ดูเตอร์เต ความจำเสื่อมหนัก ทีมทนายเผยบางครั้งจำชื่อทนายตัวเองไม่ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โรดริโก ดูเตอร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ วัย 81 ปี กำลังเผชิญการพิจารณาว่ามีสภาพจิตใจและความสามารถเพียงพอที่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติต่อหน้าศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) หรือไม่ หลังทีมทนายฝ่ายจำเลยระบุว่า เขามีอาการบกพร่องด้านความจำอย่างมีนัยสำคัญ จนบางครั้งไม่สามารถจำชื่อทนายของตัวเองได้
ดูเตอร์เตถูกตั้งข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติจากกรณีสงครามยาเสพติด ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ระหว่างปี 2016-2022 โดยอัยการกล่าวหาว่า เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารอย่างน้อย 76 ราย ระหว่างปี 2013-2018 ขณะที่การปราบปรามยาเสพติดในช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตหลายพันคนตามข้อมูลของฝ่ายอัยการ
เดิมการพิจารณาคดีของดูเตอร์เตมีกำหนดเริ่มวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ แต่ผู้พิพากษากำลังพิจารณาว่าเขามีความพร้อมทางจิตใจที่จะเข้าสู่การพิจารณาคดีหรือไม่ โดยมีคำสั่งให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 คนดำเนินการประเมินทางการแพทย์ ทั้งนี้ ผลการประเมินฉบับเต็มยังไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ
ในเอกสารที่ทีมทนายฝ่ายจำเลยยื่นต่อไอซีซี ซึ่งลงวันที่ 14 กันยายน และเผยแพร่บนเว็บไซต์ของศาลเมื่อวันที่ 15 กันยายน ระบุว่า ดูเตอร์เต “มีความบกพร่องด้านความจำอย่างมีนัยสำคัญ” จนไม่สามารถจดจำข้อมูลใหม่และเรียกคืนความทรงจำได้อย่างน่าเชื่อถือ
ปีเตอร์ เฮย์นส์ หัวหน้าทนายฝ่ายจำเลย กล่าวว่า อาการดังกล่าวทำให้ดูเตอร์เตไม่สามารถมีส่วนร่วมกับคดีได้อย่างแท้จริง และบางครั้งถึงขั้นจำชื่อหัวหน้าทนายของตัวเองไม่ได้ ส่งผลให้ทีมกฎหมายต้องเตรียมการต่อสู้คดีโดยแทบไม่ได้รับคำแนะนำหรือข้อมูลที่มีความหมายจากลูกความ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอัยการไอซีซีมีความเห็นแตกต่างออกไป โดยในเอกสารที่ยื่นต่อศาลระบุว่า ดูเตอร์เตยังสามารถใช้สิทธิด้านกระบวนการพิจารณาคดีและสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมได้อย่างมีความหมาย และสรุปว่าเขามีความพร้อมที่จะเข้าสู่การพิจารณาคดี
ตามกฎของไอซีซี กระบวนการพิจารณาคดีไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ หากจำเลยไม่สามารถเข้าใจข้อกล่าวหาหรือไม่สามารถมีส่วนร่วมในการต่อสู้คดีของตัวเองได้อย่างมีความหมาย
ฝ่ายจำเลยยังตั้งข้อสงสัยต่อรายงานของคณะแพทย์ โดยระบุว่า ผลการประเมิน ไม่สมบูรณ์และไม่เพียงพอ พร้อมเรียกร้องให้ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 คนเข้ารับการซักค้าน
ตามเอกสารของฝ่ายจำเลย ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ดูเตอร์เตอาจไม่ได้ทุ่มเทสมาธิอย่างเต็มที่ระหว่างการทดสอบ ทำให้ผลการประเมินตีความได้ยาก ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า ผลการทดสอบเกิดจากการแสร้งทำอาการหรือขาดแรงจูงใจ หรือเกิดจากความไม่สามารถทำแบบทดสอบได้จริงอันเป็นผลจากภาวะทางระบบประสาทที่อยู่เบื้องหลัง
เฮย์นส์ระบุว่า ปัญหาด้านความจำดังกล่าวไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อการเตรียมคดีเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบต่อความสามารถของดูเตอร์เตในการให้การเพื่อปกป้องตัวเองในชั้นศาลด้วย โดยยกตัวอย่างว่า หากเขาไม่สามารถจำได้ว่าตัวเองได้รับเลือกตั้งครั้งล่าสุดในฟิลิปปินส์เมื่อใด การสรุปว่าเขาจะสามารถให้การที่ถูกต้องเพื่อปกป้องตัวเองก็อาจเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล
นับตั้งแต่ดูเตอร์เตถูกจับกุมและส่งตัวไปยังกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของไอซีซี เขาปรากฏตัวต่อสาธารณะในการพิจารณาคดีเพียงครั้งเดียวผ่านระบบวิดีโอลิงก์ ในการปรากฏตัวครั้งนั้น เขาดูมีอาการมึนงงและสับสน พึมพำเพื่อยืนยันชื่อของตัวเอง และดูเหมือนจะเผลอหลับระหว่างกระบวนการพิจารณา
หลังจากนั้น ทีมทนายของดูเตอร์เตได้ยื่นคำร้องขอให้เขาไม่ต้องเข้าร่วมการพิจารณาคดีครั้งต่อ ๆ ไปด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ขณะที่โจแอนนา คอร์เนอร์ ผู้พิพากษาประธาน ได้เรียกร้องให้เขาเข้าร่วมการพิจารณาคดีก่อนการพิจารณาคดีในวันพุธ
หากดูเตอร์เตเดินทางไปปรากฏตัวต่อหน้าไอซีซีด้วยตัวเอง เขาจะเป็นอดีตผู้นำประเทศในเอเชียคนแรกที่มาปรากฏตัวต่อหน้าศาลด้วยตัวเองในลักษณะดังกล่าว
ขณะนี้ศาลยังต้องพิจารณาข้อมูลจากทั้งฝ่ายจำเลย ฝ่ายอัยการ และผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ ก่อนตัดสินว่า ดูเตอร์เตมีความพร้อมที่จะเข้าสู่การพิจารณาคดีตามกำหนดหรือไม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

