หนูซัดพวกแพ้เลือกตั้ง จองล้มรัฐบาล ลั่นไม่เกี่ยวปมฮั้วสว. แตะเบรกยื่นซักฟอก ฝ่ายค้านอย่านอกเกม ‘เท้ง’ประกาศเอาแน่ มีหลักฐานชัดโยงใคร

“อนุทิน” ลั่นซักฟอก พร้อมตอบผลงาน เรื่องอื่นไม่ตอบ ย้ำไม่เกี่ยวเลือกสว.ปี’67 ก่อนรบ.เข้ามา เย้ย“ปชน.”แพ้เลือกตั้งต้องรับ อย่าอยู่นอกเกม ย้ำ“ไทยช่วยไทยเฟส 2” มุ่งทำเพื่อปชช. แต่ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ-ประชานิยม ยันเงินในคลังยังไม่ขาด ก่อนบินลัดฟ้าเยือนซิดนีย์ในรอบ 14 ปี มุ่งกระชับสัมพันธ์ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ด้าน ‘ยศชนัน’โวพร้อมตอบตั้งแต่วันนี้ ขณะที่’ไชยชนก’ไม่กังวลเป็นสายล่อฟ้า เพราะมีทั้งข้อดีข้อเสีย จับโยง’เนวิน’เรื่องปกติของการเมือง ด้าน’พิพัฒน์’ไม่หวั่นพุ่งเป้า แต่ไม่รู้จะถูกซักฟอกเรื่องอะไร
เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 17สิงหาคม2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานกองบิน6 ดอนเมือง (บน.6) ไปยังนครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย เพื่อเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17–20สิงหาคม2569 ก่อนเดินทางต่อไปยังนครโอ๊คแลนด์ เพื่อเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20–22สิงหาคม2569 นายกฯมีกำหนดเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติซิดนีย์ คิงส์ฟอร์ดสมิธ (Sydney Kingsford Smith Airport) นครซิดนีย์ ในเวลาประมาณ 21.05น.ของวันที่ 17ส.ค.ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์ ซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 3ชั่วโมง
‘หนู’ลั่นรมต.พร้อมตอบซักฟอก
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภาฯ ที่จะถึง ว่า รัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมในการชี้แจงตอบข้อสงสัย หรือสิ่งที่ฝ่ายค้านรู้สึกว่าไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีหลายท่านที่ถูกพาดพิงก็ต้องพร้อมที่จะตอบให้เกิดความชัดเจนต่อประชาชน เราไม่ได้ตอบคนในสภาฯ เราตอบประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีทุกคนต้องมีความพร้อม
เฉพาะเรื่องงานรบ.-ฮั้วสว.ไม่เกี่ยว
เมื่อถามว่า ธงของพรรคประชาชน(ปชน.) ในการอภิปรายเหมือนจะเป็นเรื่องฮั้ว สว.นายอนุทิน กล่าวว่า อันนี้ตนไม่ทราบว่าใครมีธงอะไร รัฐบาลนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องสว.ใดๆ ทั้งสิ้น สว.เป็นอีกสถาบันหนึ่ง เรื่องฮั้วสว.ก็เป็นคำบัญญัติของใครที่อยากบัญญัติขึ้นมา รัฐบาลนี้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในปี 2569 สว.เลือกกันปี 2567 เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐบาลนี้
เมื่อถามอีกว่าหากฝ่ายค้านหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาอภิปรายจะตอบหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อะไรที่เกี่ยวข้องกับผลการทำงานของรัฐบาลนี้เราก็ตอบ อะไรไม่เกี่ยวข้องเราก็ไม่ตอบ
เมื่อถามอีกว่า นายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ น และน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยคลิปสนทนา ฮั้วสว. นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องฮั้วสว.ถามตนไม่ได้ ตนอยู่ฝ่ายบริหาร มันมีความพยายามจะให้มาเกี่ยวโยงกับรัฐบาลก็คงเป็นการพยายามทำให้รัฐบาลขาดความเชื่อมั่นต่างๆ ก็เป็นหน้าที่เป็นเกมของคนที่ไม่ได้อยู่ในรัฐบาลแล้วอยากเป็นรัฐบาล
แพ้ลต.ต้องยอมรับ-อย่าอยู่นอกเกม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวะนี้นายกฯหัวเราะในลำคอ”หีหึ”ก่อนกล่าวอีกว่า”อย่าคิดมาก ทุกอย่างอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง จริงๆแพ้เลือกตั้งแล้วก็ต้องยอมรับกติกาก็ตรวจสอบไป แต่อย่าอยู่นอกเกม”
ไทยช่วยไทยเฟส2มุ่งทำเพื่อปชช.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 มีแนวโน้มอย่างไร ว่า เราต้องสมดุลกันตลอดเวลา เศรษฐกิจต้องเดินไปได้ ประชาชนได้ลดค่าใช้จ่าย รัฐบาลบริหารจัดการงบประมาณได้ มันต้องมีหลายองค์ประกอบ ที่มันบรรจบเข้าด้วยกัน รัฐบาลมีหน้าที่ต้องดูแลทุกข์สุขของประชาชน อย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่รูปแบบของการดูแล ต้องเป็นรูปแบบที่ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ ไม่ใช่ประชานิยม ต้องเป็นการร่วมกันและเป็นช่วงเวลาจังหว่ะที่ดี
ยืนกรานเงินในก.คลังยังใม่ขาด
เมื่อถามว่าไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 จะต้องมีใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่าอะไรที่ทำให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เราต้องคิดทุกวัน มันไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียวเมื่อถามว่า เงินในคลังยังสามารถซัพพอร์ต เรื่องนี้ได้ใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยขาด
ซัด’เฟกนิวส์’ชุมนุมหน้าทำเนียบ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการเผยแพร่เฟกนิวส์ชุมนุมขับไล่นายกฯ หน้าทำเนียบรัฐบาลและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ว่า เฟกนิวส์ คือเฟกนิวส์ การเสพสื่อเหล่านี้ก็ควรจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะบานปลาย โดยการปลุกระดมทางโซเชียล นายกฯกล่าวว่ารัฐบาลทำงานทุกอย่างตามภารกิจหน้าที่ ด้วยความทุ่มเทและซื่อสัตย์สุจริต
ทำเนียบฯปกติ-ไม่มีม็อบปิดถนน
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบโดยรอบทำเนียบรัฐบาล พบว่าไม่มีการชุมนุมของมวลชนตามภาพที่เผยแพร่ มีเพียงกลุ่มสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค ประมาณ 200 คน ที่ใช้พื้นที่ถนนพระราม 5 ข้างศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ กางเต้นท์ปักหลักติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน และหนี้สิน ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้เป็นการกีดขวางการจราจรแต่อย่างใด ทั้งนี้ ภาพม็อบดังกล่าวที่ถูกแชร์กันในโลกโซเชียล ถูกตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นภาพจากAI
‘อนุทิน’ปัดจัดฉากเข้าด่านตรวจ
นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงการถูกด่านตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติด ในพื้นที่ ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ตรวจค้นรถระหว่างลงพื้นที่เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ว่า เขาตั้งด่านตรวจปกติ พอดีรถผ่านไปไม่มีอะไรหรอก อย่าไปคิดอะไรมาก ตั้งด่านตรวจก็ดีแล้ว เมื่อถามว่า ด่านดังกล่าวจับยาเสพติดได้เยอะ นายอนุทิน กล่าวว่า เขาเล่าให้ฟังว่า จับยาเสพติดได้ ซึ่งคนขับมอเตอร์ไซค์ขนยาเห็นด่านก็ตกใจมอเตอร์ไซค์คว่ำ
เมื่อถามว่าการไปที่ด่านดังกล่าวไม่ได้วางแผนหรือบอกใครไว้ก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้ไปบุรีรัมย์มาหลายสัปดาห์แล้วต้องแวะไปบ้าง เมื่อถามอีกว่าพอมีข่าวออกไปแล้วมีดราม่าคนออกมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจัดฉากหรือไม่เพราะตำรวจจะไม่รู้เลยหรือว่าเป็นรถนายกฯ นายอนุทิน กล่าวว่า “คิดเรื่องอื่นดีกว่าเนอะ ตำรวจไม่รู้ครับเพราะไม่มีรถนำเป็นวันหยุดไม่มีขบวน ผมไปกับทีมส่วนตัวไม่มีการตั้งแถวรับไม่มีการจัดใครมารับทั้งสิ้น’
‘เต้’ร้องตร.สอบปืนฝ่ายการเมือง
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคก้าวล้ำ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ขอให้ตรวจสอบการครอบครองและการพกพาอาวุธปืนของบุคคลในแวดวงการเมืองตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี ภรรยา รัฐมนตรี สส.และสว.ตลอดจนบุคคลที่ทำหน้าที่ติดตาม หรือรักษาความปลอดภัย โดยเน้นย้ำว่า ต้องการให้ตรวจสอบว่า อาวุธที่ครอบครองมีทะเบียนถูกต้องและมีเอกสารอนุญาตให้พกพาตามกฎหมายหรือไม่ โดยเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ทราบว่า อาวุธที่พบ หากมีการตรวจสอบจริง มีเอกสารการครอบครองและการพกพาถูกต้องหรือไม่ พร้อมย้ำว่าการตรวจสอบควรครอบคลุมอย่างเสมอภาค ไม่ควรยกเว้นเพียงเพราะผู้เกี่ยวข้องมีตำแหน่งทางการเมือง และการตรวจค้นก็ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าตนเองเชื่อว่าจะเจอแน่นอน เพราะส่วนใหญ่จะไม่มีใบอนุญาตพกพา หรือ ป.12 และอีกส่วนก็เป็นปืนเถื่อน
‘ไชยชนก’ไม่กังวลรมต.สายล่อฟ้า
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ทุกกระทรวงต้องมีการเตรียมความพร้อม ซึ่งเรามีการรวบรวมประเด็นที่น่าสนใจของฝ่ายค้านและทุกอย่างที่เราสามารถรวบรวมได้ก็ทำไปเรื่อย ๆ ระหว่างทำงาน ตนคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว ฉะนั้นเราก็ต้องมุ่งทำงานต่อไป
เมื่อถามว่า ตัวรัฐมนตรีไม่กังวลที่จะถูกอภิปรายใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่กังวล เ
เมื่อถามว่า ดูเหมือนว่าเป็นรัฐมนตรีสายล่อฟ้าอยู่เหมือนกัน นายไชยชนก กล่าวว่า ก็ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ การเป็นสายล่อฟ้าก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ในข้อดีถ้าเรามีผลงานและสิ่งดี ๆ จากหน่วยงานที่เรากำกับดูแล ก็จะเป็นที่สนใจเป็นพิเศษก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องแย่อะไร ถ้าเป็นสายล่อฟ้า
ชี้เรื่องปกติลากโยงไปถึง’เนวิน’
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ถ้าการอภิปรายครั้งนี้ ตัวรัฐมนตรีจะถูกโยงในเรื่องของการเมือง เนื่องจากกรณีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บิดา นายไชยชนก กล่าวว่า จะไม่โยงได้อย่างไร ตนเป็นเลขาธิการพรรคจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องเกี่ยวข้องและถูกโยงอยู่แล้ว
‘พิพัฒน์’พร้อมตอบทุกข้อศึกซักฟอก
ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางรัฐบาล ว่า พร้อม ถ้าฝ่ายค้านจะอภิปรายในเรื่องกระทรวงคมนาคม ตนก็ต้องพร้อมชี้แจงไม่ว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายหรือถามเรื่องอะไร เราจะพยายามชี้แจงให้ครบทุกประเด็น ส่วนตัวไม่ได้กังวลอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดการณ์หรือไม่ว่า ตัวเองจะเป็น1ในผู้ถูกอภิปราย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เท่าที่ดูกระทรวงคมนาคมจะถูกอภิปรายทุกรอบไม่ว่ารัฐบาลไหน ดังนั้น ในฐานะที่นายกฯ ได้มอบให้ตนกำกับดูแลกระทรวงคมนาคมตนก็ต้องพร้อมที่จะชี้แจง ไม่ได้กังวล อะไรที่เป็นประเด็น อะไรที่เป็นคำถาม อะไรที่ฝ่ายค้านสงสัยก็จะตอบในทุกประเด็น
ไม่รู้ฝ่ายค้านพุ่งเป้าถล่มเรื่องอะไร
เมื่อถามว่า มีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพราะเป็นรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้าไว้แล้ว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ถ้าจะบอกว่า พุ่งเป้ามาที่ตน กระทรวงคมนาคม ตนคิดว่า ไม่น่าจะมี เพราะส่วนใหญ่ที่พุ่งเป้ามา อย่างในรัฐบาลที่แล้วก็เป็นเรื่องของพลังงาน ซึ่งขณะนี้ตนไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงพลังงานแล้ว หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของแลนด์บริดจ์ ซึ่งปัจจุบันมีการยกเลิกไปแล้ว โดยการศึกษาของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ยกเลิกคำว่า แลนด์บริดจ์ไป เพราะฉะนั้น ตนเลยไม่แน่ใจว่า จะมีการอภิปรายเรื่องอะไร แต่ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายเรื่องของกระทรวงเราก็ต้องพร้อมชี้แจง
‘ฮั้วสว.’ก็ไม่มีชื่อถูกกกต.สอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นว่า ฝ่ายค้านจะนำเรื่องฮั้ว สว. มาอภิปรายด้วย ส่วนตัวคิดว่า เหมาะหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องฮั้ว สว. ตนคิดว่า อยู่ในกระบวนการที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สอบอยู่ แม้ว่า จะมี 2 คณะ ซึ่งจะมีความเห็นเป็นอย่างไร ตนไม่ทราบ เพราะทางคณะที่ทำการหาข้อเท็จจริงยังไม่มีการสรุปออกมาที่ชัดเจน และยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ต้องรอดูว่า เรื่อง สว.จะเป็นอย่างไร แต่สำหรับตน ในเรื่องของการฮั้ว สว.ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะใน 229 คนที่ว่านั้น ชื่อตนก็ไม่มี
เล็งฟื้นนิคมอุตสาหกรรมจะนะ
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงการประชุมครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ หรือครม.สัญจร จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 31ส.ค.-1ก.ย.ว่า ตนในฐานะรองนายกฯกำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ ได้ประชุมร่วมกับนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทยและนายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อนำเสนอโครงการต่างๆในพื้นที่5 จังหวัดภาคใต้ ตามที่ทางจังหวัดต้องการ ทั้งนี้ จะรวบรวมให้ผู้ว่าฯสงขลา เสนอผ่านกระทรวงมหาดไทย ไปสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งจะประชุมวันที่ 31ส.ค.นี้ ส่วนใหญ่เป็นโครงการป้องกันน้ำท่วม โดยปี2568 จ.สงขลา ประสบอุทกภัยหนักและ4จังหวัดที่เหลือก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ส่วนโครงการอื่นจะเป็นเรื่องผังจังหวัดว่า จะปรับสีใหม่หรือไม่ ซึ่งจะพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าจะฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างไร เนื่องจากรายได้ต่อคนต่อปีค่อนข้างต่ำ จึงต้องหารือกับผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัด ขณะที่จังหวัดสงขลา จะมีโครงการพัฒนาที่จะนะ เป็นกึ่งนิคมอุตสาหกรรม ลงทุนโดยภาคเอกชน
ให้สภาพัฒน์ฯศึกษาโครงการใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นการรื้อฟื้นโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ที่ถูกยกเลิกในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่ได้ล้มโครงการ เป็นการนำมาให้สภาพัฒน์ศึกษาใหม่ โดยนำมาต่อยอดใหม่ จากที่สภาพัฒน์ลงไปสำรวจเรื่องSCAซึ่งเหลือประเด็นนี้ที่ยังเห็นไม่ตรงกัน คือ การสร้างท่าเรือน้ำลึก ขณะนี้มีท่าเรือน้ำลึกสงขลาอยู่แล้ว แต่เกิดปัญหาความแออัดที่ผู้ประกอบการส่งออกในพื้นที่กังวลว่า ท่าเรือไม่เพียงพอรองรับเรือขนส่งสินค้า
อย่างไรก็ตาม ท่าเรือสงขลาไม่สามารถขยายได้ เพราะความลึกที่จะลอกเกินกว่า 9 เมตร และติดกับรากหิน จุดดังกล่าวเรียกหัวเขาแดง เป็นที่ตั้งของโบราณสถาณ จึงไม่สามารถที่จะลากหินลงไปในแนวทะเลให้ลึกกว่า 9 เมตร จึงเกิดปัญหาว่าเรือขนาดใหญ่กว่าปัจจุบันไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ โดยให้นายสรรเพชญ หาข้อมูลร่วมกับกรมเจ้าท่า เพื่อนำให้สภาสภาพัฒน์ ศึกษาต่อใหม่ ส่วนงบประมาณที่จะใช้ในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ยังไม่เห็นตัวเลข ซึ่งที่นำเสนอมาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของตัวเลขการลงทุนของภาคเอกชน ดังนั้นในส่วนของภาครัฐ คือ การอนุมัติโครงการเท่านั้น แต่หลักใหญ่คือเรื่องของผังเมือง
‘ยศชนัน’ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัว
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง อว. มีการเตรียมความพร้อมในการชี้แจงแล้วหรือไม่ ว่า เรื่องนี้เอาให้ชัดเจน เรามีการตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งมีการทำตามคำแนะนำทุกขั้นตอน เป็นไปตามกระบวนการ มันไม่ใช่ว่า มั่นใจหรือไม่มั่นใจ เพราะเราทำตามกระบวนการมาตลอดอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรต้องกังวลในเรื่องนี้
เมื่อถามย้ำว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของนายยศชนันนายศชนัน ถามกลับว่า ตนถูกอภิปรายหรือ เมื่อถามอีกว่า จะต้องมีการเตรียมตัว หรือให้พรรคเพื่อไทยติวอะไรหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนในฐานะที่เป็นรองนายกฯ มีความรับผิดชอบในเรื่องนี้เต็มที่ มาเรื่องนี้ได้ด้วยสิ่งที่ประเทศมอบหมายมาให้ทำ ไม่มีการนำเรื่องนี้มาเป็นเรื่องส่วนตัว ฉะนั้น ทำเต็มที่ เตรียมข้อมูลและสามารถตอบตั้งแต่วันนี้ได้ด้วยซ้ำ ไม่ได้จำเป็นต้องเตรียม และไม่จำเป็นต้องดูแลเรื่องการแยกส่วนของการเมืองกับของกระทรวง
ปชน.ส่ง’เดชรัต’ชิงเนายกอบจ.นนท์
ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงข่าวเปิดตัว นายเดชรัต สุขกำเนิด รองหัวหน้าพรรค อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้สมัครเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ซึ่งจะเลือกตั้งวันที่ 20กันยายนนี้ แทน พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี ที่ถูกนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตส.ส.นนทบุรีหลยิงเสียชีวิต
‘เท้ง’ลั่นคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด
โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การเปิดตัวครั้งนี้มาจากเหตุการณ์ที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น เนื่องจากพ.ต.อ.ธงชัย เสียชีวิตและเป็นผู้บริหารที่ได้รับความไว้วางใจ ส.ส.และผู้บริหารท้องถิ่น ที่พรรคประชาชนเคยทำงานร่วมกันมาต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาประชาชนในพื้นที่ ตนในฐานะหัวหน้าพรรคให้เกียรติและเคารพ จึงจะรอให้ผ่านพ้นการจัดงานของพ.ต.ท.ธงชัยไปก่อน โดยจะส่งผู้สมัครไปสมัครรับเลือก ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ทั้งนี้เราพร้อมเต็มที่มี ทั้งนโยบาย บริหารและบุคคลที่จะเสนอตัวเข้ามาช่วย เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับชาวนนทบุรี จึงขอเชิญชวนให้ทุกคนไปเลือกตั้งในวันที่ 20 กันยายนนี้ เข้าคูหากาเพื่อนิวนนท์
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมถึงเลือก นายเดชรัต ลงสมัคร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายเดชรัต มีคุณสมบัติ เป็นที่ยอมรับทั้งในและนอกพรรค ซึ่งกระบวนการเลือกผู้สมัครของพรรคประชาชน ทุกการเลือกตั้งไม่ได้มีเรื่องการล็อกผู้สมัครคนใดคนหนึ่งเป็นแคนดิเดต แต่มีกระบวนการเปิดกว้างมาตลอดทุกการเลือกตั้งและการเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุที่เราไม่อยากให้เกิด กระบวนการคัดเลือกจึงเร่งรัด พรรคต้องใช้กระบวนการเลือกผู้สมัครที่คิดว่ามีความเหมาะสมที่สุด และนายเดชรัต มีคุณสมบัติตรงนั้นรวมถึงสส. สจ.ของพรรคในจังหวัดให้การยอมรับ และนายเดชรัต เป็นคนนนทบุรีแท้ รู้และเข้าใจปัญหาและได้รับการยอมรับ ส่วนคนที่จะตัดสินใจเลือกนายกอบจ.คนต่อไปคือ ประชาชนชาวนนทบุรี
มั่นใจนโยบายพรรคถูกใจชาวนนท์
เมื่อถามว่ามีสิ่งใดที่ทำให้มั่นใจ ว่าจะทำให้ชนะการเลือกตั้ง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วิธีการหาเสียงของแต่ละคนจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับกลุ่มนั้น ส่วนพรรคประชาชนมุ่งมั่นในแนวทางเดิมของเรา และคิดว่าสิ่งที่จะได้รับความไว้วางใจจากชาวนนทบุรี คือ นโยบายนับจากวันนี้ถึงวันที่ 20กันยายน จะมีอีกหลายเวที ที่อยากให้ชาวนนทบุรีร่วมกันติดตามการหาเสียงเลือกนายกอบจ.ในครั้งนี้ว่า เรานำเสนอนโยบายอะไร และคิดว่านโยบายที่ตอบโจทย์คนในพื้นที่จะเป็นปัจจัยที่ทำให้พวกเราได้รับความไว้วางใจจากชาวนนทบุรี รวมถึงเรื่องทีมงานในพื้นที่มีความพร้อมเป็นอย่างมาก และอยากให้ชาวนนทบุรี ให้ความไว้วางใจไม่ต่างจากที่เลือกส.ส.และส.จ.ของพรรค
‘เท้ง’ยันเอาแน่ฮั้วสว.เป็นขนวนการ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ระบุว่า คดีฮั้วส.ว. ไม่เกี่ยวกับฝ่ายรัฐบาล และหากพรรคประชาชนชนะเลือกตั้งคงไม่ตรวจสอบ ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่การพิสูจน์ทราบเพื่อสิ้นข้อสงสัย ตนเชื่อว่านายกฯอยู่การเมืองมานานรู้อยู่แล้วว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเพียงแค่การมีมูลอันควรเชื่อได้ว่า ก็สามารถนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ซึ่งเป็นกระบวนการปกติมากในสภาและในฐานะฝ่ายค้าน ผ่านการจัดเวทีเสวนาคดีฮั้วส.ว.จะเห็นว่า เรามีหลักฐานชี้ชัดว่า ขบวนการครั้งนี้มีการจัดตั้ง แลกเปลี่ยน รับผลประโยชน์แน่นอน ที่เรียกกันว่าขบวนการโกงส.ว.จากคำให้การของพยาน รวมถึงหลักฐานการจองโรงแรม เส้นทางการเงิน ก็ควรที่จะพาดพิงกลับไปยังพรรคการเมือง นักการเมืองที่สังกัดอยู่พรรคภูมิใจไทย ดังนั้นเรื่องนี้ปฏิเสธได้ยากที่จะใช้เทคนิคบังคับกฎหมาย เพื่อมาสกัดไม่ให้เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ลั่นรัฐบาลต้องพร้อมถูกตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าชนะเลือกตั้งจะไม่ตรวจสอบใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคประชาชน ทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ประเด็นการโกงส.ว.หลักฐานชัดมาก จึงไม่มีอะไรที่อยากเรียกร้องไปมากกว่าอยากให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเป็นนักการเมืองก็ควรถูกตรวจสอบได้จากสภาผู้แทนราษฎร
ยันการแนะนะตัวไม่ผิดระเบียบกกต.
เมื่อถามว่ามีประเด็นเรียกร้องให้ตรวจสอบส.ว.สีส้ม ด้วย จะตรวจสอบควบคู่กันหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เราตรวจสอบทุกคนอยู่แล้ว แต่ในกระบวนการเลือกส.ว.ระเบียบ กกต.ไม่ได้ห้ามเรื่องการแนะนำตัวผู้สมัครแต่ละคนได้ เป็นกระบวนการที่ควรเป็นด้วยซ้ำ เพราะแต่ละคนต่างที่มา ต่างกลุ่มอาชีพ การที่จะให้รู้จักกัน ที่จะตัดสินใจลงคะแนนก็จะยาก เพราะฉะนั้น กระบวนการแนะนำตัวไม่ได้ขัดต่อระเบียบ กกต.แต่สิ่งที่ทำให้ผิดคือการสัญญาว่าจะให้ เรื่องผลตอบแทนด้านการเงิน ตำแหน่งต่างๆ ที่เราเรียกว่ากระบวนการโกง ส.ว.ยืนยันว่า ตรวจสอบทุกคน เพียงแต่ว่าหลักฐานที่เรามี อิงไปถึงบุคคลที่อยู่ตามคำร้อง ที่ตอนนี้รอมติ กกต.วันที่ 31ส.ค.นี้
จับตามาตลอด-ไม่ใช่แตกคอน้ำเงิน
เมื่อถามว่าทำไมถึงมาตรวจสอบตอนนี้ เป็นเพราะแตกกับฝั่งสีน้ำเงินใช่หรือไม่ คลิปเสียงก็ออกมาตั้งแต่ช่วงนั้น แต่พรรคประชาชนก็เพิกเฉย บอกว่าให้เป็นการดำเนินการของ กกต.นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราตรวจสอบเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่หลักฐานอาจจะมีทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งหลักฐานที่ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดจากคนในขบวนการนี้ ที่ส่งข้อมูลหลักฐานมาให้ จึงขอตอบสั้นๆ ยืนยันว่าเราตรวจสอบเรื่องนี้มาโดยตลอดอยู่แล้ว ยิ่งหลักฐานที่เราได้มากขึ้นทุกวัน ก็จะเป็นสิ่งที่มัดตัวการกระทำผิดจากฝั่งรัฐบาล ที่เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยมีส่วนพัวพันกับขบวนการโกงเลือก ส.ว.จริงๆ
เมื่อถามว่าพอจะบอกได้หรือไม่ว่าคลิปเสียงที่อ้างถึงเบื้องบนล่าสุด หมายถึงใคร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรายืนยันคุ้มครองแหล่งที่มาของข้อมูลและเชื่อว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่เป็นคนเปิดเผยข้อมูลก็ไม่ให้ชื่อเหมือนกัน
อ้างคลิปเสียงชัดเจนเชื่อมโยงถึงใคร
เมื่อถามว่ามีดราม่า ที่มีนักวิชาการและนักวิเคราะห์ไม่เห็นด้วยกับกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องเชิงประชด ให้คนรักสถาบันอย่าอยู่นิ่งกับคลิปเสียง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้ามองในภาพกว้างจริง ประเทศไทยมีระบบการเมืองที่อนุญาตให้กลุ่มคนที่มีอำนาจใช้กระบวนการนิติสงครามทำลายล้างระบบการเมือง จึงเป็นที่มาที่รณรงค์ในอดีตและมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย แต่ขณะเดียวกัน คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เอามาเป็นประเด็นในการรณรงค์ แต่อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าแก้ไขระบบการเมืองของพรรคประชาชน เราก็ดำเนินการแก้ไขในส่วนอื่นๆ อยู่ ไม่ว่าจะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ไขให้องค์กรอิสระยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด และถ้าเห็นในคลิปเสียงว่ามีการพาดพิงถึงเบื้องบน จะเห็นบางกลุ่มบางก้อนการเมืองในอดีต หรือบรรดานักร้อง ก็จะร้องทำลายล้างมายังพรรคประชาชนมาโดยตลอด ซึ่งกรณีนี้ในคลิปเสียงก็มีหลักฐานค่อนข้างชัด จึงอยากให้ประชาชนลองดูว่ากลุ่มก้อนทางการเมืองเหล่านั้น นักร้องต่างๆ เหล่านั้น จะเอาประเด็นนี้ในการเขียนคำร้อง ร้องคนที่อยู่ในกลุ่มก้อนการเมืองฝั่งเดียวกับตนเองหรือไม่ การร้องในส่วนนี้เป็นประเด็นต่างๆ ที่ชี้ให้เห็นชัดที่สุดว่าสิ่งที่ตนพูดมาทั้งหมดในภาพใหญ่ว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในระบบการเมืองที่เปิดโอกาสให้คนมีอำนาจใช้กระบวนการนิติสงครามในการทำลายล้างทางการเมืองมากกว่าการปกป้องคุ้มครองสถาบันที่เป็นที่รักของพวกเราทุกคน
ต้องดำเนินการมาตรฐานเดียวกัน
เมื่อถามว่าแสดงว่าพรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการยื่นคำร้องคดีตาม ม. 112 ด้วยใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ แต่พูดให้เห็นเส้นมาตรฐาน และให้ประชาชนเป็นคนตัดสินเองว่าการดำเนินการในการตัดสินใจ การดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ถ้าปิดหน้าปิดชื่อ ไม่ได้ดูว่ามาจากกลุ่มก้อนการเมืองไหน สังกัดพรรคการเมืองไหน หรือเป็นพรรคพวกใคร มีการดำเนินการแบบเดียวกันหรือไม่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการร้องหรือไม่ร้องใครในเรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน อาจจะเป็นการเลือกปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโจมตีทางการเมืองเท่านั้น
‘เสริพิศุทธ์’ขึ้นศาลบุรีรัมย์คดี‘เนวิน’ฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน เวลา 08.40 น.พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมคณะและทีมทนายความ ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เพื่อมาขึ้นศาลไต่สวนในคดีที่นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และแจ้งความเท็จ กรณีกล่าวหาครอบครองที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ที่ดินเขากระโดง โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เดินทางมาด้วยรถยนต์ตู้ ยี่ห้อ อัลฟาด สีดำ ทะเบียน ฉพ 777 กรุงเทพมหานคร ขับมาจอดที่หน้าบริเวณหน้าศาลขังหวัดบุรีรัมย์
จากนั้นในเวลา 09.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และคณะได้เดินขึ้นศาลเพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในคดีที่นายเนวิน ชิดชอบ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สำหรับการดำเนินการในวันนี้ เป็นกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของศาล โดยศาลจังหวัดบุรีรัมย์กำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องตามที่ได้มีการนัดหมายไว้ ซึ่งการไต่สวนมูลฟ้องเป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม
จากนั้นเวลา 12.40น.พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เดินลงมาจากศาลจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีผู้สนับสนุน แฟนคลับมาร่วมให้กำลังใจอยู่หน้าบริเวณหน้าศาลจังหวัดบุรีรัมย์เป็นจำนวนมาก รวมถึงได้มีประชาชน และอดีตข้าราชการ ที่อ้างว่า ตนไม่ได้รับความเป็นธรรมในกรณีเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องที่ดิน และเรื่องสหกรณ์ออมทรัพย์ครูบุรีรัมย์ มายื่นหนังสือข้อร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในครั้งนี้ด้วย ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้รับหนังสือข้อร้องเรียนดังกล่าวไว้ เพื่อนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง
แนะ‘เนวิน’ยอมคืนที่ดินแต่โดยดี
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ความจริงแล้ว ในวันนี้ตนเองไม่จำเป็นต้องมาศาลหรอก เพราะเป็นเรื่องของศาลกับฝ่ายโจทย์ เพียงแต่ฝ่ายของตนจะต้องตั้งทนายมาซักค้านเท่านั้น แต่ตนมีคามตั้งใจที่จะมาพบตัวนายเนวินด้วยตนเอง และอยากจะสอบถามกับตัวของนายเนวินโดยตรงว่าเมื่อศาลมีคำพิพากษาไปหมดแล้ว ทำไมถึงยังไม่ยอมคืน และยังจะดื้อรั้นไปทำไม เพราะตนเห็นอย่างกรณีคดีที่เกี่ยวข้องกับที่ดินแพ้ทุกคดี แม้กระทั่งฝ่ายจำเลยที่ถูกการรถไฟฟ้องว่าไปบุกรุกที่ดินของการรถไฟ ก็ยังแพ้
กรณีของนายเนวิน มันมีความชัดเจนไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกที่ลำรางสาธารณะ คู คลอง มันเห็นตำตา เพราะว่าถ้าเผื่อยังขืนดื้อดันต่อไป รับรองได้ว่า เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล ยืนยันว่ายังไงก็ติดคุก แต่ถ้าเผื่อยอมคืนตั้งแต่ตอนนี้ ตนก็อาจจะจบเรื่องลงตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้ และขอให้คืนซ่ะ
มั่นใจสู้ยังไงก็ไม่ชนะตนอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การฟ้องในลักษณะดังกล่าวมองว่าเป็นการตั้งใจฟ้องเพื่อปิดปากหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า มันแน่อยู่แล้วเพราะต้องการฟ้องไม่ให้ตนเองพูดต่อไป หยุดวิพากษ์วิจารณ์ แต่คนอย่างตนเองผ่าคดีฟ้องหมิ่นประมาทมาเป็นร้อยคดีไม่ต่ำกว่า 300 คดี และไม่เคยแพ้เลยสักคดีเดียว
ถามต่อว่า ครั้งนี้อยากฝากอะไรถึงคุณเนวิน พล.ตงอ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ก็อยากจะฝากว่าสู้กับตนในเรื่องนี้ยังไงก็ไม่ชนะตนเองอยู่แล้ว ยอมคืนที่ดินซ่ะดีกว่า เพราะถ้ายอมคืนแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าเขาเคารพกฎหมาย เราจะไปทำทำไมเพราะว่าที่จริงแล้วก็ไม่ได้มีสาเหตุโกรธเคืองกัน ซึ่งเขาอาจจะคิดว่าตนเองมีความโกรธเคืองเขาก็เรื่องของเขาแต่ตนเองไม่คิดเพราะต้องเข้าใจว่าเมื่อปี พ.ศ.2538 ตนเองเคยจับกุมหัวคะแนนของนายเนวิน คดีจ่ายเงินซื้อเสียงตอนนั้นจับกุมได้เงินสด 11 ล้านบาท หัวคะแนนคนนั้นก็ถูกดำเนินคดีให้จำคุก แต่ทางนั้นก็มาฟ้องกลับตน ตนเองก็ฟ้องกลับคืนว่าฟ้องเท็จ ก็โดนศาลสั่งจำคุกอีก ซึ่งเขาเองน่าจะเป็นฝ่ายที่โกรธตนเอง แต่ตนไม่เคยคิดที่จะโกรธเขาเลย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

