ดร.ณัฎฐ์ จ่อยื่นหนังสือ ผบ.ตร. ขอหมายจับ สมชัย-ยิ่งชีพ ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน พร้อมค้านประกันตัว

6 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปทุมวัน ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ประธานกรรมการใหญ่ บจ.AURELIAN GROUP และบริษัทในเครือ AG ในฐานะผู้เสียหาย จะเดินไปยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ ขอให้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ 1.นายสมชัย หรือ ชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ต้องหาที่ 1 2.นายปริญญา หรือ เอก เทวานฤมิตรกุล ผู้ต้องหาที่ 2 3.นายยิ่งชีพ หรือ เป๋า อัชฌาชานนท์ ผู้ต้องหาที่ 3 4.นายนรเศรษฐ์ หรือ รอน นาหนองตูม ผู้ต้องหาที่ 4 5.นายพงษ์ศักดิ์ หรือ เม้ง จันทร์อ่อน ผู้ต้องหาที่ 5 6.นางสาวลัดดาวัลย์ หรือ จอบหญิง ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้ต้องหาที่ 6 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนอันเป็นความผิดมูลฐานการฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ที่มีระวางโทษตามกฎหมายที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 66
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนเป็นผู้เสียหายและกล่าวโทษกับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกจริง โดยเป็นข้อจริงที่ประสบพบเจอมาจริงและโดยสุจริต ตนได้รับความเสียหายและตกเป็นเหยื่อเพราะถูกกลุ่มผู้ต้องหานี้ ร่วมกันหลอกลวง เมื่อตรวจสอบพบว่า ถูกหลอกและปกปิดช้อเท็จจริงอันควรบอให้แจ้งทั้งข้อความมระดมทุน เป็นการเผบแพร่ข้อความจากนายสมชัย ต่อสาธารณะ และเป็นอาญาแผ่นดิน ตนนำหลักฐานมาให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบก่อน ภายหลังตำรวจเรียกมาให้ปากคำ เพราะตรวจสอบในทางลับแล้ว มีมูลจริง ตนได้เข้าให้ปากคำวันที่ 4 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา
พฤติการณ์แห่งคดี ระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายสมชัย กับพวก ได่แบ่งหน้าที่กันทำ โดยผู้ต้องหาที่ 1 ทำหน้าที่โพสต์เพจ ปั่นไปไหน- สมชัย ศรีสุทธิยากร โดยโพสต๋ข้อความระดมทุนบริจาคเพื่อใช้ในการต่อสู้คดีต่อ กกต.โดยมีผู้ต้องหาที่ 2 ผู้ต้องหาที่ 5 ผู้ต้องอื่นในการร่วมกันเปิดบัญชีธนาคาร และนายสมชัยเป็นปผู้กำหนดวางแผนให้ตั้งคณะกรรมการกองทุน โดยมีวัตถุประสงค์ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ได้รับอนุญาตตากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไร มาตรา 6 วรรคหนึ่ง แห่ง พรบ.ควบคุมการเรียไร พ.ศ.2487 และไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และได้ไปซึ่งเงินของประชาชน โดยไม่น้อยกว่า 2,000 ครั้ง และถึงปัจจุบัน ยังเปิดรับบริจาคอย่างต่อเนื่อง และความเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก ต่างกรรมต่างวาระ หลังจากแจ้งความ ตนได้ยื่นหนังสือต่อประธานกรรมการ ปปง.ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการ พรบ.ปปง.เพราะความผิดฐานฉ้อโกงประชาขน อันเป็นความผิดมูลฐานการฟอกเงิน หลังจากนั้น ตนมากล่าวโทษในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน ตาม พรบ.ปปง.เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ ไม่ได้ไปกลั่นแกล้งใคร เพราะตนเป็นผู้เสียหายและสูญเสียเงินจากการถูกหลอก
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ตนได้ยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัวต่อพนักงานสอบสวนและผู้กำกับ สน.ทองหล่อ ไว้แล้ว หากไม่ดำเนินการ จะดำเนินคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเสียหายแก่รัฐ ตาม พรป.ปปช.มาตรา 4 , 172 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 , 86 และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตาม ปอ.มาตรา 83 , 157 , 200 จึงสื่อสารไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอน ป.วิอาญามาตรา 66 และตนขอคัดค้านประกันล่วงหน้าและยื่นหนังสือไว้แล้ว
ทั้งนี้ วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น.ตนจะเดินทางไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยื่นหนังสือตามขั้นตอนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายตาม ป.วิอาญา ให้ครบถ้วน ไม่เลือกปฏิบัติ ถือว่าตนมาช่วย ผบ.ตร. หัวหน้าพนักงานสอบสวนทั่วราชอาณาจักร ตาม พรบ.ตำรวจ ในฐานะผู้เสียหาย ชี้ช่อง ชี้แนะ ให้ปฏิบัติตาม ป.วิอาญา ให้ครบถ้วน เพราะคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ข่มขู่พยานและผู้เสียหาย ผู้ต้องหาไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน หากผู้ต้องหา หลบหนี ใครรับผิดชอบ เพราะกลุ่มนี้ เชื่อมโยงกับนายเพนกวิน ที่หนีหมายศาลไปต่างประเทศ อาศัยช่องธรรมชาติหลบหนี กระทบต่อการพิจารณาคดีของศาล
ส่วนภาพที่ปรากฏตามที่สื่อเสนอ หน้า สน.ทองหล่อ วันดังกล่าว ตนเดินทางไปให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน เจ้าของสำนวนในฐานะผู้เสียหาย ในคดีกล่าวโทษ นายสมชัย กับพวก เมื่อให้การเสร็จ ติดเวลาพักเที่ยง ตนได้รอยื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.รัฐนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผกก.สน.ทองหล่อ โดยต้องมีเจ้าหน้าที่แสตมป์ลงเลขรับ ตามระเบียบสารบรรณฯ แต่เจ้าหน้าที่พักทานอาหารกลางวัน ทำให้ต้องนั่งรอบริเวณชั้น 1 หน้าห้องพนักงานสอบสวน พร้อมกับพนักงานสอบสวนและทนายความส่วนตัว เมื่อถึงเวลา 13.00 น.ตนพร้อมทนายความได้ขึ้นไปยื่นหนังสืออีกครั้ง และได้ลงมาจากบันไดชั้นสอง และจะเดินไปที่รถส่วนตัวที่คนขับรถจะนำมาจอดรถด้านหน้า สน. แต่กลับพบเห็นนายสมชัย โดยบังเอิญ ได้ปั่นจักรยานมา ลักษณะจัดฉาก มีสื่อพร้อมทำข่าว และวิ่งตรงจุดที่ตนเดินอยู่ ตนสายตาสั้นเห็นและจำได้ จึงได้เดินไปถามว่า “ไปไหน” แต่นายสมชัย เอาแฮนรถจักรยานเหล็กแข็งมากระทุ้งบริเวณเอวของตนก่อน ทำให้ตนเส้นกระตุก เพราะจั๊กจี้ และตกใจ ใครจี้เอวตน ไม่ได้เลย มันจั๊กจี้จริงๆ ทำให้เส้นกระตุก จั๊กจี้ มือไม้ท่าทางจะออกท่าทางไปหมด ไม่ได้ตั้งใจกระทำ และไม่มีเจตนาไปผลักรถจักรยานให้สมชัยล้มลง เพราะหากไม่เอาแฮนด์กระทุ้งเอวตนก่อน เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้น ตนยังไม่แจ้งความเลย ถือว่าทำร้ายตน เรื่องเล็กน้อย
ส่วนภาพที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ หลายภาพตัดต่อ บิดเบือนข้อเท็จจริง ในยุค AI ปัญญาประดิษฐ์ สามารถทำได้หมดด้วยโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์แพลตฟอร์มต่างๆ ตัดต่อว่า มีการใช้กำลังรุนแรงในพื้นที่ส่วนราชการ และเป็นมีมไวรัล เทคนิคจัดฉากขี่จักรยานยนต์ทุกครั้ง เพื่อให้เกิดภาพสงสาร ถามว่า รถยนต์ที่บรรทุกจักรยาน คุณเอาเงินจากไหนมาซื้อ เดี๋ยวได้ตรวจสอบกัน เพราะนายสมชัย ไม่มีรายได้และไม่มีงานทำ หากตนจะทำร้ายนายสมชัยจริง เมื่อนายสมชัยได้นั่งลง และนั่งทำสำออย เหตุใดตนไม่กระโดดเตะปาก พี่น้องสื่อต้องฟังความสองฝ่ายและรับฟังความสองฝ่าย เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว
ส่วนสื่อมวลชนที่เป็นผู้หญิง ช่อง PPTV ที่ตนโต้เถียงด้วย ตนยืนยันว่า มีพฤติการณ์นำเสนอข่าวไม่เป็นกลางจริง เข้าข้างนายสมชัย ไม่มีจริยธรรมสื่อ ที่ต้องเสนอข้อเท็จจริงให้ครบทุกด้าน เพราะตนเจอนักข่าวคนนี้ ช่วงเช้าที่ ปปช.ที่ไปยื่นหนังสือต่อ ปปช.เวลา 10.30 น.พฤติกรรมออกตั้งแต่ตั้งคำถาม ฝากผู้บรริหาร PPTV จัดการด้วย ให้ยึดหลักจริยธรรมสื่อ ที่นำเสนอข่าวอย่างเป็นกลาง คำแถลงปรึกษาผู้บริหาร PPTV หรือยัง ระวังจะถูก กสทช.ดำเนินการนะ ตนจะให้ฝ่ายกฎหมาย ยืนหนังสือต่อ กสทช.ว่าพฤติกรรมแบบนี้ ปล่อยปละละเลย ทำผิดเงื่อนไขใบอนุญาต กสทช.หรือไม่
"นักข่าวภาคสนามเฉพาะคนนี้ นำเสนอข่าวไม่เป็นกลาง เอนเอียงไปฝ่ายนายสมชัย แบบนี้ ไม่เรียกนักข่าว เพราะจงใจใช้ความเป็นนักข่าวเสนอข่าวไม่เป็นกลาง ตนมีหลักฐานทั้งที่ ปปช.และหน้า สน.ทองหล่อ เดี๋ยวจะให้ฝ่ายกฎหมายไปยืนต่อ กสทช.จะได้จัดการสื่อที่ไร้จริยธรรม ตนเน้นย้ำนะ เฉพาะบางคน แต่พี่น้องสื่อ PPTV หลายท่านมีความเป็นกลาง และเสนอข่าวครบถ้วนและรอบด้าน"
ทั้งนี้ ตนทำธุรกิจสื่อด้วย ในฐานะประธานกรรมการใหญ่ ผู้บริหาร บจ.AURELIEN GROUP และบริษัทในเครือ AG โดยบริษัท ไทย ไพรม์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด จะได้เห็นทีวีช่องใหม่ จะเป็นคู่แข่งกับทีวีดิจิทัล โดยตนเองพร้อมหุ้นส่วนลงทุนสูงหลักพันกว่าล้าน นำบริษัทยกระดับจดทะเบียนกับ ตลท.ขยับเป็น บริษัทมหาชนจำกัด ส่วนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ตนได้ลงนามไปแล้ว เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ส่วนผู้บริหาร และ บก. ตนจะลงนามในวันพรุ่งนี้ และจะแถลงข่าวเปิดตัวเร็วๆ นี้ ที่ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเอราวัณ ราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร
ส่วนข้อหาที่นายสมชัย แจ้งความคนในคดีอาญา มาตรา 391 , 392 เป็นความผิดเพียงลหุโทษ หากตนรับสารภาพ โทษแค่ปรับ แต่ตนปฏิเสธ เพราะไม่ได้อะไรผิดกฎหมาย ส่วนข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ตาม ปอ.ม.358 นายสมชัย อ้างว่ารถจักรยานต์เป็นรอยและนาฬิกาที่สวมใส่มีรอยขีดข่วน ราคา 30,000 บาท ต้องไปพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่า ตนทำลายทรัพย์สินอย่างไร ครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่ แต่ตนบอกได้เลย “ไม่ได้กินเงินตนหรอก” เพราะตนไม่ได้กระทำโดยเจตนา เพราะใครจี้เอวตนไม่ได้ มันจั๊กจี๋ มือไม้ไปหมด ให้ไปอ่านโครงสร้างความรับผิดทางอาญา ผู้กระทำต้องรู้สำนึกในการกระทำ ต้องมีการกระทำ ถึงจะมีเจตนา ตาม ปอ.มาตรา 59 วรรคสอง ขาดองค์ประกอบความผิด
"สัปดาห์หน้าจะมอบอำนาจให้ทนายความไปกล่าวโทษกับนายสมชัย ตนจะแจ้งความกลับ นายสมชัย ศรีสุทธิยกร ในข้อหาแจ้งความเท็จฯ ตาม ปอ.มาตรา 172 , 173 , 174 รวมถึงข้อหาทำร้ายร่างกายฯ โดยจะเล่นกลับคืนทุกดอก ให้พี่น้องสื่อมวลชนติดตาม"
"แหม เอาทนายความขี้กาก กระจอก มาร้องคัดค้านประกันตัวในคดีลหุโทษเนี่ยนะ ไม่มีใครเขาทำกัน ไม่รู้ว่าเรียนจบกฎหมายมาจากที่ไหนมา ที่รู้ๆ คือ เป็นลูกน่องของ นายยิ่งชีพ ไอลอว์ และทนายคนนี้ เป็นผู้ต้องหาที่ 4 คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน สมคยกันฟอกเงินด้วย
แต่เท่าที่รู้จากสายลับคนให้ข้อมูล กลุ่มนี้ “ไม่มีรายได้และไม่มีงานทำ” “อาศัยเงินบริจาคจากต่างประเทศ” ในการดำรงชีพและนำเงินมาทำลายองค์กร กกต.กับพรรคการเมืองฝ่ายค้านบางพรรค โดยกลุ่มนี้ หลักลอยและไม่มีที่อยู่มเป็นหลักแหล่งที่แน่นอน"
ส่วนนายปริญญา หรือ เอก ทำตัวเป็นกูรูกฎหมาย รู้ทุกเรื่อง แต่กลับไม่รู้เรื่องของตนเอง เป็นอาจารย์เสื้อส้ม ให้ความเห็นไม่เป็นกลางและไม่เป็นไปตามวิชาการ ทำตัวเป็นศาลโซเชียล ตัดสินคนอื่น ตัวนายเอก เป็นคนดีคนเดียว ไม่เคยรู้ตัวเอง ตนไม่ให้ราคา ตนไม่เคารพ ยิ่งเอาตำแหน่งมาให้นายสมชัย เป็นเครื่องมือในการทุจริตหลอกลวงประชาชนอีก ตนรับไม่ได้ สัปดาห์หน้า ตนจะไปยื่นหนังสือถึง อธิบการบดี มธ.ตรวจสอบและให้ตั้งกรรมการสอบคดีวินัย จะได้รู้ว่า ตัวเองได้กระทำอะไรไว้กับพี่น้องประชาชนไว้ อย่าทำตัวเป็นพระเอก คนที่อายถึงสถาบัน คือ นายเอก หรือ ปริญญา มิใช่ตนเอง เพราะตนเรียนจบไม่เคยไปอ้างอิงสถาบัน มธ.เพราะตนจบ ดร.หลายสาขา หลายสถาบัน และไม่เคยไปหากินในคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ส่วนนายสมชัย อดีต กกต.ตนไม่เคยให้ราคา สายลับของตนตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่พบว่า มีการมีงานทำ อาศัยโซเชี่ยลโพสต์เป็นรายวัน รายชั่วโมง อยู่ไม่ห่างจากสำนักงานใหญ่ของตนไม่เกิน 300 เมตร แถวถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี ตนไปซื้อสินค้าดอยคำ ที่จำหน่ายสินค้าน้ำหลากชนิด ที่ผลิตโดยบริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และไม่มีรายได้ อาศัยเงินจากอะไรดำรงชีพ อยากค้าความกับตน ก็พร้อมท้าชนทุกคดี ฟ้องมาฟ้องกลับ ไม่โกงกัน และจะเอาคืนทุกดอกภายในอายุความ ส่วนตนกล่าวหานายสมชัย ขณะนี้ 5 คดี ที่ สน.ทุ่งสองห้อง 2 คดี สน.บางโพ 1 คดี สน.ทองหล่อ 2 คดี และจะกล่าวโทษเพิ่มอีกพร้อมกับผู้บริหารสภาทนายความยกชุดในสัปดาห์หน้า พร้อมกับอุทธรณ์คำสั่งต่อสภานายกพิเศษ (รมว.ยุติธรรม) ตาม พรบ.ทนายความ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบเรื่องด้วย โดยตนทราบจากนายสมชัย ได้นำมาโพสต์และตรวจสอบจากนายทะเบียนสภาทนายความ ทราบเรื่อง เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569
ผู้ต้องหากลุ่มนี้ ทำเป็นขบวนการ มีหลักฐานจากนายสมชัยโพสต์ ไม่น้อยกว่า 2,000 กรรม และความเสียหายจำนวนนมาก แม้นายสมชัยจะอ้างว่าไม่เบิกเงินมาใช้ก็ดี จะได้นำมาคืนตนและพี่น้องประชาชนที่เป็นเหยื่อทีถูกหลอก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

