ว่าด้วยเรื่อง มอก.เหล็กข้ออ้อย (ตอนที่2)

การประชาพิจารณ์ปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก.เหล็กข้ออ้อย ที่เปิดรับฟังความคิดเห็นถึง 2 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 ผลปรากฏว่ายังไม่มีข้อสรุป โดยประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมเหล็กไทย และข้อถกเถียงในการกำหนดมาตรฐาน มอก. คือกรรมวิธีการผลิตจากเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า หรือ IF กับเตาหลอมไฟฟ้า หรือ EF และเตาที่ใช้กระบวนการทางเคมีและออกซิเจนบริสุทธิ์เป่าด้วยแรงดันสูง หรือ BO ว่ามาตรฐานใหม่ควรให้ความสำคัญเฉพาะคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ หรือจำเป็นต้องควบคุมไปถึงกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งในเวทีนี้มีกลุ่มคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับกรณีดังกล่าวแสดงความคิดเห็นกันรอบด้าน.. เศรษฐศาสตร์วันหยุด...ได้สรุปเอามานำเสนอไปแล้วบ้างส่วนหนึ่ง...ฉบับนี้จะหยิบเอานำเสนอเพิ่มเติมอีก
นายณรงค์ ลิมะเสถียร จากบริษัท ไพรม์เมทอล เทคโนโลยีส์ ผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมและก่อสร้างเครื่องจักรสำหรับโรงงานผลิตเหล็ก ให้ความเห็นกรณีที่มีการเสนอแนวคิดในการนำเครื่องปรับปรุงคุณภาพโลหะหลอมเหลวด้วยการเป่าก๊าซผสมระหว่างอาร์กอนและออกซิเจน หรือ AOD (Argon Oxygen Decarburization) มาติดตั้งร่วมกับเตา IF เพื่อผลิตเหล็กเส้นข้ออ้อย โดยปกติเครื่อง AOD ออกแบบมาเพื่อใช้ในการผลิตเหล็กสแตนเลส หรือเตาที่ใช้สำหรับเปลี่ยนสภาพน้ำเหล็กดิบหรือน้ำเหล็กที่ละลายมาแล้ว ให้กลายเป็นเหล็กกล้าที่มีคุณภาพสูง (Converter) ชนิดหนึ่ง ซึ่งหน้าที่หลักของ Converter คือการลดปริมาณคาร์บอนในน้ำเหล็กลง ด้วยการพ่นออกซิเจนลงในน้ำเหล็ก แต่ทั้งนี้ ในการผลิตเหล็กเส้นข้ออ้อย โดยใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบ เศษเหล็กทั่วไปมีปริมาณคาร์บอนใกล้เคียงกับปริมาณคาร์บอนที่ต้องการในผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว จึงมีข้อสงสัยว่า มีเหตุผลทางเทคนิคประการใดที่จะต้องใช้ AOD เพื่อลดปริมาณคาร์บอนลง นอกจากนี้ Converter ทั้งหลาย (รวมถึง AOD) ไม่มีระบบที่จะจ่ายพลังงานไฟฟ้าเข้าไปให้เกิดความร้อน แต่พลังงานความร้อนเกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันของการลดคาร์บอน หากไม่มีการลดคาร์บอน หรือลดแต่เพียงเล็กน้อย ก็มีข้อสงสัยอีกว่า กระบวนการจะดำเนินไปได้อย่างไร
นายณรงค์กล่าวต่อว่า การออกแบบกระบวนการผลิตนั้นนอกจากความเป็นไปได้ในทางเทคนิคแล้ว ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในทางเศรษฐศาสตร์ด้วย ปัจจุบันการผลิตเหล็กเส้นด้วย IF นั้นใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่าเตาหลอมด้วยไฟอาร์ก หรือ EAF แต่การที่ IF ไม่มีขั้นตอนการปรับปรุงคุณภาพเหล็กหลอมเหลว หรือ Refining นั้นทำให้ต้นทุนต่ำกว่า ดังนั้น หากมีการเพิ่มขั้นตอน Refining ในการผลิตด้วย IF ก็เล็งเห็นได้ว่า ต้นทุนการหลอมเศษเหล็กจากกระบวนการ IF ที่มี Refining ย่อมสูงกว่า การหลอมเศษเหล็กด้วย EAF ซึ่งในอนาคตหากอนุญาตให้ผลิตด้วย IF ต่อไปโดยใช้ AOD เป็นเหตุผลรองรับว่าได้มี Refining Unit แล้ว จึงกังวลว่าอาจมีผู้ผลิต IF บางรายอาจจะข้ามขั้นตอน หรือ Bypass กระบวนการ AOD ในการผลิตจริง เพื่อรักษาความได้เปรียบด้านต้นทุน
นายฉัตรชัย สมศิริ อดีตอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโลหการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การกำหนดมาตรฐานควรพิจารณาที่กระบวนการผลิต ทั้งการออกซิเดชัน การรีดักชัน และการทำความสะอาดน้ำเหล็ก เตา IF เพียงอย่างเดียวไม่สามารถกำจัดฟอสฟอรัสและกำมะถันที่ปนอยู่ในเศษเหล็กได้ และผู้ประกอบการจะต้องมีจริยธรรมประกอบการร่วมการบริหารด้วย...นายธีรยุทธ เลิศรังสรรค์ อนุกรรมการกลุ่มเตาอาร์ก และผู้แทนจากสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า กล่าวว่า มลทินในเหล็กจากกระบวนการ IF อาจกระทบความเหนียว ความสามารถในการรับแรงจากแผ่นดินไหว และคุณสมบัติการเชื่อม ขณะที่กระบวนการ EAF และเตาสำหรับผลิตเหล็กกล้าโดยใช้ออกซิเจนบริสุทธิ์เป่าด้วยแรงดันสูงลงบนน้ำเหล็กดิบเพื่อกำจัดคาร์บอน (BOF) มีขั้นตอนการปรับปรุงคุณภาพเหล็กหลอมเหลว และการควบคุมตะกรัน (Slag) ที่มีประสิทธิภาพกว่า พร้อมยกกรณีจีนที่ห้ามใช้ IF ผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างโดยไม่มีข้อยกเว้น แม้จะติดตั้งระบบปรุงน้ำเหล็กเพิ่มเติม
พงษ์พันธุ์

