ชวน ประณามกลางสภาฯ ซัดหน่วยงานรัฐมักง่าย ตัดแต่งกิ่งไม้ริมถนนทางหลวง ตัดกุดหัวเหลือแต่ต้นเตี้ย เหมือนตัดแบบประหารชีวิต

8 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2 แปรญัตติในส่วนงบประมาณของกระทรวงคมนาคม ตอนหนึ่ง พร้อมใช้รูปภาพถ่ายต้นไม้ริมทางหลวงที่ถูกตัด จนเหลือแต่ต้นกุด ไร้กิ่งก้าน ว่า คำแปรญัตติของตนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างในกระทรวงคมนาคม แต่ขอทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้กับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า สมบัติของชาติ ที่เกิด แก่ เจ็บ ตายเช่นกัน แต่เขาไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งจึงไม่มีปากมีเสียง ภาพที่แสดงในจอเป็นต้นไม้ริมทางหลวงทั่วประเทศไทยที่เป็นปรากฏการณ์ ของการตัดทอนทำลายจนเสียหาย นี่ไม่ใช่การตัดแต่งต้นไม้เพื่อบำรุงรักษา แต่มันเหมือนเป็นการประหารชีวิต ประเทศไทยอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตรกำลังเผชิญภาวะโลกร้อน ต้นไม้ใหญ่จึงมีความสำคัญยิ่งในการช่วยคายออกซิเจน ช่วยสร้างภูมิทัศน์ และช่วยลดฝุ่น PM 2.5 แต่หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ กลับมอง่า ต้นไม้เป็นภาระในการบำรุงรักษา และกลัวต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดอุบัติเหตุ จึงแก้ปัญหาง่ายๆด้วยการตัดแบบหัวกุด หรือโค่นทิ้งลำต้น เพื่อหนีภาระ ทั้งนี้ ตนเคยทำหนังสือหารือไปทางรัฐบาลตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการดำเนินการใดและเมื่อมาตรวจสอบงบประมาณของกระทรวงคมนาคมที่ได้กว่า 1.6 แสนล้านบาท แม้จะมีการตัดลดงบฯ ลงไป 626 ล้านบาท แต่ก็ไม่ได้มีการจัดสรรงบเพิ่มให้กับการดูแลต้นไม้ริมทางหลวงทั่วประเทศเลย
"ผมเข้าใจดีว่า แขวงทางหลวง ทางหลวงชนบท หรือชลประทาน ไม่มีงบประมาณในส่วนนี้ บางแห่งจึงปล่อยให้ชาวบ้านมาตัดฟันไม้ไปใช้เอง จนต้นไม้ไม่เหลือกิ่งก้านสาขา ทั้งนี้ ผมขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่ จ.ตรัง ซึ่งมีการแก้ปัญหาโดยให้องค์กรและร้านค้าเอกชนเข้ามาช่วยดูแลรับผิดชอบต้นไม้เกาะกลางถนน เช่น บ.โตโยต้า ,บ.ฮอนด้า และโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ พร้อมกับมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อดูแลต้นไม้ โดยผมประเดิมมอบเงินให้ 100,000 บาท จนปัจจุบันมีเงินสมทบเกือบ 500,000 บาท ที่ช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้มาก แต่ยังไม่ทั่วถึง ผมจึงขอเสนอให้จัดสรรงบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาและอนุรักษ์ต้นไม้ทั่วประเทศอย่างถูกต้องตามหลักรุกขกรรม ให้กับหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง,กรมทางหลวงชนบท,กรมชลประทาน และส่วนท้องถิ่น ที่สำคัญต้องกำชับไม่ให้ใช้วิธีตัดกิ่งก้านแบบกุดหัว ตัดทำลายที่ทำกันอยู่ แต่ให้ใช้เจ้าหน้าที่รุกขกร คนที่มีความรู้เรื่องต้นไม้เข้ามาดูแล เพราะต้นไม้เหล่านี้ช่วยลดภัยพิบัติถือเป็นสมบัติของชาติที่มีคุณค่าเกินกว่าจะประเมินมูลค่าของเขาได้" นายชวน กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

