คอลัมน์ : กวนน้ำให้ใส

กวาดล้างขบวนการโกงสอบท้องถิ่น
คดีทุจริตสอบท้องถิ่น เป็นเรื่องที่สังคมพึงให้ความสนใจติดตามต่อเนื่อง
ดูที่พยานหลักฐาน ถึงใคร ต้องไม่ให้มีการละเว้น ปล่อยผ่าน
เพราะเรื่องนี้ ถือเป็นคดีทุจริตอุกฉกรรจ์ สะเทือนความรู้สึกของสังคม
1. คดีอาญา
ปัจจุบัน มีความคืบหน้า ที่น่าสนใจ ดังนี้
กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐและคณะกรรมการ (สถ. และ กสถ.) - คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังเร่งสรุปสำนวน และคาดว่าจะเริ่มแจ้งข้อกล่าวหาทางอาญา ภายในปลายเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 แก่ข้าราชการในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และคณะกรรมการกลางจัดสอบแข่งขันท้องถิ่น (กสถ.) ที่พบหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวดองกับการทุจริตแก้คะแนน
ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ได้ไต่สวน ปรากฏรายชื่อ เช่น นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) นายเรืองเดช ศิริกิต ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ฯลฯ
กลุ่มขบวนการนายหน้า และเครือข่ายรับเงิน (ตัวกลาง)-ตำรวจได้มีการออกหมายจับและควบคุมตัวบุคคลระดับแกนนำขบวนการ เช่น นายวิน บทบาทเป็นตัวกลางใหญ่ในการรับเงินเดินเรื่อง
กลุ่มนี้ ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ศาลไม่ให้ประกันตัวเนื่องจากคดีมีลักษณะทำกันเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน และเกรงว่าจะไปทำลายหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
กลุ่มนี้ นอกจาก “ดร.วิน” ยังมี “จ่าพิชิต” “นายสถาพร”
โดยกลุ่มนายหน้าและคนเดินเรื่อง จะถูกดำเนินคดีอาญาหนัก ในข้อหาเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินเพื่อจูงใจเจ้าพนักงาน (มาตรา 143) รวมถึงความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน หากมีพฤติการณ์หลอกลวงวงกว้าง
ส่วนกลุ่มข้าราชการที่เข้ามามอบตัวหรือถูกเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ประกันตัว/ปล่อยตัวชั่วคราว มีบทบาทในการแก้ไขกระดาษคำตอบ หลังจากสอบเสร็จ เพื่อแก้ไขให้ผู้ที่จ่ายเงินสินบนสอบผ่านตามคะแนนที่ต้องการ
กลุ่มนี้ โดนแจ้งหนักรวม 8 ข้อหา เช่น ความผิดฐานเป็นซ่องโจร, ร่วมกันทำลายหรือทำหายซึ่งเอกสารราชการ, และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ DSI (2 ราย) - นายอิทธิพลและ นายอนุรักษ์ ซึ่งถูกขยายผลพบเส้นทางการเงินโยงใยกับขบวนการรับเงินทุจริตสอบ ล่าสุด ต้นสังกัดสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนทางคดีอาญาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่การงานค้ำประกัน

กลุ่มผู้สมัครสอบที่จ่ายเงินเพื่อแก้คะแนน - กระทรวงมหาดไทยได้สั่งเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งและให้ออกจากราชการแล้วรวม 3,869 ราย และเตรียมเรียกเงินเดือนคืน
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ยืนยันว่าผู้ซื้อตำแหน่งทุกคนต้องโดนคดีอาญาด้วย หากมีหลักฐานชัดเจนเพราะถือเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดและใช้เอกสารปลอม โดยกระบวนการเพิกถอนได้แนบพยานหลักฐานเป็นรายบุคคล (เช่น ลายนิ้วมือ ไฟล์รูปกระดาษคำตอบที่ไม่ตรงกับคะแนนระบบคอมพิวเตอร์) เพื่อส่งให้ตำรวจและ ป.ป.ช. ดำเนินคดีอาญา
2. ยึดและอายัดทรัพย์ โดย ปปง.
ล่าสุด กรณีโกงสอบท้องถิ่น ปปง.ได้มีการยึด–อายัดทรัพย์แล้ว กว่า 320 ล้านบาท
คำสั่งของสำนักงาน ปปง. จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ ย.190/2569 ย.191/2569 ย.192/2569
เป็นการยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568
คำสั่ง ย.190/2569 – คำสั่งฉบับนี้ กล่าวถึงการแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ เพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่าน โดย ปปง. พิจารณาว่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องอาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้น จึงใช้อำนาจตามกฎหมายยึดและอายัดไว้ชั่วคราว
ในบัญชีแนบท้ายคำสั่ง มีทรัพย์สินรวม 95 รายการ มูลค่ารวมตามคำสั่งประมาณ 305,362,397 บาท (305 ล้านบาท)
ครอบคลุมทรัพย์สินหลายประเภท ทั้ง ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด เงินฝากธนาคาร สลากออมสิน สินทรัพย์ทางการเงินสินทรัพย์ดิจิทัล และหลักทรัพย์
รายชื่อบุคคลที่ปรากฏในส่วนผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ครอบครองหรือผู้เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน เช่น นายพิชิต นางสุภาวิณี นายวิน และบุคคลอื่นๆ
คำสั่ง ย.191/2569 - คำสั่งฉบับนี้เป็นการอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม 3 รายการ มูลค่ารวม 10,968,368 บาท
มีรายการเงินวางเป็นหลักประกันเพื่อการซื้อขายทองคำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายทองคำ GOLD NOW เอกสารระบุรายการซื้อขายทองคำจำนวน 135 บาททองคำ โดยมีราคาประเมินประมาณ 9,368,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารอีกส่วนหนึ่ง
คำสั่ง ย.192/2569 – คำสั่งฉบับนี้ยึดอายัดทรัพย์สินรวม 10 รายการ มูลค่ารวม 4,530,000 บาท
ทรัพย์สินสำคัญที่ปรากฏในบัญชี ได้แก่ เงินสด กระเป๋าแบรนด์เนม เช่น HERMÈS DIOR PRADA LOUIS UITTON RIMOWA รวมถึงกระเป๋าเดินทางสีชมพูยี่ห้อ RIMOWA
รวม 3 คำสั่ง มูลค่าทรัพย์สิน 320,860,765.62 บาท
สะท้อนถึงเส้นทางทรัพย์สินและผลประโยชน์ที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ


3. เพจ ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย ตั้งประเด็นให้ติดตามว่า
“1. เงินที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับ มาจากใคร? ต้องตรวจสอบต้นทางของเงินและผู้จ่ายเงิน
2. เงินไหลผ่านบัญชีใครบ้าง? ต้องตรวจสอบบัญชีตัวกลางและธุรกรรมที่เชื่อมโยงกัน
3. เงินถูกเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินเมื่อใด? โดยเฉพาะทรัพย์สินที่มีการซื้อหลังช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิด
4. ใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง? ชื่อผู้ถือทรัพย์สินอาจไม่ใช่ผู้ได้รับประโยชน์ตัวจริง จึงต้องติดตามความสัมพันธ์และเส้นทางเงิน
5. มีทรัพย์สินที่ถูกโอนหรือยักย้ายไปก่อนการตรวจค้นหรือไม่?นี่เป็นอีกประเด็นสำคัญในการติดตามทรัพย์
…เอกสาร ปปง. ทั้ง 3 ฉบับ ทำให้เห็นว่า การตรวจสอบคดีนี้ได้เดินทางจาก “คะแนนสอบ” ไปสู่ “การตรวจสอบทรัพย์สิน” แล้ว
และจากนี้ สิ่งที่สังคมควรติดตามไม่แพ้กัน คือเส้นทางการเงินทั้งหมดกว่า 10,000 ล้านบาท จะสามารถสืบทราบยึดกลับคืนมาได้อีกหรือไม่..?
ความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะเป็นเช่นไร..?
และรัฐบาลจะใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงระบบการสอบแข่งขันภาครัฐ ยกระดับให้เป็นศูนย์กลางที่ทันสมัย โปร่งใส เทียบเคียงนานาชาติ เมื่อไหร่..?” - ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย
4. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวในการมอบนโยบายแก่กระทรวงมหาดไทย ย้ำว่า
“กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะต้องขยายผล
โดยสำหรับข้าราชการที่มีส่วนกระทำผิด จะต้องเร่งดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาด
ขอย้ำว่า “ทุกท่านเป็นเจ้าของบ้าน หากมีผู้ใดมาทำลายทรัพย์สินหรือบ้านของเรา จะต้องถือว่าบุคคลนั้นไม่มีความเหมาะสมที่จะอยู่ร่วมกัน” เราต้องไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องเหล่านี้ในบ้านของเรา ถือเป็นความรับผิดชอบโดยตรง และยืนยันว่าจะไม่มีการขยายเวลาจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด

อย่าให้ล่วงเลยวันที่ 30 ก.ย. 2569 นี้
ขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันหารือและนำไปดำเนินการโดยไม่มีการปกป้องช่วยเหลือผู้ใด เร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้น ถือเป็นข้อสั่งการที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่ามีการดำเนินการอย่างเต็มที่และไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ” - นายอนุทิน ชาญวีรกูล 17 กันยายน 2569
สารส้ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

