ไล่‘โรม’พ้นห้องประชุม สภาฯเดือด ถกปมร้อนสินบน40ล. เท้งยุยื่นศาลฯล้มฮั้วสว.

ไล่‘โรม’พ้นห้องประชุม
สภาฯเดือด
ถกปมร้อนสินบน40ล.
เท้งยุยื่นศาลฯล้มฮั้วสว.
กระทู้ “สินบน 40 ล้าน” เดือด ลามกระทบหนักกลางสภาฯ “รองปธ.ฯคนที่ 1” ถึงขั้นตะเพิด “โรม” ออกนอกห้องประชุม หลังพาดพิง “สุชาดา”ยื้อถอนคำพูดปมโพล่ง “สามี”เอี่ยวสีเทาข้ามชาติ ด้าน “สส.สาวชัยภูมิ”จวกกล่าวหาเลื่อนลอย ท้าเปิดหลักฐาน ปัญหาบานปลายจนขู่นับองค์ประชุมก่อนคลื่นลมสงบ ‘เท้ง’ ชี้ช่องทางยื่นร้อง “ศาล รธน.”ในคดี “ฮั้ว สว.”ผ่าน “ผู้ตรวจการแผ่นดิน”ต้องเป็นผู้ถูกละเมิดสิทธิโดยตรง ย้ำ “พรรคส้ม”ไม่เคยเกี่ยวข้อง เผยยังไม่ได้รับแจ้งข้อกล่าวหาหลัง กกต.เร่งรัดอีก 3 สำนวน
เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งถามนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อขอทราบรายละเอียดและความคืบหน้ากรณีมีผู้เสนอสินบนให้แก่รัฐมนตรีเป็นเงินจำนวน40ล้านบาท โดยนายไชยชนก มาชี้แจงกระทู้ของนายรังสิมันต์ ด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ เมื่อนายรังสิมันต์ ถามกระทู้ และนายไชยชนก ขึ้นชี้แจง มาระยะหนึ่ง นายรังสิมันต์ ได้กล่าวช่วงหนึ่งพาดพิงไปยัง สส.หญิงชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ว่ามีสามีเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ อาชญากรรมระหว่างประเทศทำให้น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ตนเป็นสส.หญิงคนเดียว ของพรรคภูมิใจไทยในจ.ชัยภูมิ ถูกพาดพิงทำให้เสียหาย จะพูดเลื่อนลอยไม่ได้ ต้องมีหลักฐาน คำพูดนั้นทำให้ตนเสียหาย ตนขอให้นายรังสิมันต์ถอนคำพูด เพราะกระทบโดยตรง อย่าใช้แต่อารมณ์ เพื่อปลุกปั่น ต้องถอนหากเป็นลูกผู้ชาย
ทำให้นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องหลักฐานไม่ช้า แต่น.ส.สุชาดา พูดแทรก โดยย้ำให้ถอนคำพูด เพราะเสียหาย น.ส.มัลลิกา จึงวินิจฉัยให้ ถอนคำพูด เนื่องจากกระทบพาดพิงให้บุคคลอื่นและสส.เสียหาย ทำให้นายรังสิมันต์ โต้แย้งว่า “ต้องยกข้อบังคับมาคุยกัน จะให้ผมเปิดพยานหลักฐานในวาระตั้งกระทู้ถามนายไชยชนกไม่ได้” ทำให้น.ส.สุชาดา ลุกประท้วงโดยย้ำว่าเป็นการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน ทำให้นายรังสิมันต์ สวนทันทีว่า “หลักฐานมาแน่ ส่วนที่จะถอนหรือไม่ถอน ไม่ใช่ความแมน หรือ ลูกผู้ชาย หรือ ลูกผู้หญิงเพราะเท่าเทียมกัน”ทำให้บรรยากาศในที่ประชุมเริ่มมีการประท้วงกันวุ่นวาย
โดย นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ประท้วงโดยยกข้อบังคับว่าสิ่งที่นายรังสิมันต์พูด คือการพาดพิงให้เสียหายจริง ดังนั้นขอให้ถอนคำพูดก่อน ส่วนกรณีที่มีพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการ เพราะนายรังสิมันต์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ควรใช้ช่องทางดังกล่าว
อย่างไรก็ดีนายรังสิมันต์ พยายามชี้แจงในเหตุผล แต่ไม่ถอนคำพูดทำให้น.ส.มัลลิกา บอกว่า “หากไม่ถอน กรุณาออกไปข้างนอกห้อง” ทำให้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “น้อมรับปฏิบัติ” ก่อนจะเดินออกนอกห้องประชุมทำให้นายกรวีร์ ลุกประท้วงต่อว่าขอให้รับผิดชอบต่อคำพูด หากพูดไม่จริง ถือว่าทำผิดกฎหมายกลางสภา
อย่างไรก็ดีสถานการณ์เริ่มบานปลายหลังจากที่ มีสส.พรรคภูมิใจไทย ประท้วงการกระทำของนายรังสิมันต์ ว่า ไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ขณะที่สส.พรรคประชาชน ลุกประท้วงการพาดพิงของพรรคภูมิใจไทย จากนั้น นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอให้นับองค์ประชุม ทำให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ทักท้วงว่า วันนี้มีรัฐมนตรีมาตอบทุกกระทู้ของสภาฯ แต่หากเกมสภาฯเดินไม่ได้ ไม่ควรใช้วิธีวอ์กเอาท์ ทำให้นายณัฐวุฒิยืนยันให้นับองค์ประชุม
ทั้งนี้ น.ส.มัลลิกา อ่านข้อบังคับว่า ระหว่างการประชุมสภาฯ ช่วงกระทู้ จะใช้องค์ประชุม 1 ใน 5 หรือ 100 คนเท่านั้น ทำให้นายณัฐวุฒิลุกขอถอนญัตติ เพื่อให้การประชุมเดินหน้า และยุติการประท้วงที่กระทบกับพรรคประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อประเด็นดังกล่าวเริ่มคลี่คลาย พบว่านายรังสิมันต์ เดินกลับเข้ามายังห้องประชุม น.ส.มัลลิกา จึงถามนายรังสิมันต์ว่ากลับมาทำไม แต่ไม่มีคำตอบ นายรังสิมันต์จึงเดินออกนอกห้องประชุมอีกครั้ง ทั้งนี้น.ส.มัลลิกา ได้กำชับให้ตำรวจรัฐสภาควบคุมทุกประตูเพื่อไม่ให้นายรังสิมันต์เข้ามายังภายในห้องประชุมอีกในวันนี้
เมื่อเวลา13.30น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีนายจรัญภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสนอแนวทางยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยว่า กระบวนการเลือกสว. เมื่อปี 2567 เป็นโมฆะว่า ช่องทางดังกล่าวเป็นกระบวนการร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินในฐานะประชาชนผู้ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่น กรณีคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส. มาเทียบเคียง เห็นได้ชัดว่าเป็น การกระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชนเพราะทำให้การเลือกตั้งอาจจะไม่เป็นไปโดยลับ ซึ่งถูกรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในกรณีการเลือก สว. จะใช้แนวทางนี้ได้หรือไม่นั้น ตนมองว่าก็อาจจะทำได้ เพียงแต่ใครเป็นผู้ได้รับผลกระทบหรือถูกละเมิดสิทธิโดยตรง ต้องพิจารณาให้ดี ซึ่งในส่วนของตนหรือพรรคประชาชนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการเลือก สว. ไม่ใช่ผู้สมัคร หรือ สว.ในบัญชีรายชื่อสำรอง ก็ค่อนข้างชัดเจนว่า คงจะไม่สามารถใช้สิทธินี้ในการร้องเรียนได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ไม่ว่าจะเป็นช่องทางใดที่กฎหมายเปิดช่องไว้ อยากจะให้ทุกส่วนได้ดำเนินการเต็มที่ เพราะกระบวนการโกงเลือก สว. ที่เกิดขึ้นทำให้ กลไกในการถ่วงดุลตรวจสอบ ในประเทศบิดเบี้ยวทั้งหมด ทำให้ประเทศไม่มีความเป็นนิติรัฐนิติธรรม ทางออกทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือทำให้กลไกถ่วงดุลตรวจสอบทำงานได้ดีขึ้น ต้องเริ่มจากการแก้ไขกระบวนการเลือก สว. ให้ถูกต้องก่อน ก็อยากให้ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิ์ดำเนินการอย่างเต็มที่
เมื่อถามถึง กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมเร่งรัดสำนวนในคดีฮั้วเลือก สว. อีก 3 สำนวน ซึ่งอาจเกี่ยวโยงกับพรรคประชาชนด้วยนั้น ได้มีการรับแจ้งข้อกล่าวหาแล้วหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่ได้รับทราบรายละเอียด แต่ยืนยันในความบริสุทธิ์ว่า ตนและพรรคประชาชนไม่เคยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการเลือก สว. อยู่แล้ว ซึ่งแล้วแต่ทางหน่วยงานจะดำเนินการ ย้ำว่าเราพร้อมจะชี้แจงข้อเท็จจริงทุกอย่าง
ทางด้าน น.ส.บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลภายในเดือนตุลาคมนี้ว่า ไม่แปลกใจ และรัฐบาลไม่ได้เตรียมการอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากขณะนี้ได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาวิกฤตน้ำท่วมในหลายจังหวัดเป็นหลัก ทั้งนี้ หากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายหรือนำประเด็นน้ำท่วมขึ้นมาอภิปราย ก็พร้อมชี้แจงและมั่นใจว่าจะตอบคำถามได้ในทุกประเด็น
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี นายณัฐพงษ์ นำฝ่ายค้าน โพสต์ภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ตรวจโรงครัวพรรคภูมิใจไทย พร้อมเรียกร้องให้เข้ามาร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับฟังปัญหาน้ำท่วม นางสาวบุณย์ธิดา กล่าวว่า ในการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา มีรัฐมนตรีเข้าร่วมหลายท่าน อาทิ ตนเอง, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
“ ทุกคนต่างมีหลายหน้าที่ต้องรับผิดชอบ และการรับฟังปัญหาไม่จำเป็นต้องเป็นนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว เพราะมีการรวบรวมข้อมูลและสิ่งที่ สส. อภิปรายส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรีตลอดเวลา เพื่อนำไปเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับงานในสภาผู้แทนราษฎรอย่างแน่นอน” โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวย้ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

