรก !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

