การบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)
(2) การสรรหาพนักงานเทศบาลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสายงานบริหาร
การสรรหาพนักงานเทศบาลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร กฎหมายกำหนดให้สามารถกระทำได้ทั้งวิธีการสอบคัดเลือก และวิธีการคัดเลือก โดยเป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเทศบาลให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารและคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาลที่จะเลือกใช้วิธีการหนึ่งวิธีการใดดังกล่าวในการสรรหาในแต่ละครั้งแล้วแต่ความเหมาะสมและความจำเป็นในแต่ละห้วงเวลา ซึ่งหากเลือกใช้วิธีการหนึ่งวิธีการใดดังกล่าวแล้ว ไม่ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่จะผูกพันให้ต้องใช้วิธีการนั้นในการสรรหาครั้งต่อๆ ไป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อทางราชการที่จะได้พิจารณาแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นตามความเหมาะสมหรือความจำเป็นในแต่ละห้วงเวลาอันถือเป็นการบริหารงานบุคคลที่พัฒนาระบบราชการให้ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด
การที่คณะอนุกรรมการสรรหา พนักงานเทศบาลให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ออกประกาศรับสมัครพนักงานเทศบาลเข้ารับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร (นักบริหารงานทั่วไประดับกลาง) ด้วยวิธีการคัดเลือก และกำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งโดยไม่ได้กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ปี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ผู้ฟ้องคดีดำรงอยู่ เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งในการสรรหา โดยคำนึงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการสรรหาครั้งที่ผ่านมา
เพื่อให้ได้ผู้มีประสบการณ์ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อองค์กรได้อย่างต่อเนื่องโดยมิต้องเริ่มต้น หรือเรียนรู้ใหม่อันเป็นการคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ รวมทั้งได้คำนึงถึงการประหยัดงบประมาณและการขาดประโยชน์ ในการใช้บุคลากรของเทศบาลในตำแหน่งที่ต้องมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบที่สำคัญ อีกทั้งยังเป็นการกำหนดคุณสมบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐานกำหนดตำแหน่งตามประกาศของคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล การออกประกาศรับสมัครพนักงานเทศบาลเข้ารับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารที่พิพาท เฉพาะในส่วนที่กำหนดวิธีสรรหาด้วยวิธีการคัดเลือกจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว
( ดูรายละเอียดได้ตามคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด ที่อบ.168/2566 )
(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)

