ศึก 500 กลาดิเอเตอร์

ขณะที่ทำต้นฉบับของวันนี้ ยังไม่มีข่าวเรื่องการเจรจากำหนดวันอภิปรายตามมาตรา 151 ระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลว่า“จะใช้เวลา 3 วันหรือ 5 วันกันแน่?”
“ทุ่งสังหาร โคลีเซียมเกียกกาย” จะกลายเป็นสนามรบที่ 500 กลาดิเอเตอร์ทำสงครามชิวหาที่ชาวสารขัณฑ์เชื่อว่า “จะดุเดือด ดุดัน และดุฉกรรจ์ที่สุดในรอบปี”
ทั้งนี้เพราะ “การสังหารหมู่ 18 มนุษย์ทองคำที่สวมเสื้อกั๊กสีน้ำเงิน” นั้น “นักรบฝ่ายค้าน” ต่าง “สวมวิญญาณกลาดิเอเตอร์จอมพยาบาท ที่มีเป้าหมายแน่ชัดต้องดับชีพ 18 มนุษย์ทองคำให้ไปเกิดใหม่เป็น 18 มนุษย์ทองเหลือง”
แน่นอนอยู่แล้ว “ฝ่ายรัฐบาล” ที่มีหัวหมู่ทะลวงฟัน ระดับ “สมิงนครอินทร์ สมิงพระราม และสมิงพระตะเบิด” อย่างมากมาย ย่อม “ไม่งอมืองอเท้า” ให้กลาดิเอเตอร์ฝ่ายค้าน “ล่าสังหาร 18 มนุษย์ทองคำของฝ่ายตนให้ดับชีพอย่างสุดง่าย”
ดังนั้น ในทุ่งสังหารโคลีเซียมเกียกกาย กลาดิเอเตอร์ทั้งสองฝ่าย ก็จะทำหน้าที่ “ปล่อยอาวุธ” อย่าง “ดุฉกรรจ์” ระดับ “ถึงพริกถึงขิง”
ปกติ การพันตูในสนามโคลีเซียม ซึ่งเป็นทุ่งสังหารของเหล่ากลาดิเอเตอร์นั้น มักจะ “สู้กันแบบตัวต่อตัว” ท่ามกลางสายตาผู้ชมสายพันธุ์ซาดิสต์รอบสนามนับหมื่นๆ คู่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งกองเชียร์กองแช่ง และเป็นกรรมการตัดสินว่า “ฝ่ายพ่ายแพ้ควรตายหรือปล่อยให้มีชีวิตรอด?”
หากผู้ชมรอบสนาม “กำหมัดแล้วชูนิ้วโป้งชี้ฟ้า” เท่ากับพิพากษาว่า ผู้พ่ายแพ้ควรรอดตาย “ผู้ชนะ” ก็จะละเว้นการฆ่าอย่าง “สุดเท่”
ในทางตรงข้าม หากผู้ชมรอบสนาม “กำหมัดแล้วชี้นิ้วโป้งลงดิน ก็เท่ากับพิพากษา ให้ผู้ชนะ ใช้ดาบกะซวกหัวใจ ปลิดวิญญาณผู้พ่ายแพ้ให้ไปนรก”
แต่ใน “สงคราม 500 กลาดิเอเตอร์” ในทุ่งสังหารสนามโคลีเซียมเกียกกายแห่งนครสารขัณฑ์ น่าจะเป็น “สงครามมวยหมู่” ของ 500 กลาดิเอเตอร์ จนวุ่นวายขายปลาช่อนทั้งสนามโคลีเซียม
โดยจบท้าย “18 มนุษย์ทองคำ” จะกลายเป็น “18 มนุษย์ทองเหลืองหรือไม่?” ย่อมขึ้นอยู่กับการ “ชูมือของ 500 สส. ในสภา” ว่า “จะยกให้มนุษย์ทองคำรายใดมีชีวิตรอด?”
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม


