หมอวี เปิด 3 ปัจจัยหลัก ทำไมอัตราการเกิดโรคเรื้อรัง ถึงเพิ่มขึ้นในยุคนี้

วันที่ 22 กันยายน 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ป้องกันแขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต และประสาทศัลยแพทย์ ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อ "บทที่ 3 ทำไมโรคเรื้อรังถึงพบบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในยุคนี้"
เรื่องจริงที่อยากชวนคุณคิด
สมัยที่ผมเรียนแพทย์ อาจารย์สอนว่าเบาหวานชนิดที่ 2 คือ "โรคของผู้ใหญ่วัยกลางคนขึ้นไป" ส่วนโรคหัวใจและอัลไซเมอร์ ถูกจัดเป็น "โรคของผู้สูงอายุ" แทบทั้งหมด
แต่วันนี้ ห้องตรวจของหมอทั่วประเทศเจอเด็กอายุแค่ 12-13 ปีเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เจอคนอายุ 40 ต้นๆ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และเจอผู้ป่วยสมองเสื่อมที่อายุยังไม่ถึง 60
คำถามคือ ยีนของมนุษย์เปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้เชียวหรือ ในเวลาแค่ไม่กี่สิบปี
คำตอบสั้นๆ คือ ไม่ใช่ยีนที่เปลี่ยน
ยีนของมนุษย์เปลี่ยนแปลงผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ ซึ่งใช้เวลานับพันถึงหมื่นปี ไม่ใช่หลักสิบปี พูดอีกแบบคือ กรรมเก่าที่คล้ายกันของมนุษยชาติโดยรวมแทบไม่ได้ขยับเลยตลอด 2-3 ชั่วอายุคนที่ผ่านมา
สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจคือ “กรรมใหม่” สิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตที่ยีนของเราต้อง "ตอบสนอง" ด้วย และนี่คือสามเหตุผลหลักที่อธิบายว่าทำไมโรคเรื้อรังถึงมาเร็วขึ้นและมากขึ้นในยุคของเรา
เหตุผลที่หนึ่ง: ประชากรอายุยืนขึ้น โรคที่ซ่อนอยู่จึงมีเวลาโผล่มากขึ้น
ทั่วโลกกำลังเข้าสู่สิ่งที่นักระบาดวิทยาเรียกว่า "การเปลี่ยนผ่านทางระบาดวิทยา" (epidemiological transition) คือเมื่อประเทศพัฒนาขึ้น การแพทย์ดีขึ้น คนตายจากโรคติดเชื้อน้อยลง แต่มีอายุยืนพอที่จะ "อยู่ทัน" ให้โรคเรื้อรังที่สะสมมานานแสดงอาการ
ยกตัวอย่างอัลไซเมอร์ที่เราพูดถึงในบทนำ โรคนี้ใช้เวลาสะสมพยาธิสภาพในสมองนานนับสิบปีก่อนมีอาการ ถ้าคนสมัยก่อนเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อหรืออุบัติเหตุก่อนอายุ 60 ก็แทบไม่มีโอกาสได้ "อยู่จนเห็น" อัลไซเมอร์แสดงตัวเลย ทุกวันนี้คนอายุยืนขึ้นมาก โรคที่เคยซ่อนเงียบจึงมีเวลาปรากฏให้เห็นมากขึ้นตามไปด้วย
เหตุผลที่สอง: กรรมใหม่ของทั้งสังคมเปลี่ยนเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน
นี่คือปัจจัยที่ทรงพลังที่สุด และเชื่อมโยงตรงกับเรื่องเอพิเจเนติกส์ที่เราคุยกันในบทที่แล้ว
ลองนึกภาพสิ่งที่เปลี่ยนไปในช่วงชีวิตคนคนเดียว อาหารที่เคยเป็นข้าวแกงปรุงสดกลายเป็นอาหารแปรรูปสูง (ultra-processed food) ที่หาซื้อได้ทุกมุมถนน งานที่เคยต้องใช้แรงกายกลายเป็นงานนั่งโต๊ะทั้งวัน แสงไฟและหน้าจอที่รบกวนการนอนตอนกลางคืน ความเครียดเรื้อรังจากการแข่งขันและการทำงานที่ไม่มีเส้นแบ่งเวลา
ข้อมูลจากการวิเคราะห์ประชากรทั่วโลกกว่า 200 ประเทศพบว่า ภาวะเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 1980 ทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา[1] เช่นเดียวกับภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนในเด็กและวัยรุ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลกในช่วงเวลาเดียวกัน[2] ซึ่งเร็วเกินกว่าที่จะอธิบายด้วยการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมได้
จากสิ่งที่เรารู้ในบทที่แล้ว การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแบบนี้ ไม่ได้แค่ทำให้เราอ้วนขึ้นหรือขยับตัวน้อยลงเฉยๆ แต่มันกำลัง "เขียนกรรมใหม่" ลงบนยีนของเราทุกวัน ผ่านกลไก DNA methylation และ histone modification ที่เราคุยกันไปแล้ว และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ กรรมใหม่เหล่านี้เริ่มถูกเขียนตั้งแต่ในครรภ์และวัยเด็ก ทำให้โรคที่เคยมาตอนอายุ 60 เลื่อนเข้ามาเร็วขึ้นเรื่อยๆ
เหตุผลที่สาม: เราตรวจเจอได้ไวขึ้นด้วย ไม่ใช่แค่ "ป่วยเยอะขึ้น" อย่างเดียว
มีอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องพูดตรงๆ อย่างเป็นธรรม คือส่วนหนึ่งของตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมาจากเครื่องมือตรวจที่ดีขึ้น คนที่เคยเป็นโรคแต่ไม่มีใครตรวจพบในอดีต วันนี้ถูกวินิจฉัยได้เร็วและแม่นยำขึ้น ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นเรื่องดี
แต่สิ่งที่ยืนยันว่านี่ไม่ใช่แค่ "ตรวจเจอมากขึ้น" อย่างเดียว คือ อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยที่เริ่มเป็นโรคกำลังลดลงอย่างชัดเจนในหลายโรค ซึ่งเป็นสัญญาณของการเกิดโรคจริงที่เร็วขึ้น ไม่ใช่แค่การตรวจพบที่ไวขึ้นเพียงอย่างเดียว และนี่คือสิ่งที่องค์กรสาธารณสุขทั่วโลกกำลังเฝ้าระวังอย่างจริงจัง เพราะภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรังกลายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลกไปแล้ว[3]
สิ่งนี้แปลว่าอะไร?
ข่าวร้ายคือ เราทุกคนอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดียวกันที่กำลัง "เขียนกรรมใหม่" แบบเร่งรัดใส่ยีนของเราเอง
ข่าวดีคือ ในเมื่อกรรมใหม่ส่วนใหญ่ยังแก้ไขได้ตามที่คุยกันในบทที่แล้ว และวันนี้เรามีเครื่องมือทางการแพทย์ที่สามารถตรวจจับสัญญาณของโรคได้ตั้งแต่ยังเป็นแค่ "ความเสี่ยง" ไม่ใช่ "โรคที่ปรากฏแล้ว" นั่นแปลว่าเราไม่จำเป็นต้องรอให้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนแบบเดิมอีกต่อไป
สรุปสาระสำคัญ: โรคเรื้อรังพบบ่อยขึ้นและมาเร็วขึ้นในยุคนี้ ไม่ได้เกิดจากยีนมนุษย์เปลี่ยนไป เพราะวิวัฒนาการทางพันธุกรรมใช้เวลานับพันปี แต่เกิดจากสามปัจจัยร่วมกัน คือคนอายุยืนขึ้นจนโรคเรื้อรังมีเวลาแสดงตัว วิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนเร็วจนเขียนกรรมใหม่ทับยีนของเราตั้งแต่วัยเด็ก และเครื่องมือตรวจวินิจฉัยที่ดีขึ้นทำให้พบโรคได้ไวกว่าเดิม
ทำได้เลยวันนี้: ลองทบทวนกิจวัตร 24 ชั่วโมงของคุณเมื่อวานนี้ นับเวลาที่นั่งติดต่อกันนานเกิน 1 ชั่วโมง มื้ออาหารที่เป็นของแปรรูปหรือฟาสต์ฟู้ด และเวลาที่ยังจ้องหน้าจอหลัง 4 ทุ่ม แล้วลองถามตัวเองว่า นี่คือกรรมใหม่แบบที่คุณอยากส่งต่อให้ร่างกายตัวเองในอีก 20 ปีข้างหน้าหรือเปล่า
เอกสารอ้างอิง
[1] NCD Risk Factor Collaboration (NCD-RisC). Worldwide trends in diabetes since 1980: a pooled analysis of 751 population-based studies with 4.4 million participants. Lancet. 2016;387(10027):1513-1530.
[2] NCD Risk Factor Collaboration (NCD-RisC). Worldwide trends in body-mass index, underweight, overweight, and obesity from 1975 to 2016: a pooled analysis of 2416 population-based measurement studies in 128.9 million children, adolescents, and adults. Lancet. 2017;390(10113):2627-2642.
[3] NCD Countdown 2030 collaborators. NCD Countdown 2030: worldwide trends in non-communicable disease mortality and progress towards Sustainable Development Goal target 3.4. Lancet. 2018;392(10152):1072-1088.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

