สภา กทม.คิกออฟ เปิดประชุม ตั้ง คกก.สอบข้อเท็จจริง ปม ส.ก. เสียบบัตรแทนกัน พิจารณาใน 60 วัน ชี้มีมูลหรือไม่

17 สิงหาคม 2569 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม.2 ดินแดง นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 วาระเรื่อง การตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559 โดยมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.)เข้าร่วมประชุม
นางสาวภัทราภรณ์ กล่าวว่าในที่ประชุมว่า ด้วยนายศรีสุวรรณ จรรยา ได้ยื่นเรื่อง ร้องเรียนเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 กล่าวหานายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร ส.ก. เขตยานนาวา(พรรคประชาชน) ว่ากระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 12 ข้อ 14 ข้อ 17 และข้อ 19 โดยระบุถึงเรื่องอันเป็นเหตุให้ต้องใช้สิทธิยื่นเรื่องร้องเรียน พร้อมทั้งข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมตามสมควรเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าว กล่าวคือ การออกเสียงลงคะแนนแทน ส.ก.ท่านอื่น ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกร์ที่ 31 ก.ค.69 ในการพิจารณาลงมติญัตติร่างข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร ฉบับที่... พ.ศ. ... เสนอโดย นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก และการพิจารณา 3 วาระรวดเดียว ซึ่งเป็นการกล่าวหาถึงการกระทำในขณะที่ นายภัทรศักดิ์ ดำรงตำแหน่ง ส.ก. และเป็นการยื่นร้องเรียนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่มีการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณเกิดขึ้น
ประกอบกับ นายนภาพล จีระกุล ส.ก. เขตบางกอกน้อย นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ ส.ก. เขตสัมพันธวงศ์ นายวิรัช คงคาเขตร ส.ก. เขตบางกอกใหญ่ และ นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก. เขตคลองสาน (พรรคประชาธิปัตย์) รวม 4 คน มีหนังสือถึงประธานสภากรุงเทพมหานคร เรื่องขอให้ตรวจสอบกรณีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนแทนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครผู้อื่น อันอาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การใช้อำนาจขัดต่อกฎหมาย และการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม เป็นการกล่าวหาในเรื่องเดียวกันกับศรีสุวรรณ จรรยา
สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ได้ตรวจสอบคำร้องเบื้องต้นดังกล่าวแล้ว เห็นว่าถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยการรับเรื่องร้องเรียน การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา วิธีพิจารณา การสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และวิธีพิจารณาสอบสวนของคณะกรรมการจรรยาบรรณสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2560 จึงเสนอเรื่องต่อประธานสภา เพื่อเสนอให้สภาตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง
ตามข้อ 29 แห่งข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559 กรณีมีการร้องเรียนสมาชิกตามข้อ 28 ให้สภาตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจำนวน 3 คน จากสมาชิก เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น และเสนอความเห็นต่อประธานสภาฯ ให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง พิจารณาเรื่องที่ได้รับร้องเรียนตามข้อบังคับนี้ ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องจากประธานสภาฯ หากมีความจำเป็นไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการขอขยายเวลาต่อประธานสภาฯได้ไม่เกิน 30 วัน
นายสุรจิตต์ พงษ์สิงหวิทยา ส.ก. เขตลาดกระบัง (กลุ่ม Better Bangkok) ลุกขึ้นเสนอรายชื่อ โดยกล่าวว่า ภายหลังได้มีการหารือร่วม กับสมาชิกโดยไม่อิงพรรคการเมืองไม่อิงกลุ่มใดๆ มีความเห็นร่วมกันที่จะเสนอรายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงครั้งนี้ 3 คน ซึ่งได้พิจารณาแล้วว่ามีความเหมาะสม ดังนี้ 1. นายสุชัย พงเพียรชอบ(พรรคประชาธิปัตย์) 2. นายวิพุธ ศรีวะอุไร(กลุ่มคนทำงาน) และ นายอัมรินทร์ สวัสยานุภาพ (พรรคประชาชน)
"การตรวจสอบครั้งนี้สำคัญต่อความเชื่อมั่นในสภากรุงเทพมหานคร ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากรรมการทั้ง 3 ท่านยึดหลักธรรมาภิบาลถูกต้องโปร่งใส ประชาชน ที่ติดตามหาคำตอบไม่ได้เร่งการตรวจสอบ แต่สิ่งที่คาดหวังคือความจริง ฉะนั้นคณะกรรมการต้อง พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ทั้งเหตุผลที่สนับสนุนและโต้แย้งขอให้ข้อเท็จจริงเป็นคำตอบสุดท้าย ไม่ใช่กระแสไม่ใช่อคติ เพราะความจริงต้องอยู่ในทุกฝ่าย" ส.ก.สุรจิตต์ กล่าว
จากนั้น นายสมชาย เวสารัชสกุล ส.ก.เขตสายไหม ลุกขึ้นแย้งรายชื่อที่ 3 ว่า ใน 3 รายชื่อมีหนึ่งรายชื่อเป็นผู้ที่อยู่พรรคเดียวกันที่มีปัญหา กลัวจะเป็นข้อครหาต่อสังคม ขอให้ประธานสภาพิจารณา ตัวเองไม่ได้ติดขัด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็หาทางแก้ไขให้ดีที่สุดคือ ต้องมาจากคนที่ไม่ได้อยู่ในกล่มพรรคเดียวกัน ประธานต้องมีความเป็นกลาง ใสสะอาด ไม่ให้มีข้อตำหนิได้ วันนี้ส.ก.บางคนก็ไม่ได้มาประชุมเพราะไม่ทราบ รายชื่อที่เสนอก็เสนอกันผ่าน LINE บางคนก็ไม่ได้อ่าน จึงเสนอให้ไปพิจารณารายชื่อใหม่
จากนั้น ส.ก.หลายคนได้ลุกขึ้นแสดงความเห็นหลากหลาย ทั้งทักท้วง ถกเถียงกันถึงความเหมาะสม หรือไม่เหมาะสม ในการแต่งตั้งคณะกรรมการตามรายชื่อดังกล่าวซึ่งมีทั้งฝั่งผู้ถูกร้องและผู้ร้อง และมีการเสนอชื่อส.ก.คนอื่นแทน ทำให้นายวิพุธ ซึ่งเป็น 1 ในผู้ถูกเสนอชื่อลุกขึ้นขอถอนตัว พร้อมเสนอชื่อ นายสุรจิตต์ เป็นคณะกรรมการแทน
นายสุรจิตต์ รับเป็นรายชื่อที่ 3 โดยกล่าวว่า ขอบคุณ ส.ก.วิพุธ ที่สละตำแหน่งให้ “ผมรับไว้เอง จะได้จบ ขอประกาศใน ที่สภาแห่งนี้ว่า จะยึดหลักธรรมาภิบาล ความถูกต้องโปร่งใสเป็นสำคัญ ผมกลุ่มอิสระ”
ด้าน นายอัมรินทร์ กล่าวว่า ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้เกียรติเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง “ผมขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่อย่างโปร่งใส เที่ยงธรรมยุติธรรมตามหลักพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง และขอถอดเข็มกลัดของพรรค เพื่อยืนยันเพื่อนสมาชิกทุกคนว่าสภาแห่งนี้จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส่ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อบังคับของสภากรุงเทพมหานครเพื่อรักษาหลักธรรมาภิบาล"
และ นายสุชัย กล่าวว่า ขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจให้เป็นคณะกรรมการจรรยาบรรณ “เราจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรเพื่อนำเรียนประธานสภาให้ดีที่สุด”
ท้ายสุด ประธานสภากรุงเทพมหานคร ให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559 คือ 1. นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ 2. นายอัมรินทร์ สวัสยานุภาพ 3. นายสุรจิตต์ พงษ์สิงหวิทยา พิจารณาเรื่องร้องเรียนตามข้อ บังคับนี้อย่างโปร่งใสและยุติธรรม
สำหรับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดนี้ จะทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมเสนอผลการตรวจสอบรายงานประธานสภากรุงเทพมหานคร ว่ามีมูล หรือไม่มีมูล หากมีมูลจะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป โดยประธานสภา กทม.จะดำเนินการตามข้อบังคับต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

