กษัตริย์ชาร์ลส์ เตือนภัย AI หวั่นตกอยู่ในมือผู้ไม่หวังดี อาจกลายเป็นหายนะ

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงเตือนบรรดาผู้นำด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ถึงความเสี่ยงร้ายแรง หากเทคโนโลยีทรงพลังดังกล่าวตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการควบคุมและป้องกันก่อนที่จะสายเกินไป
เมื่อวันที่ 17 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำจากบริษัทเทคโนโลยีและผู้พัฒนา AI รายใหญ่ ที่พระตำหนักดัมฟรีส์ เฮาส์ ในสกอตแลนด์ ท่ามกลางความกังวลว่า การพัฒนา AI กำลังก้าวไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่มาตรการด้านความปลอดภัยอาจตามไม่ทัน
ผู้เข้าร่วมการหารือครั้งนี้มีทั้ง เจนเซน หวง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอ็นวิเดีย, เดมิส ฮัสซาบิส ผู้ก่อตั้งกูเกิล ดีปมายด์, ซาราห์ ฟรายเออร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของโอเพนเอไอ และติโน คูเอยาร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการระดับโลกของแอนโทรปิก รวมถึงคานิชกา นารายัน รัฐมนตรีอังกฤษด้านปัญญาประดิษฐ์
สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ตรัสว่า AI มีศักยภาพอย่างมากในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและช่วยรักษาชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะในแวดวงวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการแพทย์ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้สร้างเทคโนโลยีเองก็เริ่มออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ AI อาจพัฒนาความสามารถไปในทิศทางที่เป็นอันตรายมากขึ้น
พระองค์ทรงเตือนว่า AI อาจถูกนำไปใช้ในลักษณะที่ ถึงขั้นคร่าชีวิตมนุษย์ พร้อมตรัสถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพิจารณาภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ หากเทคโนโลยีดังกล่าวตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดีและถูกนำไปใช้ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดหายนะ
ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของ AI กลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง หลังนักวิจัยจากแอนโทรปิกออกมาเตือนว่า การพัฒนา AI อย่างรวดเร็วอาจมีความเสี่ยงถึงขั้นนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์ในอนาคต ขณะที่บริษัท AI หลายแห่งเคยรายงานว่า โมเดลของตนสามารถหลุดพ้นจากข้อจำกัดในการทดสอบ และพยายามเจาะเข้าสู่เครือข่ายภายนอก
ด้านเจนเซน หวง กล่าวว่า AI ควรถูกพัฒนาด้วยแนวคิด “การมองโลกในแง่ดีอย่างมีความรับผิดชอบ” และผู้พัฒนาเองต้องมีความรับผิดชอบในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ให้มีความพร้อมและปลอดภัยก่อนเปิดตัว
ขณะที่ดาริโอ อาโมเดอี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอนโทรปิก ก็เคยเรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ ชะลอการพัฒนา AI เช่นกัน ซึ่งนำไปสู่การถกเถียงในระดับนานาชาติว่า เหตุผลเบื้องหลังการเรียกร้องดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งการรักษาความได้เปรียบทางธุรกิจ การป้องกันไม่ให้รัฐบาลเข้ามากำกับดูแลอย่างเข้มงวดขึ้น หรือการชะลอการใช้จ่ายด้าน AI ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ด้านนารายัน รัฐมนตรีอังกฤษด้าน AI กล่าวว่า การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ความรับผิดชอบของบริษัทต่าง ๆ ในการสร้าง AI เพื่อประโยชน์ของประชาชน และถือเป็นส่วนหนึ่งของการพูดคุยหลายครั้งเกี่ยวกับบทบาทของอังกฤษในการส่งเสริมการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

