นิด้าโพลชี้! คนไทยไม่ตระหนก ข่าวตุนเสบียง 3-7 วัน แนะรัฐบาลรอชัดเจน ค่อยประกาศเตือน

8 พฤศจิกายน 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กักตุนอาหาร ยา น้ำดื่ม !” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับข่าวที่หลายประเทศทั่วโลกประกาศเตือนให้ประชาชนสำรองอาหาร ยา น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้เพียงพอสำหรับ 3-7 วัน การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามถึงการเคยได้ยินข่าวที่หลายประเทศทั่วโลกประกาศเตือนให้ประชาชนสำรองอาหาร ยา น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้เพียงพอสำหรับ 3-7 วัน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 77.63 ระบุว่า เคยได้ยิน และร้อยละ 22.37 ระบุว่า ไม่เคยได้ยิน
เมื่อสอบถามผู้ที่ระบุว่าเคยได้ยินข่าวที่หลายประเทศทั่วโลกประกาศเตือนให้ประชาชนสำรองอาหาร ยา น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้เพียงพอสำหรับ 3-7 วัน (จำนวน 1,017 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความกังวลต่อข่าวที่หลายประเทศทั่วโลกประกาศเตือนให้ประชาชนสำรองอาหาร ยา น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้เพียงพอสำหรับ 3-7 วัน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 35.89 ระบุว่า ไม่กังวลเลย รองลงมา ร้อยละ 32.84 ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล ร้อยละ 26.94 ระบุว่า ค่อนข้างกังวล และร้อยละ 4.33 ระบุว่า กังวลมาก
เมื่อสอบถามผู้ที่ระบุว่าเคยได้ยินข่าวที่หลายประเทศทั่วโลกประกาศเตือนให้ประชาชนสำรองอาหาร ยา น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้เพียงพอสำหรับ 3-7 วัน (จำนวน 1,017 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับการที่รัฐบาลไทยควรออกประกาศเตือนให้ประชาชนเตรียมความพร้อมเช่นเดียวกับที่หลายประเทศทั่วโลกได้ดำเนินการ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 48.57 ระบุว่า ควรรอให้สถานการณ์ชัดเจนก่อนค่อยประกาศเตือน รองลงมา ร้อยละ 36.09 ระบุว่า ควรประกาศเตือนโดยเร็วที่สุด และร้อยละ 15.34 ระบุว่า ไม่มีความจำเป็นต้องประกาศเตือนใดๆ
ท้ายที่สุดเมื่อถามเรื่องที่ประชาชนกังวลต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยจนต้องสำรองอาหาร ยา น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตไว้ 3-7 วัน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 34.58 ระบุว่า น้ำท่วมใหญ่ รองลงมา ร้อยละ 28.24 ระบุว่า การขาดแคลนพลังงาน ร้อยละ 26.34 ระบุว่า ไม่มีประเด็นปัญหาใดๆ ที่ต้องกังวล ร้อยละ 24.27 ระบุว่า ระบบอินเทอร์เน็ตล่ม จนไม่สามารถใช้งานได้ทั้งประเทศ ร้อยละ 22.98 ระบุว่า สงครามโลกครั้งที่สาม ร้อยละ 21.15 ระบุว่า การถูกโจมตีทางไซเบอร์ (เช่น การโจมตีข้อมูลและกิจกรรมทางการเงิน ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ระบบการขนส่ง เป็นต้น) ร้อยละ 18.02 ระบุว่า โรคระบาด ร้อยละ 17.56 ระบุว่า สงครามในตะวันออกกลาง ร้อยละ 17.02 ระบุว่า ภัยแล้ง ร้อยละ 13.82 ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ร้อยละ 13.59 ระบุว่า สงคราม/ความขัดแย้งระหว่างไทยกับเพื่อนบ้าน ร้อยละ 12.14 ระบุว่า ภัยจากคลื่นความร้อน ร้อยละ 11.68 ระบุว่า สงครามในยุโรป ร้อยละ 6.72 ระบุว่า ภัยจากหมอกควัน ร้อยละ 6.41 ระบุว่า การก่อจลาจลภายในประเทศ และร้อยละ 0.61 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่สูงขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

