ซอกซอนตะลอนไป : หรืออียิปต์จะกลับมาเป็นป่าอีกครั้ง(ตอน1)

มีข่าวหนึ่งของ THE EARTH ผ่านตาผมเข้ามาทางเฟซบุ๊คทำให้ผมต้องอ่านซ้ำ ข่าวดังกล่าวคือ ปรากฎการณ์โลกแปรปรวนอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้วของสภาพภูมิอากาศ จนทำให้ทะเลทรายซาฮารา มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน บนเกาะกรีนแลนด์ ก็กำลังตกอยู่ในสภาพไร้น้ำแข็ง หรือ น้ำแข็งลดลงอย่างมาก
ก่อนอื่นขอให้รายละเอียดของสองสถานที่ดังกล่าวเสียก่อน

(อาณาเขตของทะเลทราบซาฮารา - ภาพจาก Google)
ซาฮารา ในความหมายตามชื่อของมันก็คือ “ทะเลทราย” ซึ่งมีนัยยะตามภาษาอาหรับว่า ทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก และโดยขนาดของมันถือว่าเป็นทะเลทรายที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก คือ 9 ล้านตารากิโลเมตร กินพื้นที่ประมาณหนึ่งในสามของทวีปอัฟริกา กินพื้นที่นับสิบประเทศ รวมทั้งอียิปต์
ส่วนเกาะกรีนแลนด์ นั้นถือเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน ตั้งอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือ ใกล้กับทางตะวันออกของประเทศคานาดา พื้นที่ส่วนใหญ่เกือบทั้งเกาะปกคลุมไปด้วยแผ่นน้ำแข็ง แทบจะหาพื้นที่เพาะปลูกยากมาก ยกเว้นแถบชายฝั่งทะเล
สองพื้นที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน และ ลึกซึ้ง
นักท่องเที่ยวหลายท่านของคณะเดินทางของ ไวท์ เอเลแฟนท์ ทราเวล เคยตั้งข้อสงสัยกับผมว่า อียิปต์เป็นดินแดนที่แห้งแล้งมาก พื้นที่ป่าไม่มีให้เห็นเลย แต่ทำไมมีอารยธรรมที่เจริญก้าวหน้าล้ำยุคสามารถเกิดขึ้นในบริเวณนี้ได้

(แผนที่ของประเทศอียิปต์ จะเห็นเส้นสีน้ำเงินซึ่งก็คือแม่น้ำไนล์ ที่ไหลจากทางใต้ขึ้นไปสู่ทางเหนือ ทำให้พื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำมาหากินและอยู่อาศัยครอบคลุมอยู่แค่พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำไนล์เท่านั้น ถัดออกไปก็คือทะเลทราย)
ประเทศอียิปต์มีพื้นที่เพียงแค่ประมาณ 5 เปอร์เซนต์ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก และ อยู่อาศัย พื้นที่ที่ว่าก็คือ แนวสองฝั่งแม่น้ำไนล์ที่ยาวประมาณหนึ่งพันกิโลเมตรเศษ กับพื้นที่สามเหลี่ยมดินดอนปากแม่น้ำไนล์ที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ซึ่งมีความเหมาะสมเพียงแค่เพาะปลูกเพื่ออาหารเท่านั้น แต่ไม่มีสภาพเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์
เมื่อหลายปีก่อน ผมอ่านพบบทความหนึ่งบอกว่า นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้สำรวจพื้นที่ทะเลทรายซาฮารา ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของอียิปต์ และพบสิ่งที่น่าสนใจมากก็คือ
พวกเขาพบว่า ลึกลงไปใต้ดินของพื้นที่ขนาดใหญ่บางส่วน มีทรากฟอสซิลของพืชหลากหลายชนิดที่เคยขึ้นอยู่ใน และ โดยรอบแหล่งน้ำ รวมถึง ฟอสซิลของสัตว์น้ำจำนวนมากด้วย ฟอสซิลดังกล่าวมีอายุนับหมื่นๆปี ขนาดของพื้นที่ดังกล่าวใหญ่มาก ขนาดที่น่าจะเรียกว่า ทะเลสาบ มากกว่าจะเป็นบึงเล็กๆ
ทะเลสาบดังกล่าว สันนิษฐานว่า น่าจะมีอายุกว่า 250,000 ปี และครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 108,000 ตารางกิโลเมตร
นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อแหล่งน้ำขนาดใหญ่นี้ว่า MEGA - LAKE หรือ ทะเลสาบมหึมา
ทำให้มีหลักฐานที่สามารถสันนิษฐานได้ว่า ในอดีตเมื่อหลายหมื่นปีที่แล้ว ดินแดนในทะเลทรายซาฮารา แถบนี้ เคยเป็นแหล่งน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ เมื่อมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่หล่อเลี้ยง ก็น่าจะทำให้พื้นที่โดยรอบมีสภาพเป็นป่าไม้ ชักนำให้มีสัตว์นานาชนิดเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย
แต่ปัจจุบันนี้ พื้นที่ของทะเลสาบในอดีตเหล่านี้ กลายเป็นทะเลที่แห้งแล้งไปแล้ว
เกิดอะไรขึ้น ที่สามารถพลิกแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ให้กลายเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งได้
สนใจร่วมเดินทางเจาะลึกอียิปต์ 10 วัน 7 คืน ซึ่งผมจะเป็นผู้บรรยายชม เหลือเพียงกรุ๊ปเดือนมีนาคม 2570 เพียงกรุ๊ปเดียวเท่านั้น สามารถสอบถามได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498
พบกับตอนต่อไปได้ในสัปดาห์หน้า
โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

