เปิดขุมทรัพย์ 720 ล้าน "สมีโชติ-สีกาเอ๋"! ผงะซุกทองกว่า 1,000 บาทในกุฏิ

จากกรณีอื้อฉาว อดีตเจ้าอาวาสวัดพุธไทยสวรรค์มีพฤติกรรมเสพเมถุนกับสีการวมถึงเบียดบังเงินวัด วันนี้ 11 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม ได้แถลงการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าอดีตเจ้าอาวาสมีพฤติกรรมรับเงินบริจาคและเงินจากการเช่าบูชาวัตถุมงคลในนามวัด โดยมีการออกใบอนุโมทนาบัตรให้ผู้บริจาครวมยอดเงินกว่า 100 ล้านบาทเศษ แต่กลับพบว่า เงินดังกล่าวไม่ได้ถูกนำเข้าบัญชีของวัดแต่อย่างใด แต่ถูกโอนย้ายและเชื่อว่ามีการสมคบคิดฟอกเงินร่วมกับ น.ส.ปุณยวีร์ ทำให้วัดได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ปฏิบัติการครั้งนี้ ตำรวจได้ปูพรมตรวจค้นเป้าหมาย 6 จุดใน 4 จังหวัด (อยุธยา, ปทุมธานี, กทม. และบุรีรัมย์)

เปิดกรุสมบัติ ยึดทรัพย์สินรวมกว่า 720 ล้านบาท!
จากการตรวจค้นกุฏิอดีตเจ้าอาวาสหรือพระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) และบ้านพักของ น.ส.ปุณยวีร์ เจ้าหน้าที่ต้องตะลึงกับทรัพย์สินจำนวนมหาศาลที่ถูกซุกซ่อนไว้ รวมมูลค่าการตรวจยึดกว่า 723,563,947 บาท แบ่งเป็น
- ยึดจากกุฏิอดีตเจ้าอาวาส (สมีโชติ) (มูลค่ารวม 498,308,986 ล้านบาท)
- เงินสด จำนวน 138,308,986 บาท
- ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ น้ำหนักรวมกว่า 1,000 บาท (มูลค่าร่วม 70 ล้านบาท)
- นอกจากนี้ยังตรวจพบ สมุดบัญชีเงินฝากที่มีเงินกว่า 290 ล้านบาท
- ยึดจากบ้านพัก น.ส.ปุณยวีร์ (เอ๋) (มูลค่ารวมกว่า 225,254,961 บาท และเอกสารสำคัญ)
- เงินสด จำนวน 3,873,614 บาท
- ทองคำ น้ำหนัก 90 บาท (มูลค่า 6,151,500 บาท)
- โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ, สัญญาซื้อขายที่ดิน 1 ฉบับ สมุดบัญชี 7 เล่ม, กรมธรรม์สุขภาพ, ใบประกันทองคำ 6 ใบ ซื้อขายทองคำ 7 ใบ และสลากออมสิน 4 ใบ (มูลค่า 215,229,847)

เปิดรายละเอียดข้อหา
ตามกฎหมายไทย "เจ้าอาวาส" มีสถานะเป็น "เจ้าพนักงาน" การกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของวัดจึงไม่ได้มีความผิดแค่ในทางพระธรรมวินัย แต่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งนำไปสู่การตั้งข้อหาหนักครอบคลุมหลายพ.ร.บ. ดังนี้
- พระวชิรญาณ (สมีโชติ) อดีตเจ้าอาวาส
เผชิญข้อหาในฐานะ "ตัวการหลัก" หรือผู้กระทำความผิดโดยตรง ประกอบด้วย
- ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของรัฐ (ป.อ. มาตรา 147) ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ของวัด แต่กลับเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต (อัตราโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต)
- ความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ป.อ. มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. 2561 มาตรา 172) การจงใจใช้ตำแหน่งเจ้าอาวาสออกใบอนุโมทนาบัตรเถื่อน หรือละเว้นการนำเงินเข้าบัญชีวัด เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่วัด และเอื้อประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง
- ความผิดฐานฟอกเงิน (พ.ร.บ.ฟอกเงิน 2542 มาตรา 3(5), 5, 10 และ 60 ประกอบ ป.อ. มาตรา 83) การนำเงินที่ได้จากการทุจริต (เงินวัด) ไปโอน เปลี่ยนสภาพ หรือซุกซ่อนในรูปแบบของทองคำแท่ง เงินสด และทรัพย์สินอื่นๆ เพื่ออำพรางแหล่งที่มาของเงิน โดยกระทำการร่วมกับผู้อื่น
- น.ส.ปุณยวีร์ (สีกาเอ๋)
แม้จะไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน แต่ในทางกฎหมายถือว่ามีส่วนร่วมอย่างสำคัญ จึงเผชิญข้อหาหนักใน 2 ส่วนหลัก
- ฐานะ "ผู้สนับสนุน" ให้เจ้าพนักงานทุจริต (ป.อ. มาตรา 147, 157 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 172 ประกอบ ป.อ. มาตรา 86) กฎหมายมองว่า น.ส.ปุณยวีร์ เป็นผู้ให้การช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่อดีตเจ้าอาวาสในการยักยอกเงินวัด (เช่น การยอมให้ใช้บัญชีตนเองเป็นทางผ่านเงิน) จึงต้องรับโทษในฐานะผู้สนับสนุน
- ฐานะ "ตัวการร่วม" ฟอกเงิน (พ.ร.บ.ฟอกเงิน 2542 ประกอบ ป.อ. มาตรา 83) เป็นผู้ร่วมขบวนการรับโอนเงิน นำเงินไปซื้อที่ดิน ทาวน์เฮาส์ ทองคำ และนำไปฝากในบัญชีธนาคารในชื่อของตนเองและบุตรสาว ถือเป็นการร่วมกันฟอกเงินที่ได้จากการทุจริตโดยตรง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

