บทบรรณาธิการ : 30 กันยายน 2569

ช่วยน้ำท่วมแบบไร้รอยต่อ ถึงเวลาของการบูรณาการจริง
สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และหลายจังหวัดครั้งนี้ เป็นบททดสอบสำคัญของระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติของไทย แต่สิ่งที่ปรากฏชัดคือความล้มเหลวของการบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ต่างทำหน้าที่ของตนเองโดยขาดการเชื่อมโยง ประชาชนที่เดือดร้อนกลับไม่รู้ว่าจะร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือจากที่ใด ไม่มี “ศูนย์กลางแบบเบ็ดเสร็จ” ที่สามารถรับเรื่องและส่งต่อการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
ระบบแจ้งเตือนที่ควรจะเป็นหัวใจในการป้องกันและบรรเทา กลับไม่สามารถบอกระดับความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำในแต่ละเขต แต่ละถนน ทำให้หลายพื้นที่ถูกทิ้งให้อยู่ในภาวะวิกฤตเช่น ย่านคลองจั่น ที่ประชาชนต้องเผชิญกับน้ำท่วมสูงโดยไร้การดูแลที่เพียงพอ น้ำไม่เลือกเขตเลือกตั้งหรือเขตการปกครอง แต่ระบบราชการกลับยังแบ่งแยกเส้นเขตการทำงาน
เสียงสะท้อนจากประชาชนที่ปรากฏในสื่อต่างๆ ล้วนสะท้อนความรู้สึกสิ้นหวังและไม่มั่นใจต่อระบบการจัดการภัยพิบัติ หลายคนบอกว่า “น้ำมาเร็ว แต่ความช่วยเหลือมาช้า” ขณะที่บางครอบครัวต้องอพยพออกจากบ้านโดยไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าจะไปที่ไหนหรือใครจะดูแลต่อ หลายสื่อรายงานภาพผู้สูงอายุและเด็กเล็กติดอยู่ในบ้านที่น้ำท่วมสูงโดยไร้การเข้าถึงจากเจ้าหน้าที่ ความโกรธและความผิดหวังถูกถ่ายทอดผ่านโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างระบบแจ้งเหตุและช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพจริง ไม่ใช่เพียงคำสัญญาที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ในภาวะวิกฤต
ในขณะที่รัฐบาลล้มเหลวต่อการใช้ “single command” ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรากลับเห็นภาพของหลายพรรคการเมืองที่แม้ไม่มี สส. ในพื้นที่กรุงเทพฯ เช่น พรรคประชาธิปัตย์และพรรคอื่นๆ ลงมาช่วยเหลือประชาชน แจกถุงยังชีพ และทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ นี่คือบทเรียนว่าการเมืองไม่ควรถูกจำกัดด้วยเขตเลือกตั้ง แต่ควรถูกขับเคลื่อนด้วยความรับผิดชอบต่อประชาชนทุกคน
รัฐบาล กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล เร่งสร้างระบบการทำงานแบบไร้รอยต่อ จัดตั้งศูนย์กลางรับเรื่องร้องเรียนและประสานงานแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้ทันที พร้อมทั้งเร่งจัดการจุดวิกฤตและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยด่วน
นี่ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่คือการพิสูจน์ว่าประเทศไทยสามารถสร้างระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพได้จริง หากยังปล่อยให้ความซ้ำซ้อนและการแบ่งเขตการทำงานเป็นตัวขวางกั้น ประชาชนจะยังคงเป็นผู้รับเคราะห์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงเวลาแล้วที่การช่วยเหลือประชาชนต้องไร้รอยต่ออย่างแท้จริง
นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล กลับจากเยือนต่างประเทศเมื่อวันอาทิตย์ พร้อมไปเยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยพิบัติที่คลองเปรมประชากร และแฟลตคลองจั่น ชาวบ้านสรรเสริญตะโกนลั่น รวยไม่ไหวแล้ว มาทำไม หรือบางคนตะโกนชื่อสัตว์เลื้อยคลานที่ชอบกินของเน่า สัตว์ที่คนไทยใช้ไถนาดังลั่น ต้อนรับคณะนายกฯสิ่งเหล่านี้สะท้อนชัดว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างไร
ซึ่งคงไม่มีเวลาถอยหลังกลับไปแก้ต่างแต่ทุกฝ่ายต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาภัยพิบัติดังกล่าวให้ลุล่วงโดยเร็ว อย่าปล่อยให้คนอดตายเพราะไม่มีข้าวกิน อะไรที่เป็นเรื่องดีแต่ความรู้สึกของชาวบ้านเห็นว่าบ้องตื้นเกินไปก็อย่าทำอาทิ ให้ขึ้นทางด่วนฟรี ในขณะที่รถชาวบ้านจมอยู่ใต้น้ำนับหมื่นคัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

