กองทัพจีนสะเทือน สี จิ้นผิง สั่งขับ 2 บิ๊กทหารพ้นพรรคคอมมิวนิสต์-กองทัพ โดนข้อหาหนักทรยศ ทุจริต

22 กันยายน 2569 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ทางการจีนได้ทำการขับเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง 2 นาย คือ พล.อ.จาง โหย่วเซีย (Zhang Youxia) และ พล.อ.หลิว เจิ้นหลี่ (Liu Zhenli) ออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ กองทัพจีน ตามประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังถูกสอบสวนคดีร้ายแรง ความไม่จงรักภักดี ทั้งทุจริต ประพฤติผิดวินัย การละเมิดวินัยร้ายแรง
พล.อ.จาง โหย่วเซีย รองผู้บัญชาการสูงสุดของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และอดีตรองประธานคณะกรรมการกลางการทหาร (CMC) ซึ่งเป็นหน่วยบัญชาการสูงสุด และได้รับการมองว่าเป็นพันธมิตรทางทหารที่ใกล้ชิดที่สุดของสี จิ้นผิง มาอย่างยาวนาน ส่วน พล.อ.หลิว เจิ้นหลี่ สมาชิกคณะกรรมการกลางการทหาร (CMC) และเสนาธิการของกรมเสนาธิการร่วม
โดยทั้ง 2 ต่างตกอยู่ภายใต้การถูกสอบสวนในข้อกล่าวหาละเมิดวินัยร้ายแรงมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนทั้งสองจะถูกปลดออกจากตำแหน่งในคณะกรรมาธิการกลางทหารของจีนอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคม

นับตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจในปี 2012 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เปิดฉากการปราบปรามการทุจริตและวินัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ ข้าราชการหลายล้านคนในระบบราชการขนาดใหญ่ของจีนถูกสอบสวนในระดับต่างๆ กัน โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรค รัฐบาล และกองทัพจำนวนมากถูกจับกุมและถูกปลดออกจากตำแหน่ง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากองทัพกลายเป็นเป้าหมายหลักของการรณรงค์ปราบปรามการทุจริตในวงกว้าง นี้มากขึ้นเรื่อยๆ การสอบสวนและการขับไล่หลายครั้งทำให้เหลือเพียงสองคนที่มีบทบาทในคณะกรรมการกลางการทหาร (CMC) ซึ่งเดิมมีสมาชิก 7 คน รวมทั้ง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้ดำรงตำแหน่งประธานด้วย
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในฐานะผู้นำจีน กล่าวหา นายพลระดับสูงทั้ง 2 คน ว่า ไม่จงรักภักดีต่อพรรค ละทิ้งหลักการของพรรค ล้มเหลวในการบังคับใช้ระเบียบวินัยของพรรคอย่างเคร่งครัด และไม่ดูแลเจ้าหน้าที่และสมาชิกในครอบครัว

ต่อมาสำนักข่าวซินหัว ของรัฐบาลจีน รายงานโดยอ้างเอกสารทางการว่า พล.อ.จาง โหย่วเซีย และ พล.อ.หลิว เจิ้นหลี่ "ละเมิดวินัยทางการเมืองและกฎระเบียบทางการเมืองอย่างร้ายแรง ก่อตั้งกลุ่มและฝ่ายต่างๆ และไม่จงรักภักดีต่อพรรค"
รายงานระบุว่า นายพลระดับสูงทั้ง 2 นั้น ได้ละเมิดเส้นแบ่งและข้อจำกัดขั้นพื้นฐาน พร้อมเสริมว่า การกระทำผิดทางการเมืองและเศรษฐกิจของพวกเขามีความเกี่ยวพันกัน และการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างทุจริตเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการละเลยหน้าที่และการใช้อำนาจในทางที่ผิด โดยมีแถลงการณ์ระบุอีกว่า "จำนวนเงินที่เกี่ยวข้องนั้นมหาศาลอย่างยิ่ง ลักษณะการกระทำของพวกเขา นั้นร้ายแรงอย่างมาก และผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นร้ายแรงอย่างยิ่ง"
เดนนิส ไวลเดอร์ อดีตนักวิเคราะห์จีนของซีไอเอและนักวิจัยอาวุโสแห่งมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าวว่า แม้ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตจะไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับนายทหารระดับสูงของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน แต่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนคือข้อกล่าวหาเรื่องความไม่จงรักภักดี ซึ่งรวมถึงการรวมกลุ่มและแบ่งฝ่าย
โดยข้อกล่าวหาเรื่องไม่จงรักภักดี ชวนให้นึกถึงยุคของ 'เหมา เจ๋อตง' และหากได้รับการพิสูจน์แล้ว อาจบ่งชี้ว่า 'สี จิ้นผิง' มองสถานการณ์นี้ว่าเป็นความท้าทายอย่างร้ายแรงต่ออำนาจและตำแหน่งทางการเมืองของเขา นี่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังทั้งผู้อาวุโสและกองทัพเกี่ยวกับการท้าทาย 'สี จิ้นผิง'
พล.อ.จาง โหย่วเซีย ยังเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกรมการเมืองซึ่งเป็นกลุ่มชนชั้นนำของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ปกครองประเทศ และเป็นหนึ่งในนายทหารชั้นนำเพียงไม่กี่คนที่มีประสบการณ์ในการรบ

โจเซฟ โทริเกียน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองจีนจากมหาวิทยาลัยอเมริกัน กล่าวว่า สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดเกี่ยวกับช่วงเวลานี้คือ ในช่วงทศวรรษ 1980 'พล.อ.จาง' ถูกนำเสนอโดยพรรคและหน่วยงานโฆษณาชวนเชื่อของกองทัพว่าเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ชาวจีนอีกรุ่นหนึ่งจะจงรักภักดีต่อการปฏิวัติ และตอนนี้ 'พล.อ.จาง' กำลังเผชิญข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและวัตถุนิยม ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ทำให้คนอื่นๆ ในกลุ่มของเขาจำนวนมากต้องตกต่ำ
สื่อของรัฐบาลจีน รายงานว่า การขับไล่ 'พล.อ.จาง' และ 'พล.อ.หลิว' ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการในการประชุมโปลิตบูโรที่นำโดย 'สี จิ้นผิง' เมื่อวันจันทร์ (21 ก.ย.) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า คดีอาญาที่ต้องสงสัยของพวกเขาจะถูกส่งต่อให้พนักงานอัยการทหารตรวจสอบและดำเนินคดีต่อไปตามกฎหมาย
ซึ่งการประกาศปลดนายพลระดับสูงดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน ก่อนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน จะเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อเจรจากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการประชุมใหญ่ของพรรคในเดือนตุลาคมซึ่งมีความสำคัญเกี่ยวกับการกำกับดูแลและการรักษาวินัยภายในพรรค
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

