เช็กบิลไทยพีบีเอส สตง.สั่งชดใช้ 85.2 ล้าน ปมจ้างผลิตเฉพาะเจาะจง-จ่ายพิธีกรไร้เกณฑ์ ชงฟัน ผอ.-พนักงานลูกจ้าง รวม 11 คน

8 ตุลาคม 2569 สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ "ไทยพีบีเอส" ในช่วงปีงบประมาณ 2565 - 2568 รวมวงเงิน 5,094.56 ล้านบาท เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินด้านการผลิต จัดหา และเผยแพร่รายการ โดยผลการตรวจสอบพบประเด็นสำคัญที่ สตง.เห็นว่าควรปรับปรุงแก้ไข 2 เรื่องใหญ่ ได้แก่ ตัวชี้วัดด้านผลสัมฤทธิ์บางส่วนยังไม่สามารถสะท้อนความสำเร็จของการดำเนินงานได้อย่างแท้จริง และการบริหารจัดการรายการยังไม่มีประสิทธิภาพ
ล่าสุด สตง.ได้สรุปผลการตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจ้างผลิตรายการ และการจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการ โดยพบข้อบกพร่องจากการที่เจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือแบบแผนการปฏิบัติราชการ รวมถึงกรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือหน่วยรับตรวจ
จากผลการตรวจสอบ สตง.เห็นควรให้ดำเนินการเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายแก่ ส.ส.ท.รวมเป็นเงิน 85,222,935.65 บาท แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ค่าเสียหายจากการจ้างผลิตรายการโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ในปีงบประมาณ 2566 - 2568 จำนวน 15,840,000 บาท และค่าเสียหายจากการจ่ายเงินค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการ ในปีงบประมาณ 2568 จำนวน 69,382,935.65 บาท รวมความเสียหายที่ สตง.เห็นควรให้มีการชดใช้ทั้งสิ้น 85,222,935.65 บาท
รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากการชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแล้ว สตง.ยังเห็นควรให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับผู้อำนวยการ ส.ส.ท.ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งตามสัญญาจ้างตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551
ประเด็นแรก เกี่ยวข้องกับการจ้างผลิตรายการโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่ง สตง.ระบุว่าไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ค)
ประเด็นที่สอง กรณีไม่ดำเนินการให้มีระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการ ให้เป็นไปตามระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ.2567 ข้อ 5 ประกอบข้อ 22
และประเด็นที่สาม กรณีอนุมัติให้มีการจ่ายเงินค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการ ทั้งที่ไม่มีระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการจ่ายกำหนดไว้ ซึ่ง สตง.ระบุว่าเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 มาตรา 38 และมาตรา 48
ขณะเดียวกัน สตง.ยังเห็นควรให้ดำเนินการทางวินัยกับพนักงานหรือลูกจ้างตามระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติม แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก จำนวน 3 คน กรณีดำเนินการจ้างผลิตรายการโดยวิธีเฉพาะเจาะจง โดยไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ค) กลุ่มที่สอง จำนวน 7 คน กรณีอนุมัติจ่ายเงินค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการ โดยไม่มีระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการจ่ายกำหนดไว้ ตามระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ.2567 ข้อ 5 ประกอบข้อ 22 เมื่อรวม ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. 1 คน และพนักงานหรือลูกจ้างอีก 10 คน รวมทั้งหมด 11 คน ที่ สตง.เห็นควรให้มีการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า สตง.อยู่ระหว่างดำเนินการทำหนังสือแจ้งรายงานผลการตรวจสอบในส่วนดังกล่าวไปยัง ส.ส.ท.เพื่อรับทราบอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้
ที่มา : สำนักข่าว Next News
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

