กฎหมายชี้ชัด น้ำท่วมกรุงเทพฯ ใครต้องรับผิด!?
28 กันยายน 2569 เวลา 14:32 น.

เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2569 รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “น้ำท่วมกทม. : “ใคร”ต้องรับผิด?!” โดยระบุว่า จากวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร นำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงเกิดเป็นประเด็นคำถามว่า “ใคร”คือผู้ที่ต้องรับผิดชอบในอุทกภัยครั้งนี้
แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะมีสถานะเป็นผู้นำสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กทม. พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้“การบริหารกรุงเทพมหานครเป็นหน้าที่ของสภากรุงเทพมหานคร และ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและบริหารราชการของกรุงเทพมหานคร ตลอดจนสั่ง อนุญาต อนุมัติเกี่ยวกับราชการของกรุงเทพมหานคร ฯลฯ
ดังนั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงมีอำนาจเต็มและมีหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ อาทิ การวางแผนระบายน้ำ การแจกจ่ายกระสอบทรายให้แต่ละครัวเรือน การจัดตั้งศูนย์ประสานงาน การเตรียมการอพยพประชาชน ฯลฯ ประกอบกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครบ 4 ปี ในสมัยแรก และปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 จึงเชื่อได้ว่า ได้มีการกำหนดนโยบายและดำเนินการใช้งบประมาณเพื่อบริหารจัดการระบบการระบายน้ำของกทม.แล้ว
นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนล่วงหน้าเรื่องฝนตกหนักระหว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2569 แต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกลับไม่ได้มีการวางแผนบริหารจัดการเพื่อเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่มากผิดปกติ เช่น สั่งการให้แต่ละสำนักงานเขตที่มีความเสี่ยงแจ้งเตือนประชาชนให้ยกของขึ้นที่สูง จัดหากระสอบทรายป้องกัน เตรียมการหากจำเป็นต้องมีการอพยพประชาชน เป็นต้น
ผู้เขียนเห็นว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปฏิบัติหน้าที่อย่างขาดประสิทธิภาพ รวมถึงการที่นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาล “เอาอยู่” จนทำให้ประชาชนชะล่าใจ ก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง
อย่างไรก็ดี คำพูดของนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี หรือการเผยแพร่ข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาสู่ประชาชนที่ไร้ประสิทธิภาพ จนทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ก็ไม่อาจลบล้างความผิดของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสภากรุงเทพมหานคร ในเหตุการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ เพราะนายนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มิใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีคนใด แต่“นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ สภากรุงเทพมหานคร คือ เบอร์ 1”ตามบทบัญญัติของกฎหมาย
อนึ่ง ในประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชันสูง เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งหรือน้ำท่วม ข้าราชประจำและข้าราชการการเมืองที่มีอำนาจและหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข มักฉวยโอกาสแสวงหาประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง บนความเดือดร้อนทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน เช่น การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างทำข้าวห่อ/กระสอบทราย ฯลฯ ส่วนภายหลังภัยพิบัติ อาทิ หลังเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 ก็มักมีการตั้งงบประมาณสำหรับโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งข้อเท็จจริงที่ผ่านมาปรากฏว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้จริง
ดังนั้น คนไทยทั้งปวงจึงควรตระหนักและเฝ้าระวังการใช้งบประมาณของฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ...จากวิกฤติที่แสนสาหัสของประชาชนในครั้งนี้ด้วย!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

