ทำไม โพยฮั้ว สว. ล้มกระดานไม่ได้? 'อดีตผู้พิพากษา' กางรัฐธรรมนูญไขปมความลับ สส. vs สว.

วันที่ 21 กันยายน 2569 วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เจาะลึกปมร้อน “โพยฮั้ว สว.” กับ “หลักการลงคะแนนโดยลับ”
ปรากฏการณ์ “จัดตั้ง-ทำโพย” ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ส่งผลให้ผลคะแนนการนับบัตรตรงตามโพยอย่างน่าอัศจรรย์ ได้นำไปสู่ข้อถกเถียงทางกฎหมายครั้งใหญ่ว่า พฤติกรรมดังกล่าวขัดต่อ
หลักการลงคะแนนโดยลับหรือไม่? และมีศาลใดบ้างที่มีอำนาจตรวจสอบเรื่องนี้?
1. หลักการลงคะแนนโดยลับ: สส. vs สว. ต่างกันอย่างไร?
ในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ หลักการเลือกตั้ง สส. และการเลือก สว. ถูกออกแบบไว้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:
การเลือกตั้ง สส. (รัฐธรรมนูญ มาตรา 83 (ที่แก้ไขแล้ว) และมาตรา 85):
• รัฐธรรมนูญบัญญัติรับรองหลักการไว้ในระดับแม่บทชัดเจนว่า ต้องใช้วิธี "ออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ"
• หาก กกต. จัดการให้ลงคะแนนในคูหาไม่เป็นความลับ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจสั่งให้การเลือกตั้ง สส. เป็นโมฆะทั้งประเทศได้โดยตรง (ดังคำวินิจฉัยปี 2549 และ 2557)
การเลือก สว. (รัฐธรรมนูญ มาตรา 107 & พ.ร.ป. สว. มาตรา 33):
• รัฐธรรมนูญ มาตรา 107 บัญญัติเพียงว่า สว. มาจากระบบ "เลือกกันเอง" โดยไม่ได้ระบุคำว่า "โดยตรงและลับ" ไว้ในระดับรัฐธรรมนูญ
• หลักการ "ลงคะแนนโดยลับ" ถูกนำไปเขียนไว้ใน มาตรา 33 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 (เขียนในระดับกฎหมายลูก ไม่ได้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญโดยไม่ทราบสาเหตุ)
เมื่อหลักความลับไม่ได้อยู่ในระดับรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่มีอำนาจสั่งล้มการเลือก สว. ทั้งกระบวนการด้วยเหตุ "ไม่ลับ" ได้โดยตรง เหมือนกรณีเลือกตั้ง สส.
2. ปม “โพยฮั้ว” ทำให้การลงคะแนน “ไม่ลับ” หรือไม่?
หากผลคะแนนออกมาตรงกับโพย จะถือว่าขัดต่อหลักความลับหรือไม่? สามารถพิจารณาได้ 2 มิติ:
1)มิติเชิงรูปแบบ (Formality): หากผู้สมัครถือโพยเข้าไปเขียนหมายเลขลงในบัตรด้วยตนเอง โดยไม่มีใครมองเห็นในขณะทำรายการ "ยังคงถือว่าเป็นการลงคะแนนลับ" ในทางขั้นตอน
2) มิติเชิงเจตนารมณ์ (Substance): การทำโพย บล็อกโหวต หรือตกลงกันล่วงหน้า เป็นการทำลาย "ความเป็นอิสระในการลงคะแนน" เข้าข่ายความผิดฐานทุจริต หรือทำให้การเลือกไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมตาม พ.ร.ป. สว.
3. ไขข้อข้องใจคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ (18 มิถุนายน 2567)
เหตุใดศาลรัฐธรรมนูญจึงเคยรับวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือก สว. ในช่วงกลางปี 2567?
คดีดังกล่าวคือเรื่องอะไร?: ผู้สมัคร สว. ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง โต้แย้งว่า พ.ร.ป. สว. 4 มาตรา (มาตรา 36, 40, 41, 42 ซึ่งเป็นเรื่องระบบการลงคะแนนเลือกไขว้ข้ามกลุ่ม) ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 เรื่อง "การเลือกกันเอง" หรือไม่
กลไกส่งต่อ (มาตรา 212): ศาลปกครองส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 212 เนื่องจากเป็นประเด็นข้อกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ผลคำวินิจฉัย: ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่า "ระบบเลือกไขว้ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107" ส่งผลให้กฎหมายแม่บทรอดพ้น และการเลือก สว. ดำเนินต่อไปได้ ไม่ได้เป็นการวินิจฉัยเรื่องการทุจริตในการบุคคล
4. โครงสร้างอำนาจศาลและการตรวจสอบการเลือก สว.
เนื่องจากไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจศาลใดสั่งล้มการเลือก สว. ทั้งกระบวนการในประเด็น "ความลับ" ได้โดยตรง กฎหมายจึงใช้วิธีการตรวจสอบและลงโทษเป็นรายบุคคลแทน โดยแบ่งขั้นตอนและอำนาจศาลออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้:
การตรวจสอบโดย กกต. (ก่อนประกาศผลการเลือก):
หาก กกต. สืบสวนพบเหตุอันควรสงสัยว่ามีการทุจริต ฮั้ว หรือกระทำการให้การเลือกไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม กกต. มีอำนาจตาม พ.ร.ป. สว. มาตรา 59 ในการสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกการเลือกและสั่งให้ดำเนินการเลือกใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ และมีอำนาจตามมาตรา 60 ในการสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว (ใบส้ม)
การสอย/เพิกถอนสิทธิโดย ศาลฎีกา (หลังประกาศผลการเลือก):
หาก กกต. ประกาศผลการเลือก สว. ไปแล้ว แต่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า สว. ผู้ใดกระทำการทุจริต ฮั้ว ซื้อเสียง หรือแจกโพย กกต. จะต้องยื่นคำร้องต่อ ศาลฎีกา ตาม พ.ร.ป. สว. มาตรา 62 เพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ใบดำ) หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) มีผลทำให้ให้พ้นจากตำแหน่ง สว.
การวินิจฉัยคุณสมบัติโดย ศาลรัฐธรรมนูญ (หลังประกาศผลการเลือก):
หากเป็นกรณีที่ สว. ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม รัฐธรรมนูญ มาตรา 82 และ พ.ร.ป. สว. มาตรา 63 กำหนดให้ สมาชิกสภาฯ และ กกต. ส่งเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยชี้ขาด เพื่อให้สมาชิกภาพของ สว. ผู้นั้นสิ้นสุดลง
การดำเนินคดีอาญาโดย ศาลยุติธรรม (ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีอาญา):
ในการดำเนินคดีอาญาตาม พ.ร.ป. สว. หมวด 6 (บทกำหนดโทษ) พนักงานอัยการจะยื่นฟ้องต่อ ศาลอาญา/ศาลจังหวัด เพื่อลงโทษจำคุกจำเลยตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสูงสุดถึง 20 ปี
บทสรุป
การมีโพยตรงกับผลคะแนน ไม่ได้ทำให้กระบวนการลงคะแนนหลุดจากการเป็น "การลงคะแนนลับ" ในเชิงรูปแบบ แต่ก็ไม่สามารถนำหลักการเลือกตั้ง สส. ตามมาตรา 83 หรือ 85 มาสั่งล้มการเลือก สว. ได้
โครงสร้างของกฎหมายไทยในปัจจุบันดูเหมือนจะถูกออกแบบให้กรณี "การฝ่าฝืนความลับหรือการฮั้ว สว." ตกเป็นเรื่องของการกระทำผิดเฉพาะตัวบุคคล โดยทำได้เพียงการให้ ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิ (สอยรายบุคคล) หรือให้ ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาลงโทษทางอาญา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างเชิงโครงสร้างที่การเลือก สว. ไม่สามารถถูกสั่ง "โมฆะล้มกระดาน" ในประเด็นความลับได้เหมือนกับการเลือกตั้ง สส.
ปัญหาการฮั้วกันเลือก สว. อย่างเป็นขบวนการครั้งใหญ่ของประเทศครั้งนี้ ได้แต่หวังให้ศาลฎีกาเข้ามาช่วยพิจารณาแก้ไขปัญหาอันเลวร้ายที่บ้านเมืองกำลังได้รับอยู่เวลานี้ ครับ
วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
21/9/69
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

