พรรคฝ่ายค้านระส่ำ ขับกล้าธรรม แหกมติหนุนงบฯ70

พรรคฝ่ายค้านระส่ำ
ขับกล้าธรรม
แหกมติหนุนงบฯ70
ไม่ร่วมยื่นญัตติซักฟอกรบ.
ภูมิใจไทยอ้างไร้สัญญาณ
ดึง‘สีเขียว’เสียบรัฐบาล
“ไอติม พริษฐ์”ปธ.วิปฯขับ“กล้าธรรม”พ้นวิปฝ่ายค้าน อ้างปมแหกมติโหวตงบฯ’70-ไม่ร่วมยื่นญัตติซักฟอกเคลียร์ทาง 5 พรรคร่วมซักฟอก“อนุทิน”ด้าน“สาทิตย์”ลั่นปชป.พร้อม 100% คาดสัปดาห์หน้าเห็นร่างญัตติซักฟอก เตรียมผงซักฟอกคุณภาพขัดขาวยิ่งกว่าโอโม่ขย่มรัฐบาลขณะ “กล้าธรรม”ย้ำจุดยืน ยึดผลประโยชน์ ปชช.เป็นหลักเมินถูกขับพ้นวิปฝ่ายค้าน “อรรถกร”ยันยังทำหน้าที่แทนประชาชน ไม่ว่าอยู่ฝ่ายไหน “ปิยวัฒน์” ประกาศ!“กล้าธรรม”ค้านแบบมีศักดิ์ศรี ไม่เล่นเกมการเมือง เอาความเดือดร้อนประชาชนเป็นตัวตั้ง ลั่น“อย่าเล่นเกมการเมืองเยอะเกินไป”แกนนำ ภท.ต่างปัดไร้สัญญาณดึงร่วมรบ. ย้ำอำนาจปรับครม.อยู่ที่นายกฯคนเดียว โฆษกภท.ปัดคุย“กล้าธรรม”ดึงร่วมรัฐบาล โยนวิปฝ่ายค้านแจงเหตุถีบออก วงประชุม สส.ลั่นตอนนี้รบ.มีแค่พรรคร่วมเดิม
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ในการเมืองระบบรัฐสภา เป็นที่เข้าใจดีว่าการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้าน ย่อมมีมาตรฐานและรูปแบบที่แตกต่าง กับการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกรัฐบาล
เพราะในขณะที่พรรคในซีกรัฐบาล ตกลงจับมือกันเพื่อตั้งรัฐบาล, พรรคในซีกฝ่ายค้านประกอบไปด้วยพรรคการเมืองที่(ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด) ตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาล หรือ ไม่ถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาลด้วยเหตุผลดังกล่าว การทำงานร่วมกันในวิปฝ่ายค้านที่ผ่านมาจึงเป็นการทำงานบนความเข้าใจและการเคารพซึ่งกันและกัน ว่าพรรคในซีกฝ่ายค้าน อาจมีจุดยืน อุดมการณ์ หรือแนวคิดทางนโยบาย ที่แตกต่างกันได้
ไอติมชี้ปมแหกมติงบ70-ไม่ร่วมยื่นญัตติ
นายพริษฐ์ระบุว่าสิ่งหนึ่งที่ผมยืนยันว่าพรรคในซีกฝ่ายค้านควรมีร่วมกัน คือจุดร่วมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลไม่ให้ทำงานผิดทิศผิดทาง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรม ได้มีมติให้ สส. จากพรรค ลงมติเห็นชอบ กับ พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่: (1) ขัดกับมติวิปฝ่ายค้านในวาระสำคัญดังกล่าว (มติวิปฝ่ายค้าน คือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ งดออกเสียง“ ตามมติของแต่ละพรรค) (2) ก่อให้เกิดคำถามถึงสถานะและเจตนารมณ์ของพรรคกล้าธรรมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลปัจจุบัน ยิ่งเมื่อประกอบกับความไม่ชัดเจนของพรรคต่อการยื่นญัตติและลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้
ย้ำชัดขับ’กล้าธรรม’พ้นวิปฝ่ายค้าน
นายพริษฐ์ย้ำว่า“ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ผมได้หารือกับตัวแทนจากพรรคกล้าธรรมหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวและได้ตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร(วิปฝ่ายค้าน) ทั้งนี้เพื่อให้กลไกของรัฐสภาที่ถูกออกแบบไว้สำหรับฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล ถูกใช้โดยพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน”
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่พรรคกล้าธรรมมีสส.ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนถึง 58 คน ผมจะยังคงทำหน้าที่ประสานงานกับตัวแทนของพรรคกล้าธรรมต่อไป เพื่อคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของ สส.พรรคกล้าธรรม ในการมีพื้นที่ทำงานในสภาในฐานะผู้แทนราษฎร ผ่านกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน (เช่น เวลาในการอภิปรายวาระทั่วไป /โควต้าการปรึกษาหารือปัญหาในพื้นที่)
เคลียร์ 5 พรรคร่วมซักฟอก’อนุทิน’
ในวันพรุ่งนี้ ผมจะนำเสนอรายชื่อกรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ต่อผู้นำฝ่ายค้านฯเพื่อพิจารณาเสนอต่อประธานสภาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะมีผลให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วย 5 พรรค คือ:1. พรรคประชาชน
- พรรคประชาธิปัตย์ 3. พรรคไทยภักดี4. พรรคเสรีรวมไทย5. พรรคไทรวมพลัง (ซึ่งเพิ่มเข้ามาในสมัยประชุมนี้ หลังจากพรรคเริ่มมีการลงมติในทิศทางเดียวกันกับฝ่ายค้านในวาระสำคัญ (เช่น พ.ร.ก. เงินกู้ / พ.ร.บ. งบประมาณ 2570)) โดยสำหรับวาระเฉพาะหน้า พวกเรา 5 พรรค มีภารกิจสำคัญร่วมกัน ในการยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล โดยเร็วที่สุด
สาทิตย์ลั่นปชป.พร้อมซักฟอก100%
ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่าพรรคประชาธิปัตย์เตรียมความพร้อมเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจครบ 100 %แล้วเนื่องจากเราได้คุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และในการประชุมร่วมกันฝ่ายค้านทั้งหมด เมื่อสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ข้อตกลงร่วมกันว่าเราจะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อยกร่างญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจคงจะ ดำเนินการเสร็จภายในสัปดาห์หน้า
“ดังนั้นการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านในสัปดาห์นี้คงจะบรรลุข้อตกลงร่วมกันและในสัปดาห์หน้าจะได้เห็นหน้าตาร่างญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากนั้นจะนำมาให้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ดูอีกครั้ง”นายสาทิตย์ ย้ำ
อุบรายชื่อรมต.หลายคนเข้าข่าย
นายสาทิตย์กล่าวว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้คุยกันทั้งไหนที่ประชุมสส.และผู้ที่รับผิดชอบข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยมีข้อตกลงร่วมกันเรียบร้อยครบถ้วนแล้ว ตอนนี้เราเตรียมที่จะยื่นรายชื่อของรัฐมนตรีที่เราจะอภิปราย ให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน
เมื่อถามว่าเป้าของพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลและเศรษฐกิจเพื่อสังคม(ดีอี) จะมีรายชื่อรัฐมนตรีคนอื่นของพรรคการเมืองอื่นอีกหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เท่าที่เราเก็บข้อมูลก็มี เพราะเราคิดว่าพฤติกรรมการบริหารแผ่นดินผิดพลาดร้ายแรงถึงขั้นไม่สามารถจะไว้วางใจให้ทำหน้าที่ก็มีอยู่หลายคน แต่ไว้เปิดเผยทีเดียวเมื่อถามย้ำว่าจะมีรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่าเราดูทั้งคณะไม่ได้เลือกว่า จะเป็นรัฐมนตรีพรรคไหน พูดง่ายๆ คือปิดชื่อดูพฤติกรรม ถ้าพฤติกรรมเข้าข่ายก็อภิปรายทั้งหมด
ห่วงปธ.สภาฯจ้องเตะสกัดญัตติ
เมื่อถามถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชนบอกว่าตอนนี้มีวิชามารขัดขวางการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีบ้างหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า จริงๆแล้วเรากังวลเพราะมีการให้สัมภาษณ์ในลักษณะว่าเรื่องนั้นให้อภิปรายได้ เรื่องนี้อภิปรายไม่ได้ เราก็กังวลท่าทีของประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าจะตัดสินใจอย่างไร เพราะที่สำคัญอยู่ที่ตัวญัตติ
“ในอดีตที่ผ่านมา สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านหลัก ในยุคของรัฐบาลทักษิณ เรื่องญัตติไม่เคยเป็นปัญหาเลย ตอนนั้นญัตติจะเขียนอย่างไร ซึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นประธานสภาฯก็ไม่เคยมีปัญหา แต่พอมีการให้สัมภาษณ์จากบางส่วนในพรรคภูมิใจไทย ก็ทำให้เกิดความกังวลว่า จะมีการเตะสกัดญัตติอะไรหรือไม่ ทั้งที่ความจริงทุกอย่างต้องว่าตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย อย่างกรณีฮั้วสว. หากถามว่าอภิปรายได้หรือไม่ เรื่องนี้ไม่ใช่รัฐบาลทำหรือไม่ทำแต่เป็นเรื่องพฤติกรรมและจริยธรรมของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า รัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติอย่างไร เมื่อเป็นคุณสมบัติสำคัญก็สามารถอภิปราย” นายสาทิตย์กล่าว
โวขนผงซักฟอกยิ่งกว่าโอโม่ขย่มรบ.
นายสาทิตย์ กล่าวว่า การอภิปรายทุกเรื่องต้องมีน้ำหนัก ดังนั้นต้องขอให้คอยดูวันอภิปราย ตนในฐานะประธานสส. พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้กำชับไปว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่การอภิปรายทั่วไปต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน หลายกรณีที่มีข้อมูลไม่ชัดเจน เราไม่เอาการอภิปรายแบบตัดแปะต้องเป็นข้อมูลที่ชัด ยืนยันว่าเราจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเข้มข้นเป็นตัวแทนของประชาชนในการตรวจสอบความไม่ไว้วางใจของรัฐมนตรีบางคนในรัฐรัฐบาลชุดนี้
“เราเตรียมผงซักฟอกไว้หลายฟองและแต่ละซอง ก็คุณภาพขัดขาวยิ่งกว่าโอโม่อีก เอาไว้คอยดูตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ” นายสาทิตย์กล่าว
‘กธ.’แจง’ธรรมนัส’บินญี่ปุ่นดูแลนักกีฬา
หลังภาพหลังจากนายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านประกาศว่าจะขับพรรคกล้าธรรม(กธ.)ออกพ้นจากวิปฝ่ายค้านและมีกระแสข่าวว่าพรรคกธ.จะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย)นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา และหัวหน้าพรรค กธ.โดยในกลุ่มไลน์สื่อมวลชนพรรค กธ.ได้มีการแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่าขณะนี้ ร.อ.ธรรมนัสในฐานะนายกสมาคมสมาคมกีฬาทางน้ำฯอยู่ระหว่างการเดินทางไปดูแลความเรียบร้อยของนักกีฬาไทย ที่ไปแข่งขันในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่20ที่จัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น
‘กธ.’ย้ำจุดยืนไม่หวั่นถูกขับพ้นฝ่ายค้าน
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทราโฆษกพรรคกล้าธรรมกล่าวถึงกรณีที่นายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชนประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน)มีแนวคิดจะปรับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้านหลังเกิดความเห็นต่างเรื่องการลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2570ว่าพรรคกล้าธรรมเข้าใจว่าอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับองค์ประกอบและการทำงานของวิปฝ่ายค้านอยู่ที่ประธานวิปฝ่ายค้าน และเคารพกระบวนการดังกล่าว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาชิกพรรคกล้าธรรมได้ทำงานร่วมกับวิปฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา แม้จะมีบางเรื่องที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่ก็ให้ความร่วมมือกับการทำงานของฝ่ายค้านมาโดยตลอด ซึ่งจุดยืนของพรรคกล้าธรรมคือ การทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนผ่านกระบวนการรัฐสภา โดยพรรคมีความเป็นตัวของตัวเอง และการลงมติในแต่ละครั้งจะพิจารณาจากเนื้อหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ
โหวตทุกครั้งดูผลกระทบประเทศ
ส่วนการลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 นายอรรถกร กล่าวว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าพรรคกล้าธรรมจะโหวตอย่างไร แต่ต้องมองต่อไปว่า หากกฎหมายงบประมาณเกิดปัญหาจนไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามกรอบเวลา ย่อมกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังมีปัญหาและประชาชนกำลังต้องการให้ภาครัฐเดินหน้าแก้ไขปัญหาภายหลังการลงมติงบประมาณที่ผ่านมา ประธานวิปฝ่ายค้านได้มาพูดคุยและแสดงความไม่สบายใจ จึงได้หารือกันถึงการทำงานของฝ่ายค้านและสัดส่วนโควตาการตั้งกระทู้ถามสด ซึ่งพรรคกล้าธรรมพร้อมที่จะไม่ใช้สิทธิในการถามกระทู้สด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการจัดสรรเวลาหรือการทำงานร่วมกัน
ยันทำหน้าที่แทนปชช.ไม่ว่าอยู่ฝ่ายไหน
เมื่อถามถึงสถานะของพรรคกล้าธรรมภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว นายอรรถกรมองว่าพรรคมีจุดยืนและแนวทางการทำงานของตัวเอง โดยที่ผ่านมาสมาชิกพรรคก็เข้าร่วมประชุมวิปฝ่ายค้านและให้ความร่วมมือกับการทำงานของฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่องแต่การตัดสินใจของพรรคกล้าธรรมอยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาผลกระทบต่อประเทศเป็นหลักไม่ใช่เพียงการคำนวณทางการเมืองว่าพรรคจะอยู่ฝ่ายใด สส.พรรคกล้าธรรมยังคงทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใด เรายังคงผลักดันการแก้ไขปัญหาประชาชนผ่านกลไกรัฐสภาต่อไป
ประกาศกธ.ค้านแบบมีศักดิ์ศรี
นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก ในฐานะกรรมการวิปฝ่ายค้านในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม กล่าวแสดงจุดยืนในการทำงานของพรรค ท่ามกลางกระแสความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับบทบาทของพรรคกล้าธรรมในฝ่ายค้าน โดยยืนยันว่า การทำงานของพรรคที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับมือกับพรรคฝ่ายค้านมาโดยตลอด แต่สิ่งสำคัญคือการยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักค้านแบบมีศักดิ์ศรี ค้านแบบมีเหตุมีผล โดยพรรคกล้าธรรมทำงานโดยให้ความร่วมมือกับมือกับพรรคฝ่ายค้านมาโดยตลอดและมีจุดยืนที่แน่วแน่ในการทำงานภายใต้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
อย่าเล่นเกมการเมืองเยอะเกินไป
โดยเฉพาะประเด็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณซึ่งนายปิยวัฒน์ ตั้งคำถามถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากงบประมาณไม่ผ่านว่าหากงบประมาณฉบับดังกล่าวไม่ผ่านแล้ว“พี่น้องประชาชนจะอยู่อย่างไร สถานการณ์แบบนี้ยังแย่ไม่พออีกหรือ?”และย้ำว่า การทำหน้าที่ของ สส.ไม่ควรถูกมองเพียงว่าใครอยู่ฝ่ายไหนหรือมีความสำคัญมากน้อยเพียงใด แต่ควรพิจารณาว่า กำลังคิดถึงพี่น้องประชาชนมากแค่ไหน “เราเป็นฝ่ายไหนไม่สำคัญ สำคัญที่เราคิดถึงพี่น้องประชาชนกันแค่ไหน ไม่ใช่ค้านแบบหัวชนฝาแล้วเอาพี่น้องประชาชนมาเป็นตัวประกันแบบนี้ พวกเรากล้าธรรมไม่เอาด้วยแน่นอน”นายปิยวัฒน์ยังทิ้งท้ายว่า“อย่าเล่นเกมส์การเมืองเยอะเกินไปครับ”
“พิพัฒน์”ลั่นยังไม่มีสัญญาณ ดึงกธ.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคกล้าธรรมถูกปรับออกจากการเป็นวิปฝ่ายค้าน และมีกระแสข่าวจะเข้าร่วมรัฐบาลว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้คงต้องถามนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียวที่จะเป็นผู้ชี้แจงเอง ตนไม่สามารถตอบอะไรได้เลย
เมื่อถามว่าในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทยมองว่ามีสัญญาณความเป็นไปได้หรือไม่นายพิพัฒน์ กล่าวว่า อันนี้ยังไม่มีเลยครับ ยังไม่มีข้อสั่งการอะไรหรือดำริจากนายกฯเลย
โยนถามนายกฯปมกธ.จะเข้าร่วม?
เมื่อถามว่าจำนวนเสียงของรัฐบาลที่มีอยู่ในขณะนี้มีความจำเป็นต้องดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมหรือไม่ นายพิพัฒน์ ตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนรัฐบาลเพิ่งทำงานมาประมาณ 6 เดือน เรื่องละเอียดอ่อนเช่นนี้ขอให้ผู้บริหารพรรคหรือนายกฯเป็นผู้ตัดสินใจดีกว่าและตนก็ไม่ได้เป็นผู้บริหารพรรค ในฐานะรัฐบาลเรายังทำงานร่วมกันได้ดีไม่มีอะไรเป็นข้อขัดแย้ง ทุกอย่างเดินไปได้สบาย ไม่มีอะไรทำให้เกิดปัญหาการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 พรรคการเมืองผู้ใหญ่ก็หารือกันตลอดเวลา
ข่าวจะร่วมรัฐบาลเรื่องปกติการเมือง
เมื่อถามว่ามีข่าวพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมาร่วมรัฐบาลโดยตลอดมองอย่างไรนายพิพัฒน์ กล่าวว่า การที่มีข่าวจะร่วมรัฐบาล ถือเป็นเรื่องปกติของการเมือง ทุกพรรคการเมืองที่อาสาหรือเสนอเป็นตัวแทนของประชาชนก็ล้วนแล้วที่จะนำเสนอนโยบายของตัวเองเพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศจึงถือเป็นเรื่องปกติที่จะมีการคุยกันและหารือกันโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือพรรคร่วมรัฐบาลไม่จำเป็นว่ารัฐบาลจะหารือเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลกันเองที่มีการหารือกันทุกสัปดาห์อยู่แล้ว แต่สำหรับฝ่ายค้าน อะไรที่นำเสนอมาและเป็นประโยชน์สำหรับประเทศเราจะรับข้อเสนอต่างๆเหล่านั้นเพื่อมาปรับแก้นำพาประเทศชาติให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เมื่อถามย้ำว่าการที่มีข่าวออกมาบ่อยเช่นนี้มีโอกาสที่จะเป็นไปได้หรือไม่นายพิพัฒน์ตอบว่าตนไม่ขอออกความเห็น
“วราวุธ”เพิ่งทราบ กธ.ออกฝ่ายค้าน
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงกระแสข่าวภายหลังพรรคกล้าธรรมถูกขับออกจากพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเป็นการส่งสัญญาณจะมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า เป็นเรื่องของแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่ผู้ใหญ่จะพูดคุยกันเมื่อถามว่าเคยได้ยินผู้ใหญ่ภายในพรรคคุยกันถึงเรื่องนี้หรือไม่นายวราวุธ กล่าวว่า ยังไม่ได้ยินและเพิ่งทราบข่าว ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นคนตัดสินใจดีกว่า วันนี้เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดในฐานะ รมว.อุตสาหกรรมส่วนตัวสามารถร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมได้หรือไม่ นายวราวุธตอบว่า ยังไม่มีความเห็น เพราะเราคือส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทยจะทำอะไรก็ต้องทำในนามของพรรค แล้วแต่หัวหน้าพรรค
ชี้การเมืองมีนวัตกรรมใหม่ๆคาดเดายาก
นายวราวุธ กล่าวถึงพรรคกล้าธรรมถอนตัวเพราะต้องการร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ว่า ตนตอบไม่ถูก เพราะการเมืองไทยนับวันผ่านไปก็จะเกิดนวัตกรรมใหม่ๆขึ้นเรื่อยๆ ต้องให้เกิดเหตุการณ์ก่อนจึงจะบอกได้ เพราะการคาดเดาเป็นการตีตนไปก่อนไข้ อย่าเพิ่งไปคิดว่ามันจะเกิดดีกว่า
เมื่อถามว่าการที่ปล่อยข่าวมาแบบนี้เป็นการกดดัน พรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ข่าวการเมืองก็มีการปล่อยทุกวัน เป็นเรื่องปกติ เรื่องนี้ ต้องหลายฝ่ายคุยกัน นายกฯในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้องหารือกับหลายฝ่าย
“พลพีร์’ชม‘กธ.’โหวตงบ70ทำถูกแล้ว
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย และสส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคกล้าธรรมถูกขับออกจากวิปฝ่ายค้านจะเป็นผลดีกับรัฐบาลหรือไม่ว่าจริงๆแล้วเขาคงมีการหารือกันภายในฝ่ายค้านอยู่แล้ว การที่พรรคกล้าธรรมไปโหวตให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2570ก็แสดงให้เห็นว่าพรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับประชาชนเพราะการใช้งบประมาณในการผลักดันเศรษฐกิจและการช่วยเหลือประชาชนเพื่อพัฒนาประเทศไทยสิ่งที่พรรคกล้าธรรมทำเช่นนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ส่วนที่ผู้นำฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนไม่ให้เข้าร่วมในวิปฝ่ายค้านก็สุดแล้วแต่พรรคประชาชน ส่วนตัวคิดว่าการแสดงออกในเวทีรัฐสภาหรือการโหวตในญัตติหรือกฎหมายต่างๆ ถ้ายึดประชาชน ยึดประเทศชาติเป็นหลัก คิดว่าพรรคกล้าธรรมทำถูกแล้วไม่ว่าพรรคกล้าธรรมจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน
ปรับครม.ดึงร่วมรบ.หรือไม่อยู่ที่นายกฯ
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่การปรับครม.จะมีพรรคกล้าธรรมอยู่ด้วย นายพลพีร์ กล่าวว่า ไม่ทราบเลย เพราะดุลพินิจในการปรับรัฐมนตรีต่างๆ เป็นของนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว แต่ทั้งนี้ไม่เคยมีการหารือในพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคร่วมรัฐบาลเลย ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรอยู่ที่นายกฯคนเดียว ส่วนตัวคิดว่าครม.ทั้งหมด ก็ทำงานอย่างขยันขันแข็ง ทุกคนพยายามช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงทีตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย
ตอนนี้รัฐมนตรีทุกคนที่มีบางคนอาจจะเป็นรัฐมนตรีใหม่ที่เข้ามาร่วมกับนายกรัฐมนตรีในการบริหารงานก็กำลังลงตัว และทำงานกับข้าราชการประจำได้เป็นอย่างดีแล้ว
‘ยศชนัน’เผยไร้สัญญาณดึง ‘กธ.’
ขณะที่นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคกล้าธรรมถูกปรับออกจากวิปฝ่ายค้านได้มีการส่งสัญญาณมาหรือไม่ว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาล ว่า“ไม่มีนะครับ” ในฐานะพรรคเพื่อไทย สิ่งที่ต้องทำเหมือนที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้พูดไว้ คือเราทำเต็มที่ในเรื่องการพูดคุยตั้งแต่การเข้าร่วมรัฐบาล อยู่แล้ว เรารับผิดชอบ 5 กระทรวงที่ดูแลการพัฒนาทุนมนุษย์ รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรงนี้ยังไม่ได้มีสัญญาณอะไร และยังตั้งใจมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่
ชี้ปรับ ครม.เป็นอำนาจนายกฯ
เมื่อถามว่า หากพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมรัฐบาลตัวหารจะต้องเพิ่มขึ้นทำให้เก้าอี้พรรคเพื่อไทยอาจหายไปรับได้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ตนก็ตอบเหมือนเดิม การปรับครม.เป็นอำนาจของนายกฯโดยตรงอยู่แล้ว สิ่งที่พวกเราทำได้ เราได้สัญญาเรื่องไหนไว้ สัญญาว่าจะดูแลเรื่องทุนมนุษย์ทั้งหมด พี่น้องเกษตรกรเราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องอื่นเป็นอำนาจของนายกฯและย้ำว่าพรรคเพื่อไทยเรายึดกับเสียงที่เราได้รับมอบหมายเข้ามา และปัจจุบันใน 5 กระทรวงที่เราได้รับดูแลเป็นสิ่งที่เราพยายามทำตรงนี้ อย่างเต็มที่
เมื่อถามย้ำว่าตัวเลขของรัฐบาลในขณะนี้ เพียงพอต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ นายยศชนันยืนยันว่า ตอนนี้เราก็อยู่ได้
ภท.โยนวิปฝ่ายค้านแจงปมถีบกธ.ออก
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.)น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ว่าเป็นการพูดคุยถึงสถานการณ์การเมืองเช่นวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส่วนเรื่องของพรรคกล้าธรรม ขอไม่ก้าวล่วงเพราะเพิ่งทราบจากข่าวและไม่ทราบว่าคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) มีปัญหาอะไรจนนำพรรคกล้าธรรมออกและนำพรรคอื่นเข้ามา เรื่องนี้เป็นสิ่งที่วิปฝ่ายค้านต้องตอบเอง
วงประชุม‘ภูมิใจไทย’ปัดพูดดึงร่วมรบ.
เมื่อถามว่าในที่ประชุมวันนี้ได้ถามความเห็นของ สส.กรณีกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ น.ส.แนน บุณย์ธิดากล่าวว่าในที่ประชุมไม่มีการพูดคุยเรื่องดังกล่าว แค่คุยกันว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้นมาจากไหนซึ่งเป็นเพียงสำนักข่าวต่างๆที่วิเคราะห์กัน พวกเรามองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาของพรรคร่วมฝ่ายค้านมากกว่า
เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีมีการดึงพรรคกล้าทำเข้าร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตอนนี้เรามีพรรคร่วมรัฐบาลเท่าที่เห็น
ลั่นตอนนี้รบ.มีแค่พรรคร่วมเดิม
เมื่อถามว่าขณะนี้พรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในฝ่ายค้านแล้ว ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะปิดกั้นการทำงานระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรมหรือไม่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ทุกพรรคในสภาฯทำงานร่วมกันตลอดอยู่แล้ว ไม่ว่าพรรคไหนก็ตาม เพราะต้องคุยกันเรื่องวาระสภาว่าการประชุมในสัปดาห์มีอะไรบ้าง คงจะไม่บอกว่าเราจะไม่ทำงานกับใคร เพราะทุกวันนี้วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านพูดคุยกันตลอดอยู่แล้ว จะไปพูดว่าเราปิดประตูคนนั้นปิดประตูคนนี้ก็คงไม่ใช่ เพราะพรรคการเมืองทุกพรรคทำงานด้วยกันในสภาอยู่แล้ว
“ขอย้ำว่า ณ ตอนนี้ทุกพรรคทำงานด้วยกันเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าแต่ละพรรคอยู่ในสถานะใดในสภาฯ ซึ่งขณะนี้ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังคงเดิมตามที่เคยประกาศไว้”โฆษกพรรคภูมิใจไทย ระบุเมื่อถามว่า ตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลมีพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่าณ ตอนนี้เป็นแบบนี้ ส่วนวิปฝ่ายค้านก็ประกาศชัดเจนเขาก็ประกาศว่ามีพรรคไหนบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องของฝ่ายค้าน
ครม.ไฟเขียวร่างก.ม.ควบคุมกัญชา
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ.ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ก็จะส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อ โดยเนื้อหาสาระเป็นการควบคุมตั้งแต่แปลงเพาะปลูก ที่จะต้องลงทะเบียนว่าจะเป็นแปลงขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ให้ติดตามได้ว่าแหล่งปลูกอยู่ที่ไหน เพื่อควบคุมคุณภาพและสกัดออกมาเป็นสารสกัด หรือการใช้ประโยชน์ของช่อดอกต่างๆ จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงจะมีบทกำหนดโทษที่ชัดเจน และรุนแรงมากยิ่งขึ้น จาก พ.ร.บ.ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
ยืนยันใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น
นายพัฒนา ยืนยันว่าขณะนี้กัญชาใช้ทางการแพทย์เท่านั้น ส่วนร้านต่างๆ ที่ตั้งอยู่ริมถนน ใช้ใบอนุญาตเดิมอยู่ มีอายุ 3 ปีและจะไล่หมดอายุ ตั้งแต่ 2569-2571 ดังนั้นร้านค้าที่ไม่ได้เป็นสถานพยาบาลเมื่อใบอนุญาตหมดอายุ หากจะต่ออายุก็จะต้องปรับเป็นสถานพยาบาล ต้องมีแพทย์ประจำ ตามระเบียบใหม่ และการสั่งจ่ายยาจะต้องมีใบสั่งที่เซ็นโดยแพทย์และในปัจจุบันมีแอปพลิเคชันที่เป็นลิงก์สามารถตรวจสอบได้ว่าร้านกัญชา แหล่งปลูก ตั้งอยู่ที่ใดเท่าที่ตนตรวจสอบข้อมูลเมื่อเช้ามีการบันทึกข้อมูลลงไปแล้วกว่า 10,000 แห่งก็คิดว่าตอนนี้ครอบคลุมกว่า 95%แล้วซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่าร้านไหนเป็นร้านที่ขึ้นทะเบียนถูกกฎหมาย แต่หากร้านใด ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ก็ให้สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นร้านที่ไม่ถูกกฎหมาย
เตรียมส่งทีมสแกนเข้มทั่วประเทศ
รมว.สาธารณสุขย้ำอีกว่าหลังจากนี้จะมีการจัดทีมลงไปตรวจสอบร้านค้าที่เปิดอยู่ในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น เพื่อจะดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในหัวเมืองท่องเที่ยวและหัวเมืองใหญ่ต่างๆ และหลังจากนี้จะให้กรมการแพทย์แผนไทย แถลงในรายละเอียดเรื่องของการควบคุมและลงไปตรวจสอบร้านค้าจำหน่ายกัญชา แต่มั่นใจว่าบุคลากรมีครอบคลุมที่จะสามารถลงไปตรวจตราได้
รัฐบาลลุยปิดช่องโกงสอบภาครัฐ
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่ารัฐบาลเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐโดยที่ประชุทครม.เห็นชอบข้อเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ ตามที่คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต(คตท.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเสนอพร้อมให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหารือกับสำนักงาน ก.พ.เพื่อนำหลักการและข้อเสนอที่เกี่ยวข้องไปประกอบการจัดทำร่างกฎหมายต่อไปโดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายแก้ปัญหาการทุจริตสอบอย่างเป็นระบบ หลังพบกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ซึ่งมีพฤติการณ์ทั้งการเรียกรับผลประโยชน์และการแก้ไขกระดาษคำตอบ ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดความผิดเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะ
ดันกม.เฉพาะฟันอาญา–ตัดสิทธิทุกแห่ง
สาระสำคัญของข้อเสนอ คือ กำหนดให้การทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐเป็นความผิดอาญา พร้อมให้อำนาจหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่มีอำนาจจับกุม สามารถสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดรวมทั้งจัดให้มีช่องทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับประชาชนแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลการทุจริต
สำหรับผู้ที่กระทำความผิด จะถูกตัดสิทธิเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง และเมื่อข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติ จะส่งรายชื่อให้สำนักงาน ก.พ. รวบรวมไว้ในฐานข้อมูลกลาง เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถตรวจสอบประวัติได้ก่อนรับบุคคลเข้าทำงาน
เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวไล่ออกจากรชก.
นอกจากนี้ หากผู้กระทำความผิด ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ กำหนดหลักการให้ไล่ออกจากราชการ โดยสำนักงาน ก.พ. เสนอให้แยกโทษทางวินัยออกจากโทษทางอาญาให้ชัดเจน เนื่องจากการไล่ออกจากราชการเป็นโทษทางวินัยสูงสุด ส่วนหลักการให้รับโทษหนักขึ้นอีกหนึ่งเท่าควรกำหนดไว้ในส่วนของโทษทางอาญาในกรณีพบเหตุอันควรเชื่อว่ามีการทุจริต จะต้องเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวน โดยประเด็นการสั่งยุติการสอบเป็นการชั่วคราว สำนักงาน ก.พ. มีข้อสังเกตว่าควรพิจารณาตามลักษณะและความร้ายแรงของแต่ละกรณี เพื่อไม่ให้ผู้เข้าสอบโดยสุจริตได้รับผลกระทบเกินสมควร
“รัฐบาลต้องการปิดช่องการโกงสอบตั้งแต่ต้นทาง เพราะการสอบเข้าทำงานภาครัฐต้องแข่งขันกันด้วยความรู้ความสามารถ ไม่ใช่ด้วยเงิน เส้นสาย หรือการทุจริต ผู้ที่โกงต้องมีความรับผิดชัดเจน และหากเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องก็ต้องมีมาตรการทางวินัยและทางอาญาที่จริงจัง เพื่อรักษาความเป็นธรรมให้กับผู้เข้าสอบที่สุจริตและสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบราชการ” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

