DPU ร่วมกับ InMode Thailand จัดงานแถลงข่าว Thailand: The Next Medical Aesthetics Hub of Asia

DPU ร่วมกับ InMode Thailand จัดงานแถลงข่าว “Thailand: The Next Medical Aesthetics Hub of Asia” ชูศักยภาพ-บทบาทวิชาการ ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการแพทย์ความงามและ Longevity แห่งเอเชีย
วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับบริษัท อินโหมด (ไทยแลนด์) จำกัด จัดงาน “Thailand: The Next Medical Aesthetics Hub of Asia” พร้อมเสวนาพิเศษเปิดมุมมองศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมความงามทางการแพทย์แห่งเอเชียแปซิฟิก เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมสัจจา เกตุทัต อาคารสำนักอธิการบดี โดยมี ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาธุรกิจ DPU พร้อมด้วย ผศ.ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ DPU และนางสาวพชร บุญเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโหมด (ไทยแลนด์) จำกัด เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ การพัฒนาบุคลากร และโอกาสของประเทศไทยในอุตสาหกรรมเวชศาสตร์ความงาม
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนงาน “InMode Global Summit 2026” เวทีระดับเอเชียแปซิฟิกสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และนวัตกรรมด้านความงามและการแพทย์ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–7 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค โดยคาดว่าจะมีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 700 คน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี แนวทางการรักษา และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ
ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาธุรกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Medical Aesthetics และ Longevity ของภูมิภาค จากความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ ความเชี่ยวชาญของบุคลากร และโอกาสทางธุรกิจ แต่การขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมจำเป็นต้องอาศัยการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยง 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ Education, Medical Expertise, Innovation และ Business Development เพื่อให้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และการพัฒนาธุรกิจทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ให้ความสำคัญกับการเชื่อมองค์ความรู้จากภาคการศึกษากับเทคโนโลยีและประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนางานวิจัย บุคลากร และโอกาสทางธุรกิจ ความร่วมมือกับ InMode จึงเป็นอีกแนวทางในการเชื่อมการศึกษากับอุตสาหกรรมการแพทย์และความงามที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ทั้งด้านการใช้เทคโนโลยี หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย มาตรฐานวิชาชีพ และการนำองค์ความรู้ไปสร้างคุณค่าในทางปฏิบัติ
“เป้าหมายคือการพัฒนาศักยภาพของประเทศไทยให้สามารถสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และบริการที่แข่งขันได้ในระดับนานาชาติ หากมหาวิทยาลัย บุคลากรทางการแพทย์ และภาคธุรกิจร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศนี้อย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยมีโอกาสยกระดับบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Medical Aesthetics และ Longevity ของภูมิภาค จาก Technology สู่ Opportunity จาก Knowledge สู่ Business และจาก Partnership สู่การสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมของประเทศ” ดร.พีระยุทธ กล่าว
ไฮไลต์สำคัญของงานคือการบรรยายพิเศษโดย ผศ.ดร.นพ. มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในหัวข้อ “แนวโน้มและอนาคตของ Longevity” โดยชี้ว่าการแพทย์กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจากการ “รักษาโรค” ไปสู่การ “ชะลอความชราอย่างวัดผลได้” พร้อมนำเสนอ The VITAL Shift กรอบแนวคิด 5 เทรนด์สำคัญ ได้แก่ V – Visible Aging ผิวหนังคือนาฬิกาชีวภาพที่มองเห็นได้ I – Inflammaging การอักเสบเรื้อรังจากผิวที่ส่งผลต่อความชราของทั้งร่างกาย T – Tracking การวัดอายุชีวภาพและเทคโนโลยีเพื่อการดูแลเฉพาะบุคคล A – Ageing Society การทำให้ Longevity เข้าถึงคนจำนวนมากในสังคมสูงวัย และ L – Life-stage Regeneration การฟื้นฟูที่เหมาะกับแต่ละช่วงชีวิต ซึ่งสะท้อนว่าเวชศาสตร์ความงามกำลังหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูอย่างแท้จริง
ผศ.ดร.นพ. มาศ ยังกล่าวว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งด้านบริการทางการแพทย์ เวลเนส และการบริการที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ แต่การจะเป็นศูนย์กลางที่ยั่งยืนได้นั้น ต้องแข่งขันด้วย “หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ มาตรฐานความปลอดภัย และกำลังคนที่มีคุณภาพ” มากกว่าการแข่งขันด้านราคา พร้อมย้ำแนวคิด “จาก Anti-Aging สู่ Pro-Vitality” คือการฟื้นพลังชีวิตในทุกช่วงวัยบนพื้นฐานของหลักฐานและความรับผิดชอบต่อผู้รับบริการ
ต่อมาเป็นช่วงเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่าง นางสาวพชร บุญเกียรติ, ผศ.ดร.นพ. มาศ ไม้ประเสริฐ และ ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ในประเด็นความพร้อมของประเทศไทยบนเวทีโลก บทบาทของความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน และทิศทางการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ด้าน Anti-Aging, Regenerative และ Aesthetic Medicine ก่อนปิดท้ายด้วยช่วงถาม–ตอบกับสื่อมวลชน
ด้านนางสาวพชร บุญเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโหมด (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า InMode เป็นบริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมด้าน Energy-Based Medicine ครอบคลุมทั้งการฟื้นฟูคุณภาพผิว การปรับรูปร่าง การรักษาด้วยคลื่นวิทยุ (RF) และการดูแลสุขภาพเฉพาะทาง โดยมีเทคโนโลยีสำคัญ อาทิ Morpheus8 Burst เทคโนโลยี RF Microneedling รุ่นใหม่, QuantumRF สำหรับการรักษาและปรับโครงสร้างเนื้อเยื่อภายใต้ผิวหนัง รวมถึง OptimasMAX และ EmpowerRF ทิศทางของบริษัทจึงขยายจากการดูแลด้านความงามไปสู่การดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่เชื่อมโยงกับแนวคิด Healthy Aging โดยให้ความสำคัญกับหลักฐานทางคลินิก ความปลอดภัย และการใช้งานโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ
นางสาวพชร กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมความงามทางการแพทย์ของภูมิภาค จากความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ มาตรฐานการให้บริการ วัฒนธรรมการต้อนรับ รวมถึงความพร้อมของอุตสาหกรรมสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งโรงพยาบาล คลินิก สปา และเวลเนส โดยมองว่าไทยมีโอกาสต่อยอดจากการเป็นจุดหมายปลายทางด้านความงาม ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การฝึกอบรม และความร่วมมือด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ในภูมิภาคเอเชีย
“การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับศักยภาพของบุคลากร ทั้งแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและเวลเนสตามขอบเขตวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ให้บริการมีความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยยกระดับทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของผู้รับบริการ” นางสาวพชร กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ด้านสถานที่สำหรับจัดเวิร์กช็อปและการฝึกอบรม พร้อมมีแนวคิดต่อยอดความร่วมมือไปสู่การพัฒนาหลักสูตร และศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง InMode Training Academy ในอนาคต เพื่อสร้างระบบการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและมาตรฐานการบริการของอุตสาหกรรมเวชศาสตร์ความงาม
ทั้งนี้ วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้าน Anti-Aging and Regenerative Science และ Aesthetic Medicine โดยมุ่งเป็นพื้นที่กลางทางวิชาการในการผลิตแพทย์และนักวิจัย สร้างองค์ความรู้ที่อิงหลักฐาน และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ความงามและ Longevity แห่งเอเชีย
ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/college-of-integrative-medicine
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





