'โอบามา' ทำเวทีปราศรัยไฟลุก ฉะเดือดการทำงานของ 'ทรัมป์' ปลุก'คนมะกัน'ยับยั้งการบริหารงานโง่ๆ ของรัฐบาลชุดนี้

26 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'บารัก โอบามา' อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 44 ได้ขึ้นเวทีหาเสียงเลือกตั้งของ เชอร์รอด บราวน์ ผู้สมัครวุฒิสภารัฐโอไฮโอ และผู้สมัครผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ โดยการขึ้นปราศรัยครั้งนี้ของ 'โอบามา' เขาได้ออกมาวิพากษ์ วิจารณ์การทำงานของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ อย่างดุเดือดปมประเด็นเศรษฐกิจซึ่งเป็นผลมาจากการทำสงครามกับอิหร่าน
'บารัก โอบามา' กล่าวว่า ชาวอเมริกันกำลังเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นเพราะการบริหารงานของรัฐบาลทรัมป์ และการทำสงครามที่ไร้ความจำเป็นซึ่งไม่มีใครเรียกร้องและไม่มีใครสนับสนุน ดังนั้น การเลือกตั้งกลางเทอมในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีของชาวอเมริกัน ที่จะช่วยกันยับยั้งการบริหารงานอันโง่เขลาของรัฐบาลชุดนี้
โดยเขายังวิจารณ์ รัฐบาลทรัมป์ ที่ประกาศว่าประสบชัยชนะในการทำสงครามกับอิหร่าน โดยเห็นว่าความขัดแย้งกลับเพิ่มอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจให้แก่อิหร่าน เนื่องจากคำขู่โจมตีเรือเดินสมุทรในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเกิดความกังวล พร้อมระบุว่า อิหร่านกำลังมีอำนาจยับยั้งการเดินเรือผ่านเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญแห่งนี้
อีกทั้งเขายังโจมตี 'ทรัมป์' อย่างดุเดือดว่า 'ทรัมป์' มุ่งจะทำการปรับปรุงอาคาร รีโนเวตส่วนนั้นส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นห้องบอลรูม และใช้เส้นทองตกแต่งห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาวเพียงอย่างเดียว เหมือนจะทำให้ทำเนียบขาวกลายเป็นเหมือนซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำเผด็จการอิรัก เปิดโรงงานผลิตชีสเค้ก
อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยอมรับว่า ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 ชาวอเมริกันไม่เลือกพรรคเดโมแครต เนื่องจากประเด็นทางเศรษฐกิจ และผลจากภาวะเงินเฟ้อที่ต่อเนื่องมาจากช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ตอนนี้ สภาวะทางเศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นผลมาจากรัฐบาลทรัมป์ ต้องโทษไปที่ทรัมป์คนเดียว ที่ทำให้ทุกอย่างแพงขึ้น
จากการวิเคราะห์จำนวนมากพบว่า พรรครีพับลิกันกำลังเผชิญกับความนิยมที่ตกตํ่า อันเป็นผลมาจากการทำสงครามอิหร่านของทรัมป์ ทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของชาวอเมริกัน ขณะที่ คะแนนนิยมของทรัมป์ตกตํ่าลงถึงที่สุดที่ 31 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นในปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้กล่าวปราศรัยในรัฐจอร์เจีย โดยยกย่องนโยบายด้านการเข้าเมืองและภาษีศุลกากรของรัฐบาลตน และบอกกับผู้สนับสนุนว่า "เราอยู่ในยุคทองของอเมริกา"
การเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน จะเป็นตัวตัดสินว่าพรรคใดจะควบคุมสภาคองเกรสในช่วงที่เหลือของวาระการดำรงตำแหน่งของทรัมป์ และด้วยเหตุนี้จึงส่งผลต่อความง่ายในการที่ประธานาธิบดีจะดำเนินแผนการของเขา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

