เลือกตั้งสส.ไม่โมฆะ บาร์โค้ดฉลุย ศาลชี้ขาดไม่ขัดรธน. ป้องกันการปลอมแปลง สืบย้อนหลังได้แต่ทำได้ยาก

เลือกตั้งสส.ไม่โมฆะ
บาร์โค้ดฉลุย
ศาลชี้ขาดไม่ขัดรธน.
ป้องกันการปลอมแปลง
สืบย้อนหลังได้แต่ทำได้ยาก
กกต.พ้นข้อครหา ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสส.แล้ว ระบุในส่วนบัญชีรายชื่อ สืบย้อนผู้ใช้สิทธิได้แต่ทำจริงได้ยากมาก ข้อร้องเรียนของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น ทั้งระบุวัตถุประสงค์การทำเครื่องหมาย เพื่อความสุจริต-ป้องกันปลอมแปลง จึงไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ทำให้เลือกตั้งโมฆะ
ที่ศาลรัฐธรรมนูญ เวลา 14.00 น. องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งเพื่ออ่านคำวินิจฉัยในคดีที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยคดี ‘บาร์โค้ด’ บนบัตรเลือกตั้ง เนื้อความโดยสรุปว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะผู้ร้องอ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 22 คำร้อง กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะ ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า การใช้รหัสแท่งบาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง เป็นมาตรการกำหนดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันบัตรปลอม การควบคุมจำนวนบัตร ป้องกันการใช้บัตรเลือกตั้งข้ามเขต ควบคุมกระบวนการจัดพิมพ์ จัดสรรบัตรเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพภายใต้เวลาจำกัด มาตรการดังกล่าวสเป็นไปเพือให้เลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม จัดให้มีการเลือกตั้งภายในกำหนดเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด แม้ป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง และควบคุมบัตรเลือกตั้ง อาจกระทำได้ด้วยมาตรการอื่น เช่น การพิมพ์ลายน้ำ เครื่องหมายพิเศษ หรือรหัสคิวอาร์โค้ด แต่การกำหนดใช้รหัสแท่งบาร์โค้ด มาตรการเทคนิค ควบคุมจัดพิมพ์ได้มีประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงค์กฎหมาย พิจารณาถึงศักยภาพตรจสอบบัตรเลือกตั้ง เป็นรายใบ ตั้งแต่กระบวนการจัดพิมพ์ จนถึงการจัดสรรบัตรเลือกตั้ง แล้วสามารถบริหารจัดการบัตรบัญชีรายชื่อที่มีข้อจำกัดเทคนิค ขนาดบัตรยาว ต้องระบุชื่อพรรคในการเลือกตั้งทั้งหมด
เพราะฉะนั้นการกำหนดให้มีมาตรการอื่นป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง หรือปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง อาจใช้ทดแทนได้ ไม่อาจถือเป็นเหตุผลมีน้ำหนักเพียงพอ การใช้รหัสบาร์โค้ดเป็นมาตรการเกินสมควรแก่เหตุ เมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์สาธารณะ จากการใช้รหัสบาร์โค้ด กับผลกระทบต่อหลักการเลือกตั้งโดยลับ และสิทธิเลือกตั้งหรือเสรีภาพในการออกเสียงลงคะแนนของประชาชนแล้ว เห็นได้ว่า ระบบบริหารจัดการเลือกตั้งโดยรวม การใช้รหัสบาร์โค้ด ควบคุมตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง มิใช่ข้อมูลแสดงให้เห็นโดยตรงว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใคร
การที่จะทำให้ทราบผลการลงคะแนนของใคร ต้องมีข้อมูลหรือกระบวนการอื่นเชื่อมโยงระหว่างตัวบุคคล รหัสประจำบัตร และผลการออกเสียงลงคะแนนเข้าด้วยกัน โดยอาศัยเอกสาร 3 ส่วนคือ บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เหตุนี้จำเป็นต้องพิจารณามาตรการจัดเก็บ ควบคุม เข้าถึงข้อมูล เป็นหน้าที่และอำนาจของผู้ถูกร้อง กำหนดมาตรการความปลอดภัยของเอกสาร 3 อย่างดังกล่าว กำหนดข้อห้ามบุคคลไม่มีหน้าที่หรืออำนาจเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเด็ดขาด อันอาจนำไปสู่การเชื่อมโยงผลคะแนน
หากแต่ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ขึ้นอยู่กับระบบการควบคุมไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวข้องถูกนำไปใช้เปิดเผย หรือตรวจสอบย้อนกลับ พิจารณาข้อเท็จจริงผู้ร้องนำสืบ พยานหลักฐานจากการไต่สวน ไม่ปรากฏหลักฐานอันเพียงพอ รับฟังได้ว่า บุคคลใด หรือหน่วยงานใด นำบัตรเลือกตั้งไปเชื่อมโยงกันเพื่อสืบทราบผลการออกเสียงลงคะแนน จนทราบได้ว่า ผู้ร้องเรียน หรือประชาชนคนใด ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือพรรคใด ข้อกล่าวอ้างของผู้ร้องไม่เพียงพอรับฟังว่า การกระทำของผู้ถูกร้อง กำหนดให้มีรหัสบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ถือได้ว่าเป็นการทำลาย หรือทำให้สาระสำคัญของหลักการเลือกตั้งโดยลับ และเสรีภาพในการออกเสียงลงคะแนนเสียไป ไม่เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัธฐรรมนูญ ไม่มีปัญหาความชอดบ ด้วย รธน อันละเมิดสิทธิเสรีภาพของ ปชช มีสิ?ทเลือกตั้ง
อนึ่ง แม้การระบุรหัสแท่งบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ร้องเรียน หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ แต่ข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชน ที่มีต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งของผู้ถูกร้องทั้ง 3 เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการ ที่เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม ผู้ถูกร้องควรกำหนดรูปแบบการจัดพิมพ์ คำนึงถึงมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง ป้องกันทุจริตเลือกตั้ง โดยไม่ใช้เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ใดบนบัตร ที่เชื่อมโยงข้อมูลระบุผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และควรกำหนดวิธีการจัดเก็บบัตรเลือกตั้งที่พิพาทกันตามคำวินิจฉัยนี้ ให้มีมาตรการรัดกุม และเข้มงวดเป็นการเฉพาะ ไม่ให้มีการกระทำโดยผิดกฎหมาย เพื่อเข้าถึงข้อมูล และการออกเสียงลงคะแนน
อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงวินิจฉัยว่า การใช้รหัสแท่งบาร์โค้ด และรหัสคิวอาร์โค้ด บันบัตรเลือกตั้ง ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ไม่เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มติศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเอกฉันท์ 9ต่อ0 ชี้ว่าบัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โค้ด ชอบด้วยธรรมรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังมีมติเสียงข้างมาก ประเด็นบัตรบาร์โคด 8ต่อ1 ชี้ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

