โฆษกรัฐบาล ตีเก๊ เพจอ้างโอนค่าน้ำชาให้นายกฯ 7 ล้าน เผยดีอี เร่งไล่บี้ IP ใน-นอกประเทศ ซัดคนเป็นนักการเมือง ก่อนแชร์ควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม

26 ตุลาคม 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสังคมวิพากษ์วิจารณ์ภายหลังมีเพจเฟซบุ๊กเผยแพร่ข้อความอ้างว่า มีบุคคลโอนเงินค่าน้ำชาเข้าบัญชี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จำนวน 7 ล้านบาท เมื่อปี 2566 ว่า การทำในลักษณะนี้ตัดต่อทำจากไหนก็ได้ และการโอนเข้าบัญชีThe Wisdom จะต้องมีเงินพอสมควร รายการโอนแต่ละครั้งจะมีการจำกัดวงเงิน หากเกิน 5 ล้านบาทจะต้องมีการขอขยายวงเงิน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าหากจะโอนเงินอะไรที่ไม่ใช่กระบวนการปกติ กระบวนการขอขยายวงเงินจากธนาคารก็สามารถไปสอบถามได้ ซึ่งใครเขาจะทำกัน นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า นายอนุทิน ก็ไม่ได้มีเงินน้อยฉะนั้นหากพิจารณาจาก 3 ข้อนี้ ก็ตีเก๊ไปก่อนได้เลย
นายเอกภพ กล่าวว่า ส่วนสิ่งที่จะต้องทำกันต่อ ต้องมาดูว่าพฤติการณ์ของเพจดังกล่าวนั้นเป็นอย่างไร เพราะไม่ใช่มีเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งเพจนี้ปล่อยข่าวปลอมมาหลายเรื่องโดยตลอด โดยพฤติการณ์ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือ ดีอี ได้ติดตาม มีการปล่อยข่าวลบโพสต์และปิดเพจบ้าง เป็นการชั่วคราว ซึ่งข้อสังเกตหากเพจใดปลิว เวลาเปิดใหม่จะใช้ชื่อเดิมยาก จึงเห็นว่ามีหลายเพจ ที่เปิดใหม่โดยใช้ V.1 V.2 V.3 หรือ V.4 ฉะนั้น ขอยืนยันว่าไม่รอด เพราะขณะนี้เองกระทรวงดีอี กำลังดำเนินการติดตามเครือข่าย
นายเอกภพ ยังระบุอีกว่า สิ่งที่น่าตกใจในประเด็นดังกล่าวมีการแชร์และนำข้อมูลดังกล่าวส่งต่อโดยนักการเมือง ซึ่งบุคคลผู้เป็นนักการเมืองควรตรวจสอบข้อมูลก่อน ฉะนั้น จึงมีข้อสังเกต 2 - 3 ประเด็น คือ 1.เห็นว่าข่าวนี้น่าสนใจก็เลยฮุบเหยื่อด้วยการแชร์ต่อและไม่มีการตรวจสอบประเด็นซึ่งตรงนี้ต้องดูพฤติการณ์ว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่ 2.ทำเป็นเครือข่ายหากรู้ว่าเพจนี้จะโพสต์ และรอเวลาแชร์ต่อเพื่อให้เครือข่ายได้ส่งต่อ พร้อมยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่หยุด โดยเมื่อเช้าได้ประสานทางกระทรวงดีอี ให้ดำเนินแล้วไม่ว่าเพจนี้จะอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ และใช้ IP อะไร ก็จะตามไปทุกที่ และดำเนินการให้ไปถึงเครือข่าย
เมื่อถามว่า นักการเมืองที่แชร์จะเข้าข่ายผิดหรือไม่ นายเอกภพ กล่าวว่า ทุกคนที่แชร์ และบิดเบือนไม่รอด โดยเฉพาะนักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมที่สูงกว่าปกติ การจะนำข่าวบิดเบือน และโจมตีบุคคล ซึ่งไม่เป็นข้อมูลจริงไปเผยแพร่ต่อ ก็ต้องมีความรับผิดชอบทางด้านอาญาและจริยธรรม พร้อมกล่าวตอบว่า หากในอนาคตนักการเมืองเอาข้อมูลด้านความมั่นคงของประเทศ หรือสถาบันหลัก หากนักการเมืองสนับสนุนหรือหยิบไปใช้ จะเกิดอะไรขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

