อัดฉีด OP-PP ปี 70 สปสช. เสริมคล่อง รพ. ทั่วไทย

ในการขับเคลื่อนระบบระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ให้สามารถดูแลสุขภาพประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและไร้รอยต่อ “สภาพคล่องทางการเงิน” ของสถานพยาบาลถือเป็นปัจจัยสำคัญระดับต้นๆ หากหน่วยบริการต้องประสบภาวะชะงักงันทางการเงินในช่วงรอยต่อปีงบประมาณ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการดูแลรักษาพยาบาลและการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันข้อจำกัดดังกล่าว บอร์ด สปสช. ได้มีมติเห็นชอบมาตรการทางการเงินสำคัญ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ ให้สามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่นตั้งแต่เปิดปีงบประมาณใหม่
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 10/2569 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบการโอนงบค่าบริการผู้ป่วยนอก (OP) และงบค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP) แบบเหมาจ่าย สำหรับหน่วยบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) รวมถึงสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในปีงบประมาณ 2570
การจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ เป็นการโอนเงิน “ไม่เกินร้อยละ 25” โดยอิงจากผลการปรับเกลี่ยเงินของปีงบประมาณ 2569 นำมาใช้ไปพลางก่อน ในระหว่างที่กระบวนการปรับเกลี่ยรายรับค่าบริการประจำปีงบประมาณ 2570 กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ พร้อมกันนี้ บอร์ด สปสช. ได้อนุมัติรับรองมติเพื่อให้สำนักงานฯ สามารถดำเนินการโอนเงินให้แก่หน่วยบริการได้ทันที
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สธ. เปิดเผยว่า หน่วยบริการในระดับพื้นที่ถือเป็นกำลังสำคัญและเป็นปราการด่านหน้าในการดูแลสุขภาพของประชาชน ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การสร้างเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค ดังนั้น การสนับสนุนให้หน่วยบริการมีงบประมาณที่เพียงพอและพร้อมสำหรับการดำเนินงานตั้งแต่ช่วงต้นปีงบประมาณ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้การจัดบริการทางการแพทย์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ประชาชนเข้าถึงบริการที่จำเป็นตามสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้อย่างทั่วถึง
“หน่วยบริการเป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชน เราจึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้หน่วยบริการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง การจัดสรรเงินไปพลางก่อนครั้งนี้จะช่วยเสริมสภาพคล่องในช่วงต้นปีงบประมาณ ให้หน่วยบริการมีความพร้อมในการรักษาพยาบาล สร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคแก่ประชาชน” นายพัฒนา กล่าว
นอกจากนี้ ในกรณีที่มีข้อตกลงโอนเงินกับหน่วยบริการประจำเพิ่มเติม ที่ประชุมบอร์ด สปสช. ได้มอบหมายให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พิจารณาจัดสรรเงินโดยไม่เกินกรอบรายรับปีงบประมาณ 2570 เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และกรอบวินัยทางการเงินอย่างถูกต้อง
ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวเสริมว่า ข้อเสนอการจัดสรรงบประมาณไปพลางก่อนนี้ ได้ผ่านการพิจารณาและเห็นชอบอย่างรอบคอบจากคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งคณะอนุกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ ก่อนจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด สปสช.
งบประมาณในส่วนของ OP (ผู้ป่วยนอก) และ PP (สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค) มีความเกี่ยวโยงและสนับสนุนภารกิจซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิด การนำผลการปรับเกลี่ยเงินปีงบประมาณ 2569 มาเป็นฐานจัดสรรไม่เกินร้อยละ 25 ในช่วงรอยต่อ จะช่วยให้โรงพยาบาล สอน. และ รพ.สต. มีงบประมาณหมุนเวียนสำหรับจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และบริหารจัดการบริการได้อย่างราบรื่น
“เป้าหมายของการจัดสรรเงินครั้งนี้คือให้หน่วยบริการมีงบประมาณพร้อมทำงานตั้งแต่ต้นปี โดยใช้ผลการปรับเกลี่ยปี 2569 เป็นฐานไปพลางก่อนระหว่างดำเนินการปรับเกลี่ยรายรับปี 2570 เพื่อสนับสนุนให้หน่วยบริการจัดบริการได้ต่อเนื่อง และประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพตามสิทธิ” เลขาธิการ สปสช. ยืนยัน
มติดังกล่าวจึงนับเป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นความยืดหยุ่น การคล่องตัว และการมีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ระบบสุขภาพไทยมีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

