ตามขุดปมเขากระโดง ‘เท้ง-โรม’ลุย ตั้งประเด็นศึกซักฟอก ชำแหละช่วงเดือนต.ค.

ตามขุดปมเขากระโดง
‘เท้ง-โรม’ลุย
ตั้งประเด็นศึกซักฟอก
ชำแหละช่วงเดือนต.ค.
กังขากกต.2มาตรฐาน
“เท้ง-ณัฐพงษ์” เตรียมเปิดรายชื่อรัฐมนตรีถูกซักฟอกในวันยื่นญัตติ ยันไม่เว้นเรื่องที่เขากระโดง โต้ปมโหวตหนุน “ภูมิใจไทย” คือต้นเหตุกำเนิด“ระบอบสีน้ำเงิน” พร้อมเปิดช่องรับข้อมูลเชิงลึกจากปชช.ในศึกอภิปราย “โรม” ชวนสังคมจับตา ศาล รธน.ชี้ขาดคดีบาร์โค้ด 28 ก.ย.นี้ ถกถอดบทเรียนเลือกตั้ง’69 จี้ถามบทลงโทษทางกฎหมาย กังขากกต.ฉีกกฎหมาย 2 มาตรฐาน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ความคืบหน้าในการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตอนนี้มีความคืบหน้าดี อยู่ในช่วงท้ายในการสรุปกรอบญัตติ ต้องนำเนื้อหาของทุกพรรคที่ต้องการอภิปรายมารวมกัน เมื่อสรุปกรอบญัตติเสร็จก็จะอยู่ในช่วงของการลงนาม หากดูไทม์ไลน์ เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเข้าสู่สภาฯ ในช่วงเดือนตุลาคม
โวข้อมูลศึกซักฟอกมีน้ำหนักมาก
เมื่อถามว่ามีการเปิดรับข้อมูลจากประชาชน มีคนตั้งข้อสังเกตว่าพรรคมีข้อมูลเพียงพอหรือไม่ที่จะอภิปราย นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เนื้อหาข้อมูลที่เรามีอยู่ในมือมีน้ำหนักมากเพียงพออยู่แล้ว เพียงแต่ว่าในพรรคประชาชน เปิดช่องทางในการรับข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อที่จะรับข้อมูลเชิงลึกจากผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง การอภิปรายในครั้งนี้เราพยายามจะชี้ให้เห็นถึงความเลวร้ายของระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ตัวของพรรคการเมืองอย่างเดียว แต่หมายถึงการทำหน้าที่ในองค์กรอิสระด้วย
ในส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนที่สนับสนุนให้กับระบอบสีน้ำเงินอยู่ด้วย ถ้าดูกรอบในการอภิปรายก็จะมีคนที่ได้รับผลกระทบอยู่เยอะเช่นบริษัทที่อาจจะเข้าร่วมประมูลในโครงการของรัฐ ที่เราเห็นว่ามีการล็อกสเปกเกิดขึ้น มีการเอื้อให้เกิดกับบางบริษัทให้ได้รับโครงการหรือไม่ ก็จะทำให้บริษัทคู่แข่งส่งข้อมูลมาให้กับเราได้ ส่วนอื่นๆที่อาจจะอยู่ในระบบราชการอย่างที่เราเห็นในเรื่อง “ช่วยสีน้ำเงินด้วย” หรือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการต่างๆ หรือการทุจริตสอบท้องถิ่น การเปิดช่องทางก็จะทำให้เรามีข้อมูลในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น
ชื่อรมต.ถูกซักฟอกวันยื่นญัตติ
เมื่อถามว่านอกจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีการพุ่งเป้าในการอภิปรายจะมีใครเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าตัวรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ รอรู้พร้อมกันในวันที่ยื่นญัตติ ส่วนจะออกมาในรูปแบบใดนั้น อยากชี้ให้เห็นถึงความเลวร้ายของระบอบสีน้ำเงิน ว่าไม่ได้เป็นแค่ในเรื่องของตัวพรรคการเมืองอย่างเดียว ซึ่งหมายถึงส่วนอื่นๆ ด้วย
โต้โหวตหนุน‘ภท.’ต้นเหตุระบอบ
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะโดนย้อนที่ใช้คำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ทั้งที่พรรคประชาชนเองก็เป็นคนโหวตให้และสร้างระบอบนี้ขึ้นมา นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญคือการทำหน้าที่ของพวกเราตอนนี้คือการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ความเห็นของตนเองก็อยู่ที่ประชาชนเช่นเดียวกันที่อาจจะช่วยกันวิเคราะห์ ส่วนตัวเชื่อว่าตราบใดที่เราอยู่ภายใต้กติการัฐธรรมนูญฉบับนี้เรายังอยู่ในระบบที่เอื้ออำนวยให้พรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่ง ที่จะสามารถโกงเลือก สว.เข้ามากินรวบประเทศแบบนี้ได้ ครอบครองทุกองค์กรที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบถ่วงดุล ดังนั้น ผลโหวตอะไรที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งก็ยอมรับกับข้อวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาใหญ่มากกว่าก็คือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งพรรคก็เตรียมข้อมูลในส่วนนี้ไว้ด้วย
ลั่นเอาผิดกกต.-นักการเมืองคดีฮั้วสว.
นายณัฐพงษ์ ย้ำว่าในมุมหนึ่งหลายคนอาจจะรู้สึกว่า ระบบในประเทศเราเหมือนถูกกินรวบ สิ่งที่จะเป็นกุญแจในการสร้างทางออกได้ก็คือ การแก้แก้ไขปัญหาในการโกงเลือกสว.ที่ผ่านมา หากตอนนี้เราช่วยกันผลักดันให้มีการเอาผิดกับกกต. หรือเดินหน้าเอาผิดกับวุฒิสภา ที่อยู่ในกระบวนการโกงเลือกสว. และเอาผิดนักการเมืองที่อยู่ในกระบวนการนี้ได้ ก็จะเป็นการให้เราสามารถแก้ไขสิ่งต่างๆ ได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะเดินหน้าได้การเลือกองค์กรอิสระที่มีความยึดโยงกับประชาชนมากยิ่งขึ้นก็จะสามารถเดินหน้าได้เช่นกัน
ปมที่เขากระโดงรอดูศึกซักฟอก
ส่วนกรณีเรื่องเขากระโดงเราจะมีการตรวจสอบอย่างไร นายณัฐพงษ์ระบุว่าก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่เราจับตามองอยู่ รอถึงวันอภิปรายจริง เพราะตอนนี้หากให้ข้อมูลอะไรไป ก็จะเป็นเหมือนให้การบ้านล่วงหน้า ส่วนจะมีประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องของเขากระโดง หรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอให้รอดูวันอภิปรายจริง
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาชนอาจจะไม่กล้าอภิปรายเรื่องเขากระโดง ที่พาดพิงไปถึงผู้นำจิตวิญญาณของพรรค นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า เราพร้อมทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาทั้งหมด ประเด็นที่ถามไปเมื่อสักครู่คงไม่ใช่เป็นประเด็นอะไร เวลาตอบเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ความยากคือ ถ้าลงลึกก็จะกลายเป็นว่าให้การบ้านรัฐบาลล่วงหน้า
‘โรม’ชวนจับตาศาลรธน.ชี้ขาด28ก.ย.
ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรเปิดงานเสวนา “ถอดบทเรียน (อีกครั้ง)กับการเลือกตั้ง สส.” ที่รร.เซ็นทาราไลฟ์ เมื่อวันที่25 ก.ย.โดยกล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมวินิจฉัยคดีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง สส. ว่า สรุปแล้วชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะในช่วงเวลานั้นก็ถกเถียงกันว่า คำว่า “การเลือกตั้งต้องกระทำโดยลับ” นั้น หมายถึงว่า ต้องไม่มีบาร์โค้ดให้สามารถเช็คได้เลยแม้แต่น้อย หรือมีได้ แต่ป้องกันไม่ให้คนมาสืบค้นภายหลัง แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว แบบไหนถูกต้อง ต้องรอดูวันที่ 28 ก.ย.นี้
“เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเลือกตั้งที่บรรจงเขียนในกฎหมาย หวังว่า จะให้ออกมาดี แต่ผลที่เกิดขึ้นจริง กลับออกมาแย่ และแย่มากๆ ถึงขั้นร้ายแรงที่สุด คือ ผู้คนตั้งข้อสงสัยว่า เกิดการปฏิบัติหรือการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือเกิดการทุจริตในการเลือกตั้งหรือไม่” นายรังสิมันต์ ย้ำ
กังขากกต.ฉีกกฎหมาย2มาตรฐาน
นายรังสิมันต์ ตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายเลือกตั้งของประเทศไทยถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดกับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง แค่ฉีกบัตรเลือกตั้งไม่ว่าโดยตั้งใจหรือเข้าใจผิด ก็มีโทษทางอาญาแต่การบังคับใช้กฎหมายกับ กกต.กลับมีความหนักเบาไม่เท่ากัน หากจำกันได้มียุคหนึ่งที่หันคูหาออก ตอนนี้ต้องรับโทษกันไป แต่ระยะหลังมีหลายเรื่องแต่ก็มีแค่เจ้าหน้าที่ที่ต้องรับโทษ ส่วนในปี 2569
“จริงๆไม่ได้มีแค่เรื่องบาร์โค้ด ยังมีเรื่องของการนับคะแนน การไม่รัดหีบบัตรเลือกตั้ง การนำเอกสารเลือกตั้งไปทิ้งขยะ และมีอีกหลายประเด็นที่ต้องติดตามว่า มาตรฐานความเคร่งครัดบังคับใช้กฎหมายต่อกกต.มีมาตรการเดียวกันหรือไม่ เพราะกฎหมายที่มีมาตรการสารพัด แต่ดูเหมือนว่าหลายต่อหลายครั้ง กลับไม่ได้พาสังคมไปสู่เป้าหมายปลายทางของการเลือกตั้งเลยเราเขียนกฎหมายขึ้นมา เพื่อสร้างความชัดเจน แต่ทำไมเมื่อนำกฎหมายไปใช้จริงกลับเป็นไปด้วยความกังขา วันนี้จึงต้องมาถอดบทเรียนกันอีกครั้ง”นายรังสิมันต์ กล่าว
กกต.ยันยึดถูกต้องตามระเบียบ-ก.ม.
ด้าน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวบนเวทีการเสวนาช่วงหนึ่งโดยชี้แจงถึงความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น ถือเป็นเรื่องใหญ่ และเชิญชวนประชาชน มาใช้สิทธิ พร้อมสังเกตการณ์การนับคะแนน ซึ่งหากพบความไม่ปกติ สามารถทักท้วงได้ เพื่อนำไปสู่การนับคะแนนใหม่ หรือลงคะแนนใหม่ แต่สำหรับกรณีผู้สังเกตการณ์ หรือผู้แทนพรรคการเมืองนั้น อยากให้พรรคการเมืองได้ส่งผู้แทนไปสังเกตการณ์ทุกหน่วยเลือกตั้ง แต่ก็เกิดปัญหาค่าใช้จ่ายกับพรรคการเมือง ซึ่งอาจจะต้องหาทางแก้ไข เพื่อไม่ให้ถือเป็นภาระ และระบุเป็นค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองเพื่อให้กระบวนการโปร่งใส
ส่วนการบันทึกภาพระหว่างการนับคะแนนนั้น รองเลขาธิการกกต.กล่าวว่าขณะนี้ สำนักงานกกต.ได้ออกระเบียบแล้ว แต่กระบวนการนั้นจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ขัดขวางการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และการลงคะแนนของประชาชน รวมถึงสำนักงาน กกต.จะพัฒนากรรมการประจำหน่วย เพื่อให้เข้าใจกระบวนการที่ถูกต้อง ดำเนินการด้วยความถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย
อุบรอฟังศาลฯชี้ขาดคดีบาร์โค้ด
ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวถึงกรณีที่บัตรการลงคะแนน สส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ไม่ตรงกันว่า เป็นเพราะบัตรการเลือกตั้งล่วงหน้า บางครั้งอาจมีหน่วยลงคะแนนบางแห่งส่งบัตรกลับมาเพียงใบเดียว เช่น การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรบางครั้ง
ประชาชนส่งบัตรกลับมาเพียงใบเดียว หรือบางครั้งประชาชนผู้ใช้สิทธิ จะต้องมีชื่ออยู่ในเขตเลือกตั้งน้อยกว่าเวลาที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถเลือก สส.แบบแบ่งเขตได้
ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวปฏิเสธที่จะกล่าวถึงกรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแต่ระบุว่าเป็นมาตรการการป้องกันการทุจริต ไม่ขอลงรายละเอียดเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในวันจันทร์ที่ 28 ก.ย.นี้ พร้อมยังยืนยันด้วยว่าข้อเสนอและปัญหาต่างๆ สำนักงานกกต.น้อมรับเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข แต่เรื่องใดที่จะต้องอาศัยการแก้ไขกฎหมาย ก็อาจจะต้องให้รัฐสภา ได้ดำเนินการแก้ไขต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

