กรวีร์ โต้ปม กกต.ส่งซิก รัฐบาล เตะถ่วงลากถกงบฯ ปี70 ท้าเปิดหลักฐาน อย่ากล่าวหาลอยๆ

กรวีร์ โต้ปม กกต. ส่งซิก รัฐบาล เตะถ่วงลากถกงบฯ ปี70 ยื้อวาระรับทราบ รายงาน กกต. ยันไม่จริง ไร้ความจำเป็นต้องทำแบบนั้น ท้าหากมีหลักฐานก็เปิดมาเลย อย่ามากล่าวหาพูดลอยๆ ทำเสียหาย
เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงความล่าช้าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระ 2-3 ว่า ตั้งแต่วันแรก เราได้มีการกำหนดกรอบพิจารณาจะเริ่มตั้งแต่ 09.00 น. จนถึง 01:00 น. ซึ่งที่ผ่านมาเราพยายามคุมเวลา แต่การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกตั้งแต่วันแรก เราตั้งใจให้ไปได้ 15 - 16 มาตรา ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้า ได้เพียงแค่ 13 มาตรา
ส่วนวันที่ 2 มีเหตุการณ์ที่เพื่อนสมาชิกลงชื่ออภิปรายค่อนข้างมาก จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้ชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจ เพราะหลายฝ่ายย้อนกลับมาที่รัฐบาลว่า รัฐบาลจะตั้งใจจะยื้อเวลา ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ใช่เลยในการอภิปรายรอบนี้เราเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคฝ่ายค้าน อภิปรายได้อย่างเต็มที่ ซึ่ง ตลอดสองวันที่ผ่านมาฝ่ายค้านใช้เวลารวมทั้งหมดมากกว่า 20 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐขาลใช้เวลาประมาณเกือบ 12 ชั่วโมง จะเห็นว่าฝ่ายค้านใช้เวลามากกว่ารัฐบาลเยอะมากถือเป็นเรื่องปกติ เราเข้าใจและเห็นใจฝ่ายค้าน เพราะจะใช้เวทีนี้ในการตรวจสอบรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามต้องเข้าใจ ว่าเวทีนี้ ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้านเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายรัฐบาลซึ่งมีประเด็นในพื้นที่มา ก็ต้องการอภิปรายแสดงความคิดเห็นแทนชาวบ้านในพื้นที่ของเขาในการพิจารณางบประมาณ ดังนั้น เรื่องการบริหารเวลา ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล แต่ต้องช่วยกันในการบริหารเวลา ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งตัวเลขที่ออกมาชัดเจนว่า เราให้เวลาฝ่ายค้าน มากกว่าฝ่ายรัฐบาล
“ถ้าจะบอกว่าฝ่ายรัฐบาลเป็นคนที่ยืดเยื้อทำให้การอภิปรายล่าช้า ต้องถามกลับว่าจะไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลอภิปรายเลยหรือ ซึ่งผมคิดว่าไม่มีใครคิดแบบนั้น ดังนั้นการที่มากล่าวร้ายว่ารัฐบาล เป็นคนที่ดึงเวลา ไม่เป็นธรรมกับฝ่ายรัฐบาลเลย“ ประธานวิปรัฐบาล กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นในการพิจารณาวาระการประชุมในวันพฤหัสบดี ทั้งเรื่องจังหวัดชายแดนใต้ และการรับทราบรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลบหนีไม่ได้อยู่แล้ว ในเพราะเรื่องค้างอยู่ในระเบียบวาระ และพวกเราพร้อมจะเดินหน้า เข้าสู่การพิจารณาทั้งสองเครื่องอยู่แล้ว ฝ่ายรัฐบาลเตรียมที่จะอภิปรายรายงานของ กกต. ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเองมีประเด็น ที่อยากซักถาม และสะท้อนไปยัง กกต. ไม่น้อยไปกว่าฝ่ายค้าน
“จะมองไปเป็นประเด็นการเมือง และคิดว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะยื้อเวลา ด้วยข้อเท็จจริง เวลาที่ใช้อภิปราย ตอบชัดแล้วว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ส่วนเรื่องของการบรรจุระเบียบวาระ ถูกบรรจุไว้ในระเบียบของสภา ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องมาพิจารณาอยู่แล้ว” นายกรวีร์ กล่าว
เมื่อถามว่าข้อเสนอของฝ่ายค้าน อยากให้ในวันพรุ่งนี้มีการพิจารณาตามวาระปกติ และค่อยกลับมาพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. แทน จะผิดข้อบังคับการประชุมหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ถ้ามีเรื่องที่ค้างการพิจารณาอยู่ ซึ่งใน 3 วันนี้ เป็นการนัดประชุมนัดพิเศษ ไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้น การพิจารณางบประมาณอาจจะยืดเยื้อไปได้ ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น ควรที่จะพิจารณาให้มันจบ เป็นเรื่อง ๆ ไป แล้วจะกลับมาพิจารณาตามวาระปกติ ตนคิดว่าเพื่อนสมาชิกคงไม่ขัดข้อง ซึ่งการบรรจุระเบียบวาระเป็นเรื่องของประธานรัฐสภา ว่าเห็นควรแบบไหน ซึ่งขณะนี้คงไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จทั้ง 41 มาตราได้ ต้องดูประธานสภาว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงวาระหรือบรรจุวาระใหม่อย่างไร
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านมองว่า กกต. มีการส่งสัญญาณมายังสส. ให้ยืดเวลาการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯปี70 ถือเป็นการปกป้อง กกต. ไม่ให้ถูกอภิปราย นายกรวีร์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่มีแน่นอน และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น กกต. เป็นองค์กรอิสระ รัฐบาลไม่ได้มีหน้าที่กำกับดูแล รวมถึงสภาฯ ไม่ได้มีหน้าที่กำกับดูแล หรือควบคุม เรื่องที่จะเข้ามาเป็นเรื่องรายงานของปี 2567 และ 2568 ซึ่งทางฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะอภิปราย ซึ่งรัฐบาลโดยพรรคภูมิใจไทย ก็มีประเด็นที่จะอภิปรายกับ กกต. เช่นกัน เพราะฉะนั้น เรื่องที่มากล่าวหาแบบนี้ ตนอยากเห็น เอาหลักฐานมาเลย ตนหรือไม่ หรือใคร จะได้ให้เกิดความชัดเจน ไม่ใช่มากล่าวหา และพูดลอย ๆ ทำให้เกิดความเสียหายกับคนอื่นแบบนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

