อ.ปานเทพ หอบคำร้องปชช. ค้านผังเมืองฯ จี้ กทม. ทบทวนยกเลิกแก้มลิงคู้บอน-บางชัน หวั่นเพิ่มเสี่ยงน้ำท่วมกรุง

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ที่ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมตัวแทนภาคประชาชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือคัดค้านร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 โดยนำคำร้องและเอกสารจากประชาชนผู้ได้รับผล กระทบและผู้มีส่วนได้เสีย จำนวน 5 ลัง มายื่นต่อกรุงเทพมหานคร โดยมีนายจเร รุ่งวิไลเจริญ หัวหน้าสำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับเรื่อง
นายปานเทพ กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ดำเนินการในนามมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ร่วมกับเครือข่ายประชาชนและองค์กรภาคประชาสังคม รณรงค์รวบรวมคำร้องคัดค้านร่างผังเมือง กทม. โดยเฉพาะประชาชนที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน อาคาร ห้องชุด หรือมีส่วนได้เสียจากการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน

สาระสำคัญของหนังสือคัดค้านระบุถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการยกเลิกโครงการแก้มลิงบริเวณบึงคู้บอนและบึงบางชัน ซึ่งเดิมมีการเสนอให้เป็นพื้นที่รองรับน้ำเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม กทม. รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ทางระบายน้ำหลาก หรือฟลัดเวย์ ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้พื้นที่รองรับน้ำตามแผนลดลง ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการระบายน้ำออกจากพื้นที่เมือง โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนักต่อเนื่องหรือมีปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานานกว่าที่ผ่านมา
นอกจากนี้ร่างผังเมืองฉบับใหม่มีแนวโน้มรองรับการใช้ประโยชน์ที่ดินและความหนาแน่นของประชากรเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ จึงกังวลว่าอาจทำให้ปริมาณน้ำเสียและน้ำทิ้งจากชุมชนเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ขีดความสามารถของระบบระบายน้ำอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต
พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงข้อมูลและแผนงานของสำนักการระบายน้ำ ประจำปี 2569 ซึ่งเห็นว่าควรนำมาพิจารณาประกอบการจัดทำผังเมืองอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่รับน้ำ ทางน้ำหลาก ความหนาแน่นของเมือง และความเสี่ยงจากอุทกภัย
อย่างไรก็ตาม หากกทม.เดินหน้าประกาศใช้ผังเมืองฉบับใหม่โดยไม่ให้ความสำคัญกับพื้นที่แก้มลิงและระบบระบายน้ำอย่างเพียงพอ ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบ้านเรือนประชาชน แต่ยังอาจลุกลามไปถึงระบบคมนาคม การประกอบอาชีพ สุขภาพของประชาชน ตลอดจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่เมืองหลวง ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
นายปานเทพ กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้เข้าพบนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านร่างผังเมืองดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนการยกเลิกพื้นที่แก้มลิงและการเปลี่ยนแปลงแนวทางน้ำหลาก

จากนั้นมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินได้เปิดรับคำร้องจากประชาชนจนถึงวันที่ 30 ต.ค.69 เพื่อนำเอกสารที่รวบรวมได้มายื่นกับกทม.ในวันนี้ ซึ่งภาคประชาชนต้องการให้กทม.ทบทวนทิศทางการพัฒนาเมือง พร้อมตั้งคำถามว่า การเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่และรองรับความหนาแน่นของประชากร จะสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาพื้นที่รับน้ำและระบบป้องกันอุทกภัยได้อย่างไร เพราะผลกระทบจากการวางผังเมืองครั้งนี้ อาจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวันนี้ แต่จะส่งผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในกรุงเทพฯไปอีกหลายสิบปี โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนและอนาคตของกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่ประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง
อย่างไรก็ตามการยกเลิกพื้นที่แก้มลิงและผลกระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำ ยังเป็นข้อโต้แย้งที่จำเป็นต้องมีการชี้แจงด้วยข้อมูลทางวิชาการจากกทม. โดยเฉพาะการเปรียบเทียบพื้นที่รับน้ำตามแผนเดิมกับร่างผังเมืองใหม่ รวมถึงแบบจำลองสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างชัดเจน

ด้านนายจเร กล่าวว่า จะนำเอกสารข้อคัดค้านและข้อเสนอแนะดังกล่าวส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ต่อไป โดยกทม.ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อให้การวางผังเมืองเป็นไปอย่างรอบด้านและคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนทุกคนเป็นสำคัญ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

