"ธีรวัฒน์" ฟาดดรามา "แก้มลิงคู้บอน" ! ยันซื้อปี 52 ถือแค่ 20 จาก 130 ไร่ ชี้รัฐทำบึงต่อได้ จวกงบเวนคืน 200 ล้านห่างไกลราคาตลาด

"ธีรวัฒน์" บอสใหญ่เสนาฯ แจงยิบ ปัด "ชัชชาติ" เอื้อประโยชน์ที่ดินบึงคู้บอน ย้ำซื้อปี 52 มีแค่ 20 ไร่ ซัดงบเวนคืน 200 ล้านสุดห่างไกลราคาตลาด ชี้กม.ภาษีที่ดินบีบให้ต้องลุยสร้างโครงการ พร้อมเปิดใจเส้นทางบุญอุทิศกำไร 300 ล้านช่วย รพ.
กรณีถูกพาดพิงว่ามีส่วนเชื่อมโยงทางการเมืองกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในโครงการก่อสร้างบึงรับน้ำคู้บอน ล่าสุดวันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์ ผู้บริหารบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ออกมาเปิดใจชี้แจงอย่างละเอียดทุกประเด็นกับแนวหน้าออนไลน์ โดยยืนยันว่าซื้อที่ดินมากว่า 17 ปีแล้ว และมีพื้นที่เพียง 20 ไร่จาก 130 ไร่ พร้อมแจงเหตุผลที่ต้องเดินหน้าโครงการเพราะแรงบีบจากกฎหมายภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า วอนสังคมเข้าใจข้อเท็จจริง และอย่าดึงตนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
ความจริงเรื่องที่ดิน 20 ไร่ในบึงคู้บอน
นายธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์ ได้อธิบายถึงกรณีที่ดินบริเวณบึงคู้บอนว่า ข่าวที่ออกมาทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าบริษัทครอบครองที่ดินทั้ง 130 ไร่ แต่ข้อเท็จจริงคือ ทางบริษัทมีที่ดินโฉนดสีฟ้าในบริเวณที่ทับซ้อนกับโครงการบึงรับน้ำเพียง 20 ไร่เท่านั้น โดยที่ดินแปลงดังกล่าว บริษัทได้ซื้อมาตั้งแต่ปี 2552 หรือเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ซึ่งซื้อมาก่อนที่จะมีการผลักดันโครงการบึงรับน้ำ
"ผมมี 20 ไร่ แต่ว่าในโครงการที่จะทำบึงรับน้ำ 130 ไร่ ที่ไปกินอยู่ในที่ของเขา ข่าวที่ออกมาผมก็เฉยๆ แต่เผอิญไปมองว่าคุณชัชชาติมาเอื้อผม มันไปกันคนละเรื่อง ซึ่งไม่แฟร์กับผม เราเป็นมืออาชีพทำงาน ไม่ควรโดนจู่โจมแบบนี้" นายธีรวัฒน์ กล่าว พร้อมเสริมว่า หากโครงการราชการจะเดินหน้าต่อโดยหักพื้นที่ 20 ไร่ของตนออกไป เหลือ 110 ไร่ ก็ยังสามารถทำเป็นบึงรับน้ำได้ตามปกติ โดยพื้นที่ 110 ไร่ที่เหลือนั้นปัจจุบันยังเป็นทุ่งนาที่ไม่ได้มีการพัฒนาใดๆ และที่ดินบริเวณโดยรอบถูกล้อมรอบด้วยโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทอื่นๆ เช่น ปัญญา และ พฤกษา ไปหมดแล้ว

ไขข้อข้องใจ ทำไมต้องขึ้นคลับเฮ้าส์และบ้านตัวอย่าง
สำหรับข้อสงสัยที่ว่า เหตุใดจึงมีการเข้าไปถมดิน ตัดถนน ทำรั้ว สร้างซุ้ม คลับเฮ้าส์ และบ้านตัวอย่าง 7 หลัง ในพื้นที่ 20 ไร่ดังกล่าว นายธีรวัฒน์ ชี้แจงว่า สาเหตุหลักมาจากพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยอธิบายไทม์ไลน์ว่า โครงการบึงรับน้ำเริ่มพูดถึงหลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จากนั้นมีการทำประชาพิจารณ์ในปี 2560 โดยทางบริษัทได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมสังเกตการณ์แต่ไม่ได้แสดงความเห็นคัดค้านใดๆ เพื่อดูเสียงส่วนใหญ่
ต่อมาเมื่อกฎหมายภาษีที่ดินเริ่มตั้งเค้าในปี 2561 บริษัทจึงได้ยื่นขอจัดสรรที่ดินในปี 2562 และได้รับมติจัดสรรในปี 2562 เพื่อรักษาสิทธิ์คุ้มครอง 3 ปี ในปี 2563 มีการปักป้ายประชาสัมพันธ์โครงการเวนคืน แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ จากฝั่งราชการ จนกระทั่งปี 2564 กฎหมายภาษีที่ดินเริ่มบังคับใช้ หากไม่ทำอะไรจะโดนเก็บภาษีที่ดินรกร้าง 0.3% บริษัทจึงยื่นจัดสรรอีกครั้งในปี 2564 เพื่อคุ้มครองสิทธิ์ต่ออีก 3 ปี
"มาถึงปี 2567 สิทธิ์ผมหมดไปแล้ว เพราะภาษีเค้าไม่ให้ต่อ คุณก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ผมรอไม่ได้แล้ว ปี 2568-2569 ผมต้องพัฒนา ไม่พัฒนาผมเสียภาษีที่รกร้าง 0.3% ถ้าผมทำเนี่ยเสียจุดศูนย์หนึ่ง (0.01%) ผมต้องดูแลผู้ถือหุ้นผม ถือมา 17 ปี จะไม่ให้ผมทำได้ไง ทำมาบอกว่าเอื้อผม ผมไม่รู้เอื้อผมตรงไหน" นายธีรวัฒน์ระบุ
พร้อมยอมรับว่าข่าวที่ออกมาทำให้บริษัทได้รับความเสียหายอย่างหนัก ลูกค้าไม่กล้าซื้อเพราะกลัวถูกเวนคืน เรื่องโครงการไม่เป็นไร แต่เรื่องชื่อเสียงล่ะทำยังไง
ปัด "ชัชชาติ" เอื้อประโยชน์ และกรณี "ดร.ยุ้ย"
ประเด็นที่มีการโยงความสัมพันธ์ระหว่าง ดร.ยุ้ย (ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์) ลูกสาวของตน กับผู้ว่าฯ ชัชชาติ นั้น นายธีรวัฒน์ ยืนยันว่าไม่มีการเอื้อผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น โดยเล่าว่า ทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่สมัยเป็นอาจารย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในช่วงแรกคุณชัชชาติได้ชวน ดร.ยุ้ย ไปช่วยงานเป็นทีมที่ปรึกษา เพราะเห็นว่าสื่อสารการตลาดเก่ง แต่ตนเป็นคนเรียกตัวลูกสาวกลับมาเองหลังจากไปช่วยงานได้เพียง 2 ปี เนื่องจากตนอายุ 70 กว่าปีแล้ว และแบกรับภาระธุรกิจเพียงลำพังไม่ไหว
นายธีรวัฒน์ ได้เน้นย้ำถึงประเด็นนี้ว่า "ก็ถ้าเอื้อผม ทำไมผมไม่ซื้อทั้ง 130 ไร่ ไปซื้อแค่ 20 ไร่ แถวนี้ผมจะมีซื้อนะ อย่าเอามาพัวพันใน 130 ไร่ ซึ่งมันเกิน 130 ไร่ไป แล้วแถวนี้เป็นเมือง ผมลงทุนไปเยอะแล้ว เพราะด้านหน้า ไอ้ปีที่ว่าไปซื้อปี 52 เนี่ย นอกจาก 20 ไร่นี้แล้ว เนี่ย ข้างข้างโซนนู้นที่ไม่ได้เกี่ยว 130 เนี่ย ได้ซื้อสะสมเข้าแลนด์แบงค์ ซื้อไปพัฒนาไป ค่อยๆ ขึ้นไป ค่อยๆ ขายแล้วก็ซื้อสร้างไปเรื่อยๆ แต่แปลงนี้เราเว้นไว้ยังไม่ได้ทำไร"
ชี้งบเวนคืน 200 กว่าล้านเป็นไปไม่ได้ และวิกฤตดินสไลด์
นายธีรวัฒน์ ยังได้ให้มุมมองในฐานะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่อโครงการเวนคืนว่า ตัวเลขงบประมาณเวนคืน 200 กว่าล้านบาทสำหรับพื้นที่ 130 ไร่นั้น "ไม่มีทางได้" เนื่องจากราคาประเมินกับราคาตลาดแตกต่างกันมาก ปัจจุบันที่ดินละแวกนั้นมีการซื้อขายกันในราคา 40,000 - 50,000 บาทต่อตารางวา หากรัฐจะจ่ายเพียง 5,000 บาทต่อตารางวา ประชาชนย่อมไม่ยอม โดยยกตัวอย่างตนเองที่เคยถูกเวนคืนที่ดินด้านหลังโครงการเพื่อสร้างถนนกาญจนาภิเษก และต่อสู้จนศาลสั่งจ่ายตามราคาตลาดที่ 70,000 บาทต่อตารางวา เพราะเป็นโฉนดแปลงเดียวกันกับด้านหน้า
นอกจากนี้ ในแง่วิศวกรรม หากมีการขุดบึงรับน้ำความจุ 800,000 ลูกบาศก์เมตร ในย่านชุมชน จะต้องขุดลึกลงไป 5-6 เมตร และต้องมีระยะร่นอย่างน้อย 15 เมตร "เวลาฝนตกน้ำเต็มปริ่ม ถ้าคุณปล่อยน้ำลงปุ๊บ พันน้ำออก ที่ดินด้านข้างสไลด์ลงทันทีเลย บ้านแถวนี้ไปหมดเลย มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะถ้าทำในชุมชน" นายธีรวัฒน์เตือนถึงผลกระทบ
ฝากความในใจถึงครอบครัว "อรรถวิชช์"
นายธีรวัฒน์ ได้กล่าวพาดพิงถึงกรณีที่ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ออกมาให้ข่าวโจมตีว่า ตนมีความสนิทสนมกับครอบครัวของนายอรรถวิชช์เป็นอย่างดี พ่อของนายอรรถวิชช์เรียน วปอ. รุ่นเดียวกัน ส่วนแม่ก็เป็นผู้จัดการธนาคารที่ตนเคยไปใช้งาน ตนจึงไม่ได้โทรศัพท์ไปเคลียร์เป็นการส่วนตัว เพราะมองว่าเรื่องระดับนี้ ครอบครัวของผู้พูดก็ต้องทราบเรื่อง
"ผมถือว่าเรื่องนี้ครอบครัวเค้าต้องรู้ ฉะนั้นผมไม่โกรธ ถ้ามาเล่นผมขนาดนี้นะ จะบอกผู้ใหญ่เค้าไม่รู้ได้ไง ผมก็ไม่เป็นไร.. คุณจะเวนคืนก็เวนดิ คุณจ่ายค่าทรัพย์สินผมในราคาตลาดได้ก็เวน ผมไม่ได้ว่าอะไร แต่ประเด็นคือว่าไอ้ 110 ไร่เนี่ย เป็นที่นา ทำไมไม่ไปทำ " นายธีรวัฒน์ ระบุ
บริจาคกำไรให้โรงพยาบาลกว่า 300 ล้าน
ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ นายธีรวัฒน์ ได้เปิดเผยถึงปณิธานในการตอบแทนสังคม ซึ่งเกิดจากการที่ตนเคยป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะที่ 4 ในปี 2546 และรอดชีวิตมาได้ จึงได้เห็นความยากไร้ของผู้คนในโรงพยาบาล ตนจึงมีแนวคิดทำธุรกิจเพื่อสังคม โดยการนำที่ดินส่วนตัวมาค้ำประกันเงินกู้เพื่อสร้างโครงการ หักเฉพาะต้นทุน ดอกเบี้ย และเงินเดือนพนักงานคืน แล้วนำ "กำไรทั้งหมด" ยกให้โรงพยาบาลโดยไม่หักค่าใช้จ่าย
จนถึงปัจจุบัน ตนได้บริจาคไปแล้วเกือบ 300 ล้านบาท ผ่านโครงการต่างๆ ได้แก่
- โครงการที่ 1: รพ.ศิริราช (45 ล้านบาท)
- โครงการที่ 2: รพ.ตำรวจ (40 กว่าล้านบาท)
- โครงการที่ 3: รพ.รามาธิบดี (70 ล้านบาท)
- โครงการที่ 4: รพ.ธรรมศาสตร์ (ช่วงโควิดระบาด บริจาคทำห้องฉุกเฉิน 20 ล้านบาท รวมโครงการประมาณ 40 ล้านบาท)
- โครงการที่ 5: เตรียมดำเนินการเพื่อ รพ.ลาดกระบัง โดยประมูลซื้อที่ดินตรงข้ามโรงพยาบาลมาในราคากว่า 100 ล้านบาท คาดว่าจะบริจาคกำไรประมาณ 70 ล้านบาท
- โครงการที่ 6: เตรียมดำเนินการให้กับ รพ.วชิรพยาบาล
นอกจากนี้ ตนยังเคยนำที่ดิน 20 ไร่ ตรงข้ามโรงพยาบาลสินแพทย์ ถนนรามอินทรา มาทำเป็นสวนสาธารณะและลู่วิ่งให้ชาวรามอินทราได้ใช้ออกกำลังกายฟรีก่อนที่จะมีการพัฒนาโครงการ (ตามแนวคิดของ ดร.ยุ้ย) และยังได้ตั้งมูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ มากว่า 20 ปี ให้ที่พักพิง อาหาร และสอนหลักสูตรคอมพิวเตอร์ 6 เดือน ฟรีทั้งหมด (ต้นทุน 25,000 บาท/คน) ซึ่งปัจจุบันผลิตลูกศิษย์ไปแล้วกว่า 1,800 คน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

