คอลัมน์ : สั้นสั้น วันอังคาร

ยาแรง
ช่วงค่อนไปทางปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบจัดระเบียบธุรกิจต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต ไปเจอชาวยิวคนหนึ่งในศูนย์ชาบัดที่ตั้ง อยู่ในตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต พูดจาน่ามอบรองเท้าให้เป็นอาหารว่างว่า“คุณไม่รู้หรือว่าที่นี่คือพื้นที่ของอิสราเอล”
รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยก็ตอบสวนไปว่า “ที่นี่คือประเทศไทย ทุกคนที่อยู่บนแผ่นดินไทยต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ไม่มีใครมีสิทธิ์อ้างอธิปไตยเหนือดินแดนของประเทศไทย”
ชาบัดคือศูนย์รวมการทำกิจกรรมด้านศาสนาของยิว รวมถึงเป็นที่ให้บริการอาหารและที่พำนักแก่นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล มีอยู่หกเจ็ดแห่งในประเทศไทย ชาบัดในพื้นที่ป่าตองนี้ ถูกจับตาจากหน่วยงานด้านความมั่นคงมานานแล้ว และมีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการท้องถิ่นและสื่อสังคมออนไลน์ว่า อาจจะอาจเชื่อมโยงไปสู่โครงสร้างธุรกิจเฉพาะกลุ่มของคนยิวจากอิสราเอล ชาบัดอื่นๆ ก็คงไม่ต่างกัน
แต่ที่แสบคือคำพูดอหังการต่อเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง จึงน่าสงสัยว่า อาจจะมีเจ้าหน้าที่บางพวกให้ความสะดวกจนเคยตัว ไม่ต่างอะไรจาก ตู้ห่าว เจ้าพ่อคนหนึ่งของขบวนการจีนเทาที่เคยกร่างมาแล้ว แม้ถูกคดีข้อหาร่วมกันเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ฟอกเงิน และอีกหลายข้อหา แต่ในที่สุดศาลก็ยกฟ้องเพราะพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดได้โดยปราศจากข้อสงสัย
กรณีอย่างนี้จะไม่ให้คนเขาสงสัยตำรวจในฐานะผู้รวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างไร
เมื่อรัฐมนตรีมหาดไทยเป็นนายกฯด้วย งานก็คงเยอะ ไหนจะต้องเป็นเป้าทางการเมืองให้ฝ่ายตรงข้ามล่ออยู่ทุกวัน รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยก็คงต้องรับบทหนักแทน และถ้ามุ่งมั่นในการสำรวจการเข้ามาอยู่ในเมืองไทยของคนต่างชาติอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะได้การสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะชาบัดของพวกยิว ยังมีการเข้ามาตั้งกลุ่มก๊วนอิทธิพลของชาวต่างชาติอีกมากมายหลายพื้นที่
ปัญหาความเหิมเกริมของคนต่างชาติจะไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ของเรารู้เห็นเป็นใจโดยแลกกับผลประโยชน์ ดังนั้น การสำรวจจึงไม่ควรหยุดที่คนต่างชาติหรือคนไทยที่เป็นนอมินี แต่ควรจะขุดคุ้ยย้อนหลังไปถึงเจ้าหน้าที่ที่อนุมัติหรือปล่อยปละละเลยกับความไม่ชอบมาพากลซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่มีการประกอบธุรกิจปกติที่ใช้บังหน้าการกระทำผิดกฎหมายอยู่
ถ้ารัฐมนตรีเอาจริงเอาจังอย่างเด็ดขาดสำรวจและจัดการอย่างต่อเนื่องทั่วทุกพื้นที่ไม่ใช่ทำแค่ชั่วครั้งชั่วคราว ย่อมได้รับการแซ่ซ้องสรรเสริญ และในฐานะนักการเมือง ก็ถือเป็นผลงานที่จะสามารถเก็บเกี่ยวคะแนนเสียงได้ในการเลือกตั้งครั้งต่อๆไป และที่สำคัญ ได้กำจัดคอร์รัปชันที่มีอยู่เกลื่อนกลาด กำจัดอิทธิพลเถื่อนที่ขยายตัวมากขึ้นทุกที
ประเทศไทยจึงไม่ใช่สวรรค์ของนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่กลายเป็นสวรรค์ของมาเฟียจีน มาเฟียแขก มาเฟียฝรั่ง ฯลฯ ที่พร้อมจะเลี้ยงดูข้าราชการบางส่วนให้อิ่มหมีพีมัน
ครั้นจะไปคาดหวังให้เจ้าหน้าที่ผู้กินสินบาทคาดสินบนเกิดดวงตาเห็นธรรม กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี เห็นแก่ประเทศชาติบ้านเมือง คงจะเป็นเรื่องเพ้อฝันถึงวันนี้ต้องใช้ยาแรงเท่านั้น
เจ้าหน้าที่คอร์รัปชันก็เหมือนปลวก ปล่อยไว้ก็รังแต่จะทำให้บ้านพัง ถ้าคนมาจากต่างบ้านต่างเมืองยังรู้ว่าจะต้องเอาเงินให้ใคร คนในประเทศไทยไม่รู้เลยก็เกินไป
ทิวา สาระจูฑะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

