ปฐม อินทโรดม ชื่นชม สีหศักดิ์ คุมเกมเจรจาไทย-กัมพูชา สุภาพ-ไร้คำขู่-ไม่มีทุบโต๊ะ แต่เนื้อหาโคตรแข็ง

16 กันยายน 2569 นายปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pathom Indarodom ระบุว่า การเจรจาไทย–กัมพูชา เมื่อวานซืนถ้าให้ผมให้คะแนนทีมไทย ผมให้ 9 เต็ม 10 ครับ ไม่แน่ใจคนอื่นให้เท่าไรกันบ้าง
โดยเฉพาะ รมต. สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่พูดนิ่ม สุภาพ แทบไม่มีคำขู่ ไม่มีการทุบโต๊ะ แต่ถ้าอ่านสิ่งที่ไทยวางลงบนโต๊ะจริง ๆ จะพบว่าเนื้อหาเรานั้นโคตรแข็ง
ผมลองไล่อ่านทั้ง Reuters, AP, The Diplomat, Anadolu, Bernama รวมถึงข่าวที่กระจายต่อใน ABC News และ The Independent ภาพที่ออกมาค่อนข้างตรงกันว่า สองฝ่ายเข้าห้องเดียวกัน แต่ไม่ได้วางเกมเหมือนกัน
Reuters รายงานว่า กัมพูชาต้องการข้อตกลงเขตแดนทางทะเล แต่เปิดทางไว้ว่า หากตกลงเส้นไม่ได้ ก็พร้อมพิจารณา joint development และแบ่งผลประโยชน์จากทรัพยากรร่วมกัน
ส่วนไทยบอกว่า มาคุยเรื่องเส้นเขตแดนทางทะเลกันก่อน และ รมต. สีหศักดิ์ขีดเส้นแดงอีกเส้นไว้ชัดมากว่าอธิปไตยเหนือเกาะกูด ไม่ได้อยู่บนโต๊ะนี้
Anadolu ถึงกับวางภาพสองฝ่ายไว้ในพาดหัวว่า กัมพูชาต้องการ maritime boundary pact ขณะที่ไทยยืนยันว่าจะปกป้อง sovereignty และ maritime rights
ที่ผมชอบคือ ไทยไม่ได้ปฏิเสธ UNCLOS ไม่เดินหนีออกจากโต๊ะ และไม่ได้ประกาศว่าจะไม่เจรจา
ตรงกันข้าม ไทยบอกว่าพร้อมร่วมกระบวนการอย่างสร้างสรรค์และหาทางออกอย่างสันติ ซึ่งนั่นแปลว่าพร้อมคุย แต่ไม่ได้แปลว่าต้องรีบตกลง
AP รายงานคำอธิบายของสีหศักดิ์ว่า กรอบเดิมดำเนินมาถึง 25 ปี แต่มีการประชุมอย่างเป็นทางการเพียงสองครั้งและแทบไม่มีความคืบหน้า ไทยจึงต้องการเริ่มต้นใหม่ และก่อนหน้านี้ก็เคยเสนอให้กลับมาเจรจาโดยตรงก่อนเข้าสู่ compulsory conciliation
ตรงนี้ทำให้ผมมองว่า สิ่งที่ไทยกำลังถืออยู่ไม่ใช่แค่ข้อกฎหมาย
แต่คือ “เวลา”
เราอาจไม่ตั้งใจยื้อ 10 หรือ 20 ปี หรือไม่สนใจทรัพยากรมหาศาลใต้ทะเล เพราะ Reuters ระบุว่าพื้นที่พิพาทประมาณ 26,000 ตารางกิโลเมตรอาจมีก๊าซเกือบ 12 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และมีการประเมินมูลค่าทรัพยากรสูงถึงประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์
ใคร ๆ ย่อมอยากได้ประโยชน์จากมัน แต่คำถามสำคัญกว่า คือใครจำเป็นต้องรีบใช้มันกว่ากัน
กัมพูชาเป็นฝ่ายนำเรื่องเข้าสู่ compulsory conciliation ขณะที่ไทยเข้าร่วมโดยยังรักษากรอบของตัวเอง และข้อเสนอแนะสุดท้ายของคณะกรรมาธิการก็ ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย
นี่คือเหตุผลที่ผมให้คะแนน รมต. สีหศักดิ์ 9/10
ไม่ใช่เพราะไทย “ชนะ” เพราะเกมนี้เพิ่งเริ่ม และยังไม่มีใครชนะอะไรทั้งนั้น
แต่เพราะเราแสดงให้เห็นว่า ความสุภาพไม่จำเป็นต้องแปลว่าอ่อนแอ และความแข็งกร้าวก็ไม่จำเป็นต้องแสดงด้วยความก้าวร้าว
เราพร้อมคุยครับ แต่เรื่องเขตแดนต้องชัด เกาะกูดไม่อยู่บนโต๊ะ และไม่จำเป็นต้องรีบปิดดีล
ในการเจรจา คนที่ได้เปรียบจึงไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่พูดดังกว่า
บางครั้งคือ คนที่รอได้นานกว่า…
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

