อีลอน มัสก์ เดิมพันหมดหน้าตัก เปิดตัว 'ไซเบอร์แค็บ' ไร้พวงมาลัย-แป้นเหยียบ ท้าชนเจ้าตลาด 'เวย์โม'

8 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'อีลอน มัสก์' มหาเศรษฐีซีอีโอของเทสลาและสเปซเอ็กซ์ เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับรุ่นใหม่ล่าสุด 'ไซเบอร์แค็บ' (Cybercab) ในพื้นที่ของเมืองออสติน รัฐเท็กซัส โดยรถยนต์ไฟฟ้าสีทองรุ่นใหม่นี้เป็นรถสองที่นั่งที่ไม่มีทั้งพวงมาลัย และแป้นเหยียบ ทำให้ผู้โดยสารไม่สามารถเข้าควบคุมรถได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ก่อนนำรถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับออกมาโชว์นั้น บริษัทเทสลา ได้ออกมาเผยแพร่ข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า "ไม่มีพวงมาลัย ไม่มีแป้นเหยียบ" พร้อมภาพ 'ไซเบอร์แค็บ' ลอยอยู่เหนือเส้นขอบฟ้าเมืองออสติน ขณะที่อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเทสลา โพสต์ข้อความว่า "พายุแห่งไซเบอร์แค็บ" โดยงานนี้เขาไม่ได้ปรากฏตัวในงานเปิดตัว

ขณะนี้ 'ไซเบอร์แค็บ' ให้บริการเฉพาะบางพื้นที่ของออสติน และยังไม่ได้ประกาศว่าจะเริ่มเก็บค่าโดยสารเมื่อใด ผู้บริหาร ระบุว่า ในอนาคตมีแผนใช้ระบบกำหนดราคาแบบยืดหยุ่น ซึ่งค่าโดยสารจะปรับสูงขึ้นตามความต้องการ พร้อมชูแนวคิดมอบ "ประสบการณ์ชั้นหนึ่งในราคาแบบชั้นประหยัด"
การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในแผนของ 'อีลอน มัสก์' ที่ต้องการผลักดันเทสลาให้เป็นผู้นำด้านรถยนต์ไร้คนขับ

'อีลอน มัสก์' ระบุว่า 'ไซเบอร์แค็บ' ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบโดยไม่มีผู้ควบคุม และคาดหวังว่าในอนาคตจะกลายเป็นรถยนต์รุ่นหลักของเครือข่าย "แท็กซี่ไร้คนขับของเทสลา" (Robotaxi)
โดย 'เทสลา' ยังตามหลัง เวย์โม (Waymo) อยู่มาก ในด้านจำนวนรถและการให้บริการ เวย์โมมีรถแท็กซี่ไร้คนขับมากกว่า 4,000 คันใน 14 เมือง ขณะที่ข้อมูลของรัฐเท็กซัสเมื่อวันที่ 3 กันยายน ระบุว่า 'เทสลา' มีรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจดทะเบียน 420 คัน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นไซเบอร์แค็บ 45 คัน ส่วน เวย์โมมี 988 คันในรัฐเท็กซัส

ความท้าทายสำคัญของเทสลาคือระบบขับขี่อัตโนมัติของบริษัทใช้กล้องเป็นหลัก ซึ่ง แตกต่างจากเวย์โม และ ซูกส์ ของแอมะซอน ซึ่งใช้ทั้งกล้อง เรดาร์ และเทคโนโลยีตรวจจับด้วยแสงเลเซอร์ (ไลดาร์) เพื่อช่วยให้รถรับรู้สภาพแวดล้อม
สำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ (NHTSA) ระบุว่า ทางสำนักงานกำลังติดต่อกับ 'เทสลา' และประเมินสถานการณ์ หลังมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลางโดยทั่วไปกำหนดให้รถยนต์ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมสำหรับมนุษย์ ขณะที่กฎของรัฐบาลกลางยังจำกัดจำนวนรถที่ผู้ผลิตสามารถจำหน่ายได้ หากรถไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบ

'เทสลา' ยังต้องเผชิญการตรวจสอบด้านความปลอดภัยจากหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ หลายกรณี ทั้งการชนในสภาพหมอก แสงแดดจ้า และทัศนวิสัยต่ำ รวมถึงอุบัติเหตุที่มีคนเดินถนนเสียชีวิต ตลอดจนเหตุการณ์ที่รถซึ่งใช้ระบบช่วยขับขี่ของเทสลาฝ่าไฟแดงหรือขับผิดช่องทางจนเกิดการชนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้นั้นทาง 'เทสลา' จะเริ่มทดสอบแท็กซี่ไร้คนขับในเมืองออสตินตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 และขยายไปยังเมืองอื่นในรัฐเท็กซัสและฟลอริดา แต่การให้บริการยังมีข้อจำกัด

โดยการทดสอบของรอยเตอร์สก่อนหน้านี้พบว่าผู้โดยสารบางครั้งต้องรอรถเป็นเวลานาน และในเมืองดัลลัส รถไม่สามารถส่งผู้โดยสารถึงจุดหมายปลายทางบางแห่งภายในพื้นที่ให้บริการ ทำให้ต้องเดินต่อประมาณ 15 นาที
ขณะที่ความเชื่อมั่นของชาวอเมริกันยังเป็นอุปสรรคสำคัญ ผลสำรวจของ Pew Research Center เมื่อเดือนกุมภาพันธ์พบว่า 7 ใน 10 ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันรู้สึก "ไม่ค่อยสบายใจ" หรือ "ไม่สบายใจเลย" ที่จะโดยสารรถไร้คนขับ มีเพียง 7% ที่ระบุว่ารู้สึกสบายใจ "อย่างมาก" หรือ "มาก"
'อีลอน มัสก์' ตั้งเป้าในระยะยาวที่จะส่งซอฟต์แวร์ขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบไปยังรถเทสลาหลายแสนคันผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ เพื่อเปิดทางให้เจ้าของรถนำรถของตนเข้าสู่เครือข่ายแท็กซี่ไร้คนขับของเทสลาในช่วงที่ไม่ได้ใช้งาน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

