'ไฮโซปอ' ร่ายยาวเคลียร์ดราม่าแข่งโกคาร์ท ยอมรับอันดับ 2 ให้ลูกชาย ป้องความรู้สึกเด็กๆ ขอสปีริตสู้ต่อบนเส้นทางนักแข่ง

กลายเป็นประเด็นร้อนติดเทรนด์โซเชียลขึ้นมาทันที สำหรับศึกการแข่งขันรถโกคาร์ทเยาวชน รุ่น Cadet B เมื่อ “ไฮโซปอ - ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์” (คุณพ่อของ น้องแมคลาเรน) ได้ออกมาโพสต์ข้อความร่ายยาวชี้แจงเจตนารมณ์และความรู้สึกผ่านพื้นที่ส่วนตัว หลังเกิดประเด็นตั้งคำถามเกี่ยวกับมาตรฐานเครื่องยนต์ในการแข่งขัน จนกลายเป็นดราม่าที่หลายคนจับตามอง
‘ไฮโซปอ’ยืนยันชัดเจนตั้งแต่ต้นว่า ไม่ได้ออกมาเพื่อเรียกร้องให้เปลี่ยนอันดับการแข่งขัน หรือต้องการถ้วยรางวัลอันดับ 1 มาให้ลูกชาย พร้อมยืนยันว่ายอมรับผลการแข่งขันเดิมที่ลูกชายได้อันดับ 2 โดยมองว่าการเป็นนักแข่งที่ดี ไม่ได้วัดกันที่จำนวนถ้วยรางวัลเท่านั้น แต่วัดที่จิตใจ วินัย และความเคารพในกติกา
ในส่วนของข้อสงสัยทางเทคนิค ‘ไฮโซปอ’ระบุว่าต้องการคำชี้แจงที่ชัดเจนจากคณะกรรมการตรวจสอบเท่านั้น เนื่องจากตรวจพบว่ารถคันที่เข้าเส้นชัยอันดับ 1 ใช้เสื้อสูบเครื่องยนต์ (โลโก้ขนาดใหญ่ คาดว่าเป็นรุ่นเก่าปี 2014) ซึ่งแตกต่างจากรถคันอื่นๆ อีก 20 คันในสนาม (โลโก้ขนาดเล็ก) จึงต้องการทราบว่าการนำชิ้นส่วนต่างรุ่นมาใช้ขัดต่อข้อบังคับมาตรฐานอุปกรณ์หรือไม่
ทั้งนี้ ย้ำว่าไม่ได้ต้องการกล่าวโทษครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง (รวมถึงครอบครัวของ น้องพายุ ลูกชายของ น็อต วิศรุต และ ชมพู่ อารยา) เพราะเชื่อว่าทุกครอบครัวต่างพาเด็กๆ มาลงสนามด้วยความรักและความหวังดี
‘ไฮโซปอ’ยังสะท้อนมุมมองหัวอกคนเป็นพ่อว่า เด็กๆ อายุเพียง 8-9 ขวบ ทั้ง 21 คน ต่างสวมชุดแข่ง ร้อน อบอ้าว และผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนักแน่นมาหลายเดือน ไม่ควรมีเด็กคนไหนต้องมาเสียใจหรือรับผลกระทบจากความผิดพลาดในการตัดสินใจของผู้ใหญ่ พร้อมฝากถึงคณะกรรมการจัดงาน 2 ข้อหลัก คือ 1. ขอให้ประกาศผลและจัดพิธีมอบรางวัลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เด็กๆ ได้รับการยอมรับในความพยายาม และยืนบนโพเดียมอย่างภาคภูมิใจ 2.ขอชี้แจงผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นมาตรฐานและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก
‘การรู้จักคำว่า 'ยอม' ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ แต่หมายถึงการรู้จักเสียสละเพื่อสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าชัยชนะ... นี่คืออีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของการเติบโตเป็นนักกีฬา’ไฮโซปอ กล่าวทิ้งท้าย พร้อมแสดงความยินดีกับน้องพายุและเด็กๆ ทุกคน โดยเชื่อมั่นว่าในอนาคตเด็กๆ ทุกคนในสนามวันนั้นจะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในวงการ Motorsport ไทยร่วมกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

