‘ต้นอ้อ มูลนิธิเป็นหนึ่ง’ แถลงโต้ ‘ออยศรี’ ยันเปิดเผยโปร่งใส ชี้ดึงครอบครัวนั่งกรรมการเหตุคนนอกปฏิเสธ

"ต้นอ้อ มูลนิธิเป็นหนึ่ง" พร้อมทนายแถลงโต้ "ออยศรี" ยืนยันเงินบริจาคตรวจสอบได้ ยันดึงลูกชาย-ลูกสะใภ้นั่งกรรมการเพราะถูกคนนอกปฏิเสธ เตือนเปิด statement เสี่ยงละเมิดอำนาจศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ที่หมู่บ้านวนาวิลล์ ซอยโยธินพัฒนา 3 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ นางชลิดา พะละมาตย์ หรือ “ต้นอ้อ” ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง พร้อมด้วย นายพนา เลิศเชิดชูพงศ์ ทนายความ ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงประเด็นการบริหารจัดการเงินบริจาค และโครงสร้างกรรมการมูลนิธิฯ หลังถูก น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเพจออยศรีและผองเผือก พาดพิงเรื่องผลประโยชน์ภายในมูลนิธิ
นางชลิดา ชี้แจงว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งมูลนิธิฯ ได้พยายามชักชวนบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมเป็นกรรมการมาโดยตลอด แต่ได้รับการปฏิเสธทั้งหมด เนื่องจากภาระความรับผิดชอบมีความเสี่ยงสูงหากเกิดคดีความ เมื่อไม่มีคนนอกสมัครใจ จึงต้องร้องขอให้ญาติและคนใกล้ชิดเข้ามาช่วยทำงานโดยไม่มีค่าตอบแทน มีเพียงเบี้ยประชุมเล็กน้อยเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่ามูลนิธิเป็นหนึ่งยังคงเปิดรับบุคคลภายนอกที่มีความพร้อมและไว้วางใจได้ เข้ามาร่วมเป็นกรรมการอยู่เสมอ

ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ก่อตั้งมา มูลนิธิฯ มีเงินหมุนเวียนรวมเพียงประมาณ 1,000,000 บาทเท่านั้น ไม่ได้มีเงินมากมายระดับพันล้านบาท และไม่ได้เปิดรับบริจาคตลอดเวลา เคสทั่วไปจะใช้เงินส่วนตัวหรือความช่วยเหลือจากคนใกล้ชิด ยกเว้นเคสขนาดใหญ่จริงๆ
สำหรับการใช้จ่ายเงินในการลงพื้นที่ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าน้ำมัน ค่าที่พัก หรือการซื้อของช่วยเหลือผู้ประสบภัย สังคมสามารถตรวจสอบได้เพราะมีเอกสารและใบเสร็จประกอบอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ ยังฝากถึงผู้ที่ประกาศว่าจะตรวจสอบมูลนิธิว่า ขอให้ตรวจสอบทุกมูลนิธิอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่เจาะจงเฉพาะมูลนิธิของตนหรือของคุณบุ๋ม ปนัดดา เนื่องจากยังมีมูลนิธิอื่นอีกมาก ทั้งที่มีชื่อเสียงและไม่มีชื่อเสียง รวมถึงมูลนิธิที่มีเงินหมุนเวียนระดับพันล้านบาท
นางชลิดา ได้ฝากเตือนถึงกรณีการนำรายการเดินบัญชี ของมูลนิธิฯ ออกมาเปิดเผยว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารในกระบวนการชั้นศาล ซึ่งคู่กรณีไม่ได้เป็นผู้เสียหายหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง แม้จะเคยให้สามีของออยศรีเป็นทนายความให้ แต่ศาลเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้คู่กรณีเข้าร่วมฟังการพิจารณาและไม่อนุญาตให้นำเอกสารออกมาเปิดเผย การนำข้อมูลดังกล่าวมาเผยแพร่สู่สาธารณะอาจเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล ซึ่งขณะนี้ทีมกฎหมายกำลังดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

ด้าน นายพนา เลิศเชิดชูพงศ์ ทนายความ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันมูลนิธิเป็นหนึ่งมีกรรมการบริหาร 4 คน ได้แก่
คุณต้นอ้อ (ประธานกรรมการ) , ลูกชาย (รองประธานกรรมการ) , ลูกสะใภ้ (เหรัญญิก) , ญาติ (เลขานุการ)
การทำธุรกรรมหรือโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลในครอบครัวซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการ เกิดขึ้นภายใต้มติของคณะกรรมการมูลนิธิทั้งสิ้น และไม่มีข้อกฎหมายใดห้ามไม่ให้ญาติหรือลูกหลานเข้ามาเป็นกรรมการ หากมีข้อจำกัด นายทะเบียนคงไม่อนุมัติให้จดทะเบียนตั้งแต่แรก
ส่วนเงินทุนประเดิมจดจัดตั้งมูลนิธิจำนวน 200,000 บาท ตั้งแต่ปี 2567 ถึงปัจจุบันยังคงอยู่ครบถ้วน ไม่เคยถูกนำออกมาใช้เนื่องจากมีการแยกบัญชีชัดเจน ส่วนบัญชีรับบริจาคที่มียอดเงินประมาณ 400,000 บาท เป็นบัญชีสำหรับการเบิกจ่ายโอนให้กรรมการนำไปใช้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามคำร้องขอ ซึ่งทุกยอดเงินมีเอกสาร ใบเสร็จ และรายงานการประชุมรองรับอย่างถูกต้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

