แก้ผ้าลุงแซม : เมื่อบาร์บี้กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์


บาร์บี้คือตัวแทนภาพฝันของเด็กหญิงทุกคน ที่ฝันว่าเมื่อโตแล้วสะสวยเหมือนบาร์บี้ ด้วยรูปลักษณ์สวยเก๋ ขาเรียวยาว ผมสีบลอนด์และดวงตากลมโตชวนมอง เน้นเรื่องการแต่งตัวตามแฟชั่น สัดส่วนของตุ๊กตาจำลองจากขนาดของคนจริงๆ ที่ย่อขนาดลงมา 6 เท่า โดยสูง 11.5 นิ้ว ผลิตโดยบริษัทแมทเทล รูธ แฮนด์เลอร์
นักธุรกิจสาวชาวอเมริกันสังเกตเห็นว่า ลูกสาวชอบเล่นตุ๊กตากระดาษ และชอบให้ตุ๊กตาเหล่านั้นทำสิ่งต่างๆ เหมือนที่ผู้ใหญ่ทำ เลยคิดสร้างตุ๊กตาที่มีรูปร่างแบบหญิงสาว แต่คนรอบข้างกลับไม่เห็นด้วยกับการประดิษฐ์ตุ๊กตาแบบนั้นสำหรับเด็ก คาดว่าคงดูเซ็กซี่เกินไปนั่นแหละ
แฮนเลอร์เดินทางไปเที่ยวยุโรป สะดุดตาตุ๊กตา "ไบล์ด ลิลลี่" ของเยอรมนี ซึ่งเป็นตุ๊กตาหญิงสาววัยทำงาน วางจำหน่ายในเยอรมนี โดยจัดจำหน่ายครั้งแรกในปี ค.ศ. 1955 เป้าหมายการตลาดของตุ๊กตาลิลลี่คือต้องการเจาะกลุ่มผู้ใหญ่ แต่กลับได้รับความนิยมในหมู่เด็กมากกว่า เธอจึงซื้อกลับบ้าน 3 ตัว โดยมอบตัวหนึ่งให้ลูกสาว ส่วนที่เหลือนำมาเป็นต้นแบบในการผลิตตุ๊กตาบาร์บี้
จากนั้นเธอแปลงโฉมตุ๊กตาลิลลีใหม่เอี่ยมอ่องให้ถูกใจคนอเมริกัน พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า "บาร์บี้" ตามชื่อของลูกสาว หรือชื่อเต็มว่า บาร์บี้ มิลลิเซ็น โรเบิร์ต ด้วยความช่วยเหลือของแจ็ค ไรอัน แล้วนำตุ๊กตาที่ตั้งชื่อว่า “Barbie” แสดงในงาน American International Toy Fair ที่นิวยอร์ก
บริษัท แมทเทล อิงค์ ได้รับสิทธิในการผลิตบาร์บี้ โดยบาร์บี้รุ่นแรกสวมชุดว่ายน้ำลายทางขาวดำแบบม้าลาย ผมสีบลอนด์ยาวตรงและไว้ผมหน้าม้า เสื้อผ้าทุกชุดออกแบบโดยดีไซเนอร์ของแมทเทล วางตลาดปีแรกมียอดขายสูงกว่า 350,000 ตัว ถึงวันนี้บาร์บี้กว่า 1,000 ล้านตัววางขายใน 150 ประเทศทั่วโลก
แต่แค่ทำตุ๊กตาขายจะไปได้ไกลเท่าไหร่เชียว บาร์บี้เลยต้องมีเรื่องราวเหมือนคนจริงๆ มีการแต่งเรื่องราวให้สาวน้อยบาร์บี้ว่าเป็นลูกสาวคนสวยของมาร์กาเรต โรเบิร์ตส์ และจอช โรเบิร์ตส์ บ้านเกิดอยู่ที่วิลโลว์ในรัฐวิสคอนซิน
ไหนๆ มีพ่อแม่แล้ว บาร์บี้ก็ต้องมีเพื่อนสินะ มีการสร้างเรื่องราวให้บาร์บี้ห้อมล้อมด้วยเพื่อนรักและแฟนหนุ่มที่ชื่อเคน คาร์สัน แล้วแตกหน่อให้บาร์บี้มีน้องสาวแสนสวยอีกสามคน คือ สกิปเปอร์ สเตซี และเชลซี
มีน้องแล้วมีแฟนหนุ่มสุดหล่อแล้ว มันต้องขายยกเซ็ตกันไปเลย ดังนั้นบาร์บี้เลยมีเพื่อนสาวชื่อมิดจ์ในปี ค.ศ. 1963 แล้วเรื่องราวสาวน้อยบาร์บี้ก็ทะลักออกมาเป็นซีรีย์ ทั้งนี้ เพื่อการขายล้วนๆ เรื่องเล่าเรื่องราวของบาร์บี้เริ่มต้นว่าเรียนมัธยมที่โรงเรียนวิลโลวส์ในเมืองวิลโลว์ รัฐวิสคอนซิน จากนั้นก็ออกเดทกับเคนในปี ค.ศ.1961
ใครจะไปคิดว่าตุ๊กตาขายาวอย่างนางบาร์บี้ จะประสบความสำเร็จจนดังค้างฟ้ายิ่งกว่าดาราฮอลลีวู้ดคนไหน แต่จะว่าไปนางบาร์บี้นี่ก็กลายเป็นดาราฮอลลีวู้ดหมือนกันนะ เพราะถูกนำมาทำเป็นซีรีส์และภาพยนตร์แอนิเมชัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987
บาร์บี้กลายเป็นดาราในภาพยนตร์แอนิเมชันครั้งแรกในรูปแบบ 2D เรื่อง Barbie and the Rockers: Out of this World พอมาในปี ค.ศ. 2001 ถูกนำเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันในรูปแบบ 3D มีชื่อเรื่องว่า Barbie in the Nutcracker
การตลาดสุดปังของบาร์บี้ นอกจากสร้างเรื่องราวสารพัดให้บาร์บี้มีตัวตนในใจคนทั้งโลกแล้ว ยังปั้นตุ๊กตาขายาวตัวนี้เป็นดารา มีการออกแบบเสื้อผ้าหน้าผม รวมทั้งนมโตนั่นด้วย ล่าสุดบาร์บี้เล่นโซเชียลอย่างชำนิชำนาญ แถมมียอดคนติดตามมากกว่าคนจริงๆ ซะอีก
อินสตาแกรม BarbieStyle มีผู้ติดตามถึงสองล้านกว่า โดยอัปเดตไลฟ์สไตล์เหมือนดารามากกว่าตุ๊กตา ถ่ายรูปราวกับเป็นนางแบบมืออาชีพ แถมมีการโฆษณาขายของเสียด้วย เลยกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ในโลกโซเชียลอย่างน่าทึ่ง เพราะบาร์บี้โผล่มาทุกช่องทางโซเชียล รวมทั้งยูทูป
ช่องยูทูปของบาร์บี้ นำเสนอหลากหลายรายการ ตั้งแต่ทำกิจกรรมในบ้านกับบาร์บี้ เหมือนเป็นคนจริงๆ มีทั้งร้องเพลง ไปเที่ยว แต่งตัว สารพัดจะจัดมาหลอกล่อให้ลุ่มหลง สรุปคือบาร์บี้ทำทุกอย่างเหมือนอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นคนจริงๆ
หนักหนาสาหัสกว่านั้น มีการปั้นบาร์บี้ให้กลายเป็นผู้นำทั้งด้านสุขภาพและแฟชั่น อย่างด้านสุขภาพ ในโซเชียลมีเดีย นำเสนอภาพบาร์บี้กำลังนั่งสมาธิ โดยใช้แอปนั่งสมาธิที่กำลังฮิตอย่าง Headspace รวมถึงยังแนะนำกิจกรรม Me Time ประมาณว่างามจากภายในสู่ภายนอกประมาณนั้น ล่อหลอกให้สาวกเป็นทาสการตลาดต่อไปอีกนาน

