แม่ทัพณัฏฐ์ฮึ่ม เขมรเปิดอีกเจอแน่ ยอมถอยกลบคูเลต

“สีหศักดิ์” นำคณะเจรจาเข้าพบนายกฯ รายงานผลประชุม UNCLOS เผยนายกฯให้กำลังใจ-คำแนะนำ แต่ไม่เผยรายละเอียด ลั่นทำเต็มที่เพื่อประโยชน์บ้านเมือง ส่วนโฆษกทบ.แจง เคลียร์ปมขุดคูเลตที่ช่องสะงำลุล่วง เขมรยอมปรับพื้นที่ให้เหมือนเดิม ขณะที่รองแม่ทัพภาคที่ 2 โพสต์ฉะโซเชียลปั่นกระแสจนชาวบ้านแตกตื่น พร้อมชำแหละท่าทีเขมรไม่น่ากังวล แต่ไม่ประมาท ลั่นถ้าเปิดมาอีกจะร้องไห้หนักกว่าเดิม ขอปชช.เสพสื่ออย่างมีสติ ย้ำทหารมีแผนชัดเจน ถ้ารบต้องชนะ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 17 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศในฐานะตัวแทนประเทศไทย ที่ไปร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) และนายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรายงานผลประชุมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ในกระบวนการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชา ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS หลังประชุมครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 14-16 กันยายนที่ผ่านมา ที่ประเทศสิงคโปร์
กต.พบนายกฯรายงานผลถกUNCLOS
หลังเข้าพบนายกฯ นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการรายงานบรรยากาศการประชุมว่าการพูดคุยเป็นไปด้วยดี ไม่ไอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งแรก โดยนายกรัฐมนตรีรับทราบว่าเราไปคุยอะไรกันบ้าง ส่วนรายละเอียดต้องรอประชุมครั้งถัดไป
ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯฝากอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายเบญจมินทร์กล่าวว่า ไม่ได้ฝากอะไรเป็นพิเศษ แต่ให้กำลังใจทำงาน ถามย้ำว่านายกฯได้ชื่นชมอะไรกับการประชุมครั้งนี้หรือไม่ กล่าวว่า ได้ให้คำแนะนำเบื้องต้น แต่ไม่ขอพูดรายละเอียด เพราะการประชุมเพิ่งเริ่มต้น ยังเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน เพราะกำลังพูดถึงระยะเวลา 11-12 ขึ้นไป จึงเร็วไปที่จะให้ข้อมูลตอนนี้ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ คณะทำงานสู้เต็มที่ เพราะเป็นผลประโยชน์ของบ้านเมือง
เมื่อถามว่า นอกจากคุยเรื่องทางทะเลแล้วการดำเนินการทางบกจะเดินหน้าอย่างไรต่อ นายเบญจมินทร์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับทางบก เป็นเรื่องทางทะเล ส่วนเรื่องทางบกจะให้ผู้มีหน้าที่ทางชายแดนเป็นผู้ดำเนินการหรือไม่นั้น ขออย่าเพิ่งพูดตอนนี้เลย
ทบ.แจงเขมรยอมกลบคูเลต
ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงความคืบหน้าทหารกัมพูชา ขุดคูเลตและวางแนวลวดหนามบริเวณเนิน 450 ในพื้นที่ช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษว่าล่าสุดชุดประสานงานทั้งสองฝ่ายในพื้นที่ได้พูดคุยกัน โดยฝ่ายกัมพูชายอมปรับสภาพพื้นที่กลับคืนแล้ว ถือว่าสามารถเจรจากันได้ และแก้ปัญหาด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ฟังข่าวจากราชการ เนื่องจากข่าวสารในโซเชียลมีเดียมีที่มาหลากหลาย อาจทำให้กังวล ยืนยันว่าหน่วยงานในพื้นที่ทั้งเจ้าหน้าที่ปกครองและทหารแลกเปลี่ยนข้อมูลอยู่ตลอดเวลา และสถานการณ์ไม่น่ากังวลเท่าข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็นที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย
ยันทหารในพื้นที่ไม่ปล่อยผ่าน
ส่วนสาเหตุที่ทหารกัมพูชาขุดคูเลต โฆษก ทบ.ระบุว่า ยังไม่มีรายงานเป็นทางการจากหน่วยในพื้นที่ถึงรายละเอียด แต่ด้วยพื้นที่กว่า 500 กิโลเมตร ซึ่งมีหน่วยขนาดเล็ก ประจำการอยู่ตลอดแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ก็จะส่งผลให้เกิดกรณีลักษณะนี้ได้บ้าง โดยเฉพาะช่วงที่ไม่มีการขยับแนวการวางกำลัง เช่น การปะทะด้วยคารม การจัดกิจกรรม หรือแสดงพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม แต่ประเด็นที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ การปรับปรุงพื้นที่ การขุดคู การติดตั้งสิ่งกีดขวาง แม้ฝ่ายไทยจะจับตาใกล้ชิด ก็ยอมรับว่าอาจเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นได้เช่นกัน แต่เมื่อเจรจาก็ได้รับความร่วมมือทุกกรณี
ส่วนที่เขมรยอมกลบคูเลต และถอนสิ่งกีดขวาง เป็นการยอมรับพฤติการณ์ดังกล่าวรุกล้ำอธิปไตยไทยหรือไม่นั้น โฆษก ทบ.ระบุว่า ต้องรอรายละเอียดจากหน่วยในพื้นที่ เพราะย่อมทราบถึงแนวการวางกำลังอยู่แล้ว เพียงแต่อาจมองเป็นแค่การวางเครื่องกีดขวาง เพื่อรักษาความปลอดภัยของหน่วย แต่เมื่อเกิดในพื้นที่ที่ใกล้ชิดกัน ก็จำเป็นต้องท้วงติง แต่ยืนยันไม่ใช่ปัญหาที่น่ากังวล
รองมทภ.2ฉะอินฟลูฯปั่นข่าว
ด้านพลตรีณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมรูปภาพกับพระธรรมวชิรญาณโกศล วิ. (เยื้อน ขนฺติพโล) หรือหลวงตาเยื้อน โดยระบุข้อความว่า “เพราะมีนักวิเคราะห์ นักวิจารณ์ นักการทหาร สื่อมวลชน สื่อโซเชียล แสดงความเห็น ปั่นข่าวกันจนชาวบ้านตื่นตระหนก ขอสรุปความว่า 1. รบสองครั้งที่ผ่านมาเขมรสูญเสียมาก เสียทั้งคน งบประมาณ พื้นที่ ที่สำคัญคือ เสียความไว้วางใจจากประชาชนของเขา 2.การที่ผู้นำเขมรจะฟื้นฟูความนิยมกลับคืนมา เขาต้องแสดงให้คนของเขาเห็นว่าเขาไม่ได้แพ้ เขาพร้อมยึดคืนพื้นที่กลับมา และพยายามดูแลคนที่ได้รับผลกระทบให้ดีที่สุด
3.การจะได้พื้นที่คืนทำได้สองอย่างคือ 1.ใช้กำลังตีเอาคืน ซึ่งเขาคงประเมินแล้วว่าด้วยศักยภาพทางทหารน่าจะเป็นหนทางที่ทำไม่ได้ เพราะถ้าเปิดอีกที เราคงใส่หนักใส่ลึกไปถึงหัวใจของเขา จะช้ำหนักกว่าเดิม 2.มาตรการการทูตระหว่างประเทศ ประท้วง ร้องศาล รับบทเหยื่อ เพื่อให้นานาชาติร่วมกดดันเราด้วยกฏหมาย มาตรการระหว่างประเทศ ซึ่งเขากำลังทำอยู่
ฮึ่มเขมรเปิดมาอีกร้องไห้หนักกว่าเดิม
- แล้วที่เขาเคลื่อนไหวทางการทหารอยู่ตามแนวชายแดน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาต้องแสดงให้ประชาชนเขาเห็นว่า เขาไม่ได้ยอมแพ้ เขายังมีศักยภาพ พยายามแหย่เข้ามาในจุดเดิม ที่เขาเคยอยู่แต่เมื่อเราควบคุมได้แล้วเขาเข้าไม่ได้ก็แค่แหย่ ให้รำคาญใจ ขุดคูเลตปรับปรุงที่ตั้งเพราะกลัวเราจะเข้าตี การปฏิบัติการทางทหารต่างๆเหล่านี้ เป็นเรื่องธรรมดาทั้งเราทั้งเขาที่ต้องปรับปรุง ดัดแปลงที่ตั้ง เพื่อให้อยู่รอดในสนามรบ เราทำมากกว่าเขาด้วยซ้ำ เพียงแต่เราไม่เปิดเผยและไม่จำเป็นต้องเปิดเผย
- สิ่งที่เขมรทำเป็นภัยคุกคามที่น่ากังวลไหม “ผมไม่ได้ประมาท แต่ผมว่า “ไม่ได้น่ากังวลอะไร” เปิดมารับรอง ร้องให้หนักกว่าเดิม ผมว่าเขาก็รู้เขาไม่กล้าหรอกครับ”
ยันทหารมีแผนชัดเมื่อรบต้องชนะ
- สิ่งที่คนไทย สังคมไทยควรทำเรื่องไทย-กัมพูชาในปัจจุบัน 1.ทำใจร่มๆ รับฟังข่าวอย่างมีสติ 2.ขอให้ท่านมั่นใจในทหารไทย บางอย่างเราไม่พูด ไม่ใช่ว่าไม่ได้ทำ เราเป็นทหารมืออาชีพ มีอารยะ มีแผน มีหลักการปฏิบัติที่ชัดเจน เมื่อรบต้องชนะ 3.ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายขอให้พูดในกรอบที่เหมาะสม ไม่รู้ไม่ควรพูด ไม่เห็นไม่ควรพูด อย่าพูดเพราะฟังเขามา อย่าแสดงความเห็นส่วนตัวจากข้อมูล ประสบการณ์เก่าที่ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมแล้วในปัจจุบัน 4.อย่าสร้างกระแสบิดเบือนทำให้ประชาชนคนชายแดนตระหนก อย่าสร้างข่าวชี้นำ ให้ข้อมูลเท็จ แต่งภาพ สร้างภาพ AI ให้ประชาชนเข้าใจผิด 5.พี่น้องชายแดนขอให้ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ต้องตื่นตระหนกตามข่าวสาร รับฟังข้อเท็จจริงจากราชการ ผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก ขอให้มั่นใจว่า ได้รับการคุ้มครองจากทหารแน่นอน ส่วนคนไทยที่ไม่ได้อยู่ชายแดนขอให้เสพสื่อ รักชาติอย่างมีสติ 6.ให้กำลังใจสนับสนุนทีมงานที่ต้องต่อสู้ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศซึ่งจะส่งผลกระทบในระยะยาว
6.สิ่งที่เราต้องช่วยกันตอนนี้คือ ช่วยทหารสถาปนาความมั่นคงตามแนวชายแดน ที่ผ่านมาเราติดขัดเรื่องกฏหมายป่าไม้ทำอะไรไม่ได้มาก แต่หลังเหตุการณ์สองรอบที่ผ่านมา ทำให้ได้รับการผ่อนคลายมากขึ้น “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” ต้องช่วยกันทำให้ได้เพื่อน้องๆทหารตามแนวชายแดนสามารถปฏิบัติหน้าที่สถาปนาความมั่นคงตามแนวชายแดนได้อย่างยั่งยืนสามัคคีคือพลังครับ“
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

