กก.สรรหาฯ มีมติออกมาตรการบังคับทางปกครอง ยื่นร้องศาล สั่ง 'หมอสรณ' ยุติปฏิบัติหน้าที่ 'ประธาน กสทช.'

28ก.ย.2569 คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกเอกสารข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ มีเนื้อหาระบุว่า คณะกรรมการสรรหา กสทช. ได้รับหนังสือจากกรรมการ กสทช. ร้องขอให้คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อกำหนดวิธีการชั่วคราวระหว่างคดียังไม่สิ้นสุด เนื่องจากเมื่อวันที่ 25กันยายน2569 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569 ที่ศาสตราจารย์คลินิกสรณ บุญใบชัยฤกษ์ ฟ้องขอเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่วินิจฉัยว่า ศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 8(2) และถือว่าสละสิทธิ์ในการเข้ารับตำแหน่งตงตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม แต่ศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ยังคงแสดงเจตจำนงจะมาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานและที่ประชุม กสทช. ซึ่งเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการกสทช. อื่น จึงขอให้คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ในฐานะคู่ความในคดี ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เพื่อให้กรรมการ กสทช. ที่เหลือปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ของขาตีได้ต่อเนื่อง
ในการนี้ คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เห็นว่า เพื่อมิให้การทำหน้าที่ของคณะกรรมการ กสทช. ต้องหยุดชะงัก อันทำให้กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงควรยื่นคำร้องให้ศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. ตามคำวินิจฉัยของ คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 ประกอบกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ที่ 952/2569 รวมถึงคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569 ยืนยันว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21กรกฎาคม2569 มีผลใช้บังคับตามกฎหมาย

คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. จึงมีมติ ให้ออกมาตรการบังคับทางปกครองให้ศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ และยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

